การออกมาไลฟ์เฟซบุ๊กล่าสุดของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกปปส. ที่ระบุว่า เสียงเรียกร้องกดดันให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยุบสภาในเวลานี้ มีนาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าขบวนการ โดยมีเป้าหมายทำลายความน่าเชื่อถือ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อให้ตัวเองได้กลับบ้าน
โดยนายสุเทพได้กล่าวชื่นชม นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีว่า กล้าหาญ ที่ออกมาทำพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อช่วยเหลือ "พล.อ.ประยุทธ์"
แม้จะมีแรงกดดันจากหลายฝ่ายที่ดูเหมือนจะพูดถึงการยับสภาพเลือกตั้งใหม่ แต่ล่าสุด ถ้อยแถลง ของ "พล.อ.ประยุทธ์" เรื่องการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปคในตอนท้าย มีการส่งสัญญาณ ชัดเจน ว่า จะยังทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพการประชุมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้
โดยระบุว่า "ผมรอที่จะต้อนรับผู้นำเอเปคทุกท่านสู่ประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งทุกท่านจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดเป้าหมายที่สำคัญสำหรับภูมิภาคของพวกเราร่วมกัน"
แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะแสดงจุดยืนเช่นนี้มาโดยตลอด และยังมีปัจจัยที่ยังต้องรอกฎหมายลูกเลือกตั้งภายใต้กติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ 2ฉบับที่ยังไม่เสร็จ โดยทั้ง2 ฉบับ มีกำหนดเข้าที่ประชุมรัฐสภา หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบไม่ลงมติ 17 - 18 กุมภาพันธ์ โดยรัฐธรรมนูญเวลาผ่านร่างกฎหมายไว้ 180 วัน
แต่อีกด้านก็ยังคงมีแรงกดดันต่อเสถียรภาพของรัฐบาลต่อเนื่อง โดยเฉพาะการประชุมสภาฯ โดยวันนี้การประชุมสภาล่มเป็นครั้งที่ 17 จนทำให้นายชวน หลักภัย ประธานสภาฯ แสดงความไม่พอใจฝ่ายค้านที่ขอนับองค์ประชุม และเตือนว่าเกมที่ฝ่ายค้านกำลังเล่น ไม่เหมือนแนวปฏิบัติที่ฝ่ายค้านในอดีตยึดถือกันมา ซึ่งตอนตัวเองเป็นฝ่ายค้าน 3 สมัย จะนับองค์ประชุมก็ต่อเมื่อรัฐบาลกลั่นแกล้งฝ่ายค้าน ไม่ให้อภิปราย แต่สภาชุดนี้ไม่เหมือนอดีต เพราะทุกคนยังได้อภิปรายอยู่
โดยนายชวน กล่าวว่า ก่อนที่จะชี้ขาดให้ส.ส.กดบัตรแสดงตน หลังฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุม จนเกิดความชุลมุนโต้เถียงกันไปมากับส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่อยู่ในที่ประชุม ก่อนผลการกดบัตรแสดงว่าพบว่า มีส.ส.ร่วมประชุมอยู่ 227 คน ไม่ครบองค์ประชุม จนทำให้นายชวน หลักภัย ต้องปิดประชุม ถือว่าเป็นสภาล่มครั้งที่ 17 แล้ว
แต่อีกด้านหนึ่งการพูดถึงการยุบสภา ไม่ได้มาจากเฉพาะฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายค้านเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะมีน้ำหนักและเป็นการพูดในฐานะคนกลางคือการแสดงท่าทีของ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ตอบข้อซักถามหลังแถลงข่าวความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า ภาคเอกชน ไม่กังวลกับการยุบสภา เพราะต้องการเห็นเอกภาพทางการเมือง ที่จะเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจในแง่บวก ดังนั้นหากมีการล้างไพ่ ได้วิธีทำงานใหม่ มีคนใหม่เข้ามาก็จะเป็นผลดี และคงไม่เลวร้ายไปกว่านี้แล้ว
หลังจากที่ส่งสัญญาณแรงออกมาแล้ว เช้าที่ผ่านมา นายสุพันธุ์ ก็วีดีโอคอลเฟอร์เรนซ์เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามปกติ และวันนี้ทั้งวัน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สรท. แสดงความเห็นว่า ไม่ว่าจะยุบสภาหรือไม่ ก็ขอให้การทำงานเกิดความต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ เร่งออกนโยบายแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนอย่างเร็วที่สุด เพราะเวลานี้ทุกคนเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่สูงมาก
ส่วนนายมีศักดิ์ ชุนหรักษ์โชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย บอกว่า ศักยภาพของรัฐบาลตอนนี้ยังสามารถผลักดันแก้ปัญหาได้หลายเรื่อง แต่รัฐบาลควรร่วมมือกับเอกชนให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาการประชุมกับเอกชนก็เหมือนทำแค่พอเป็นพิธี จึงอยากให้รับข้อเสนอของเอกชนนำไปใช้เป็นนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ส่วน นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บอกว่า การเมืองจะยุบสภาหรือไม่นั้น คงต้องให้เป็นไปตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย แต่รัฐบาลจำเป็นต้องเป็นเอกภาพและทำงานกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังมีท่าทีของนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย หนึ่งในก๊วนของร.อ.ธรรมนัส ที่แถลงข่าวถึงความพร้อมในการแถลงข่าวใหญ่ของพรรควันนี้ โดยนายบุญสิงห์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ ของที่ทำการพรรค ย่านศรีนครินทร์ ซึ่งจะต้องให้มีขนาดเหมาะสม เนื่องจากตั้งเป้าว่าในอนาคตพรรคจะส่งผู้สมัครส.ส.ครบทั้ง 400 เขต