“ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” ผู้ว่าฯ เชียงราย หัวเรือใหญ่ปฏิบัติการณ์ถ้ำหลวง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




จากเหตุการณ์การระดมกำลังช่วยเหลือและค้นหานักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชรวม 13 คนจากทีม “หมูป่า อะคาเดมี” ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อถึงการทำงานของ “นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย” สะท้อนให้เห็นภาพการทำงานที่เป็นเหมือนแม่ทัพใหญ่สามารถบริหารจัดการคนนับพันๆ คน จากหลากหลายอาชีพที่ต่างระดมกำลังมาช่วยเหลือโดยใช้ทั้งบทบู๊และบุ๋น ชัดเจน เอาจริง วางแผน สั่งการ ด้วยความเด็ดขาด จนสามารถช่วยชีวิตทั้ง 13 คน ได้สำเร็จ

ที่บอกว่า ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ ใช้ทั้ง 2 ศาสตร์บู๊และบุ๋นนั้นเพราะ...

ในเชิงบุ๋นถ้าไปดูประวัติการศึกษาของผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาและสามารถนำมาใช้กับสถานการณ์นี้ได้อย่างชัดเจน เพราะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีถึง 4 ใบ จากทั้ง วิศวะ กฎหมาย ที่ดิน และการปกครอง  ตั้งแต่

  • วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วิศวกรรมโยธา) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2528)
  • นิติศาสตร์บัณฑิต (2536) พร้อมประกาศนียบัตรกฎหมายการที่ดินและทรัพย์สิน (2535) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  • เทคโนโลยีบัณฑิต (เทคโนโลยีสารสนเทศธุรกิจ) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2545)
  • รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2556)

และยังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการสำรวจ ในสาขาวิศวกรรมสำรวจและสารสนเทศภูมิศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตท (2531) อีกด้วย

ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในเดือนเมษายน 2560 นายณรงค์ศักดิ์ เคยรับตำแหน่งทางราชการที่สำคัญหลายครั้ง อาทิ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย, ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมสำรวจของกรมที่ดิน, ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีทำแผนที่ของกรมที่ดิน, ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลแผนที่ของกรมที่ดิน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นบัญชีของกระทรวงการคลัง และเคยเป็นทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมสำรวจของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า

มาถึง “ศาสตร์บู๊” ณ ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ 13 ชีวิต สูญหายในถ้ำหลวงนี้ด้วยการทำงานที่ต้องประสานกับคนหลายพันคนและเป็นคนแปลกหน้าไม่ใช่เฉพาะในหน่วยงานที่ตนเคยรับผิดชอบควบคุมดูแล ทำให้ได้เห็นเห็นการทำงานของผู้ว่าฯคนนี้ที่เป็นระบบแบบแผน ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม วางแผนชัด มีแผนสำรอง เข้าใจการทำงานของทุกฝ่าย แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปจนถึงการเคลียร์ดราม่าสื่อ สะท้อนออกมาเป็นวลีเด็ดโดนใจใครหลายคน  เช่น

“ใครที่บอกว่าไม่เสียสละพอที่จะทำงาน ใครจะกลับบ้านไปนอนกับลูกกับเมีย เชิญเซ็นต์ชื่อแล้วออกไปเลย ผมไม่รายงานใครทั้งสิ้น ใครจะทำงาน วันนี้ขอให้พร้อมทุกนาที ให้คิดว่าเค้าเป็นลูกเรา”

หรือ...

“เราจะช่วย 13ชีวิต หรือกี่ชีวิตก็ตาม ทุกชีวิตเหมือนลูกเราหมด ใครไม่พร้อม จะมาเหยาะแหยะๆ กลับบ้านไปเลยนะครับ”

แม้กระทั่งช่วงที่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่า ทำไมไม่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำทั้งหมด ผู้ว่าฯเชียงรายบอก “ต้องตรวจสอบเรื่องไฟฟ้าด้วย ‘ถ้าเกิดไฟรั่ว ซีลของผมจะเป็นยังไง บางเรื่องผมตัดสินใจแทนซีลไม่ได้ ถึงผมจะเป็นผู้สั่งการ ผมให้เขาไปช่วยชีวิต ไม่ใช่ให้ไปเสี่ยงชีวิต”

แม้กระทั่งการจัดระเบียบจราจรในพื้นที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หลังพบปัญหาจากการซักซ้อมใหญ่การช่วยเหลือเด็ก ไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้ วันถัดมาถ้าเจ้าหน้าที่พบรถยนต์จอดกีดขวางทางจราจร ท่านผู้ว่าฯสั่ง “ยกรถออกไป” ทันที

และไม่ใช่เพียงภารกิจนี้เท่านั้นในระหว่างที่อยู่ในตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงรายมากว่า 1 ปี ชื่อเสียงเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบทุจริตโครงการต่างๆ ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการที่เห็นว่าใช้งบประมาณเกินจำเป็น ก็ตีตกทันทีด้วยเหตุผลว่า  “งบประมาณก้อนนี้นำไปพัฒนาด้านอื่นได้ดีกว่า” เช่น  โครงการสร้าง ‘ตุง’ สัญลักษณ์กลางเมืองเชียงราย ซึ่งมีข้อเสนองบประมาณ 50 ล้านบาท เพราะมองว่างบก้อนนี้นำไปพัฒนาด้านอื่นได้ดีกว่า หรือโครงการก่อสร้างอนุสาวรีย์ช้างคู่บารมีพญามังรายที่ริมแม่น้ำกก ซึ่งจะใช้งบประมาณ 32 ล้านบาท เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างเป็นพื้นที่รุกล้ำแม่น้ำและมีพิรุธเรื่องความสัมพันธ์ของพนักงานราชการที่ใกล้ชิดกับผู้รับเหมา ยังมีโครงการสร้างโรงแยกขยะที่ใช้งบประมาณกว่า 300 ล้านบาท แต่เปิดใช้งานไม่ได้ รวมถึงโครงการสร้างรูปปั้น “ปลาบึก” ที่อำเภอเชียงของ ซึ่งระบุตัวเลขงบประมาณสูงเกินจริง

แต่ความตงฉินจริงจังแบบนี้กลับไม่ค่อยเข้าตาจนต้องโดนสั่งย้าย...

เพราะเมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เสนอให้มีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงและผู้ว่าราชการจังหวัดในช่วงกลางปีจำนวน 12 ตำแหน่ง หนึ่งในนั้นมีชื่อของ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ถูกย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาแทน โดยสาเหตุเกิดจาก...

การทำงานที่ตรงเกินไปทำให้มีความขัดแย้งกับหลายภาคส่วนในจังหวัด ขณะนี้อยู่ในระหว่างรอพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จึงทำให้ยังคงดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายมาจนถึงปัจจุบันที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น

และจากปฏิบัติการณ์ค้นหา 13 ชีวิตในถ้ำหลวงนี่เอง ที่ทำให้สังคมไทยทั้งประเทศได้เห็นการทำงานที่เอาจริงเอาจังของนายณรงค์ศักดิ์ และด้วยความสามารถในเชิงวิศวกรรมและภูมิศาสตร์ การบริหารจัดการ รวมถึงการประสานกำลังกับทุกฝ่าย ทำให้ในที่สุดการค้นหา 13 ชีวิตในถ้ำหลวงก็ประสบความสำเร็จ เป็นอีกหนึ่งข้าราชการไทยน้ำดีที่ควรยึดเอาเป็นแบบอย่างและสนับสนุนต่อไป

 

ข่าวที่น่าสนใจ:

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ