นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลังใช้เวลารับโทษในเรือนจำรวม 243 วัน ภายใต้เงื่อนไขพักการลงโทษและมาตรการควบคุมตามกฎหมาย
ทำให้บรรยากาศด้านหน้าเรือนจำคลองเปรมคึกคัก ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ค. 69 เป็นต้นมา มวลชนคนเสื้อแดงจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เดินทางมารอให้กำลังใจ และต้อนรับการกลับบ้านของอดีตนายกฯ ส่วนใหญ่สวมเสื้อสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์แสดงจุดยืนทางการเมือง พร้อมถือป้ายข้อความต้อนรับ อาทิ "ยินดีต้อนรับท่านนายกฯ กลับบ้าน"
กิจกรรมในพื้นที่ มีการเปิดเพลงสร้างความครึกครื้น พร้อมการจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงทิศทางการเมืองหลังจากนี้ รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้สึกตื้นตันใจที่จะได้เห็นอดีตนายกฯ กลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัว
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 07.45 น. นายทักษิณ จะออกจากเรือนจำ ก่อนพบปะครอบครัว และกลุ่มอดีต สส. ก่อนจะเคารพธงชาติ แล้วขึ้นรถยนต์จากเรือนจำคลองเปรม กลับไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้า
“ทักษิณ” เดินทางออกจากเรือนจำฯ
เวลา 07.55 น. นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางจากเรือนจำคลองเปรม ด้วยรถยนต์ Mercedes-Maybach S 580 e สีทูโทน ทะเบียน พท 4444 กรุงเทพมหานคร โดยเปิดกระจกทักทายมวลชนคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ
แกนนำ - สส.เพื่อไทย ตบเท้ารอต้อนรับ “ทักษิณ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทาง ถึงเรือนจำกลางคลองเปรมตั้งแต่ 06.00 น. จากกการสังเกตพบว่าทนายความมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายสื่อมวลชนก่อนเดินเข้าไปด้านในโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ ขณะเดียวกันมีทีมงานของพรรคเพื่อไทย , สส. และแกนนำของพรรคทยอยเดินทางถึงเรือนจำเพื่อรอรับ นายทักษิณ ชินวัตร ออกจากเรือนจำในเวลา 08.00 น.
เจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ได้จัดพื้นที่ให้สื่อมวลชนปักหลักติดตามความเคลื่อนไหวหน้าประตูทางเข้าเรือนจำกลางคลองเปรม โดยนำแผงเหล็กสีแดงมากั้นไว้ 2 ฝั่งหน้าทางเข้า และจัดให้สื่อมวลชนคอยบันทึกภาพด้านหลังแผงเหล็ก เฉพาะปีกด้านขวาของประตูทางเข้าเรือนจำฯ โดยเช้านี้สื่อมวลชนทุกสำนักและทุกแขนง ปักหลักเฝ้าติดตามการปล่อยตัว นายทักษิณ ซึ่งจะเดินออกจากเรือนจำฯ ในเวลา 07.50 น. เพื่อมาพบกับครอบครัวชินวัตรด้านหน้า และยืนตรงเคารพธงชาติหน้าเสาธงในเวลา 08.00 น.
ตร.คุมเข้มบ้านจันทร์ส่องหล้า รอรับ “ทักษิณ” เช้านี้
บรรยากาศเช้านี้ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซอยจรัญสนิทวงศ์ 71 พบตำรวจ สน.บางพลัด เข้าดูแลความเรียบร้อย พร้อมเตรียมพื้นที่เปิดบ้านรอรับ นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางจากเรือนจำคลองเปรม โดยคาดว่าจะมาถึงช่วงประมาณ 09.00 น.
ขณะที่รถ Mercedes-Maybach S 580 e สีทูโทน ทะเบียน พท 4444 ซึ่งนายทักษิณใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 2567 ในการเดินทางไปวัดสวนแก้วและศาลอาญา ได้ขับผ่านบริเวณบ้านจันทร์ส่องหล้า มุ่งหน้าไปยังบ้านหลังเก่า
"คนเสื้อแดง" ปักหลักรอรับ "ทักษิณ" เตรียมปล่อยตัวพักโทษ
เวลา 05:00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำคลองเปรม มีมวลชนคนเสื้อแดง มานอนรอ ที่บริเวณริมฟุตบาท เพื่อรอต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังได้รับการพักโทษ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนหลายคนเดินทางมาจับจองพื้นที่ ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ (10 พ.ค. 2569) และบางคนเดินทางมาจากหลายจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือ
โดยกำหนดการ นายทักษิณ จะเดินทางออกจากเรือนจำคลองเปรม ในเวลา 07.50 น. พร้อมเงื่อนไขติดกับกำไล EM โดยมีครอบครัว พร้อมด้วยแกนนำ และ สส. พรรคเพื่อไทย กว่า 30 คน รอต้อนรับบริเวณหน้าประตูเรือนจำ และเคารพธงชาติร่วมกันในเวลา 08.00 น. จากนั้น นายทักษิณ ได้เดินทางขึ้นรถและเดินทางออกจากเรือนจำมุ่งหน้าไปยังบ้านจันทร์ส่องหล้า ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ซึ่งยื่นเป็นสถานที่คุมประพฤติจนกว่าจะครบกำหนดโทษ
ในส่วนของคดีที่ นายทักษิณ ต้องรับโทษ มีทั้งหมด 3 คดี ตามคดีพิพากษาต้องรับโทษจำคุกทั้งหมด 8 ปี โดย นายทักษิณ เดินทางกลับเข้าประเทศไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัวเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566 ซึ่งทันทีที่ถึงก็เดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย แต่ในช่วงกลางดึกของวันเดียวกัน นายทักษิณ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากโรคประจำตัวกำเริบ และพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเรื่อยมา
ต่อมาในวันที่ 31 ส.ค. 2566 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือ และทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และประชาชน ตามที่นายทักษิณ ได้ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ
ก่อนที่ในวันที่ 18 ก.พ. 2567 นายทักษิณเดินทางออกจากโรงพยาบาล เพื่อไปคุมประพฤติที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เนื่องจากเข้าเกณฑ์พักโทษ เนื่องจากนักโทษที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัวร้ายแรง ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยเรื่องการรับโทษของนายทักษิณเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ จนที่สุด นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นร้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้ศาลไต่สวนการบังคับโทษ ซึ่งศาลฎีกา ฯ ได้รับเรื่องและดำเนินการไต่สวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์และแพทย์ พยาบาลโรงพยาบาลตำรวจ
ที่สุดแล้วเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568 ศาลฎีกาฯ สั่งให้นำตัว นายทักษิณ กลับไปจำคุกเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่นับรวมช่วงเวลาที่พักรักษาตัวบนชั้น 14 จึงทำให้ นายทักษิณ ต้องกลับเข้าสู่เรือนจำคลองเปรมอีกครั้งจนถึงวันนี้ นายทักษิณ ได้รับโทษมาแล้ว 8 เดือน หรือ 2 ใน 3 ของจำนวนโทษที่ได้รับ จึงเข้าหลักเกณฑ์การพักโทษ
ซึ่งคณะกรรมการพักโทษ กระทรวงยุติธรรม มีมติอนุมัติพักโทษ นายทักษิณ รอบที่ 2 โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องสวมกำไล EM ตลอดระยะเวลาพักโทษ จนกว่าจะพ้นโทษ และเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ และจะต้องมีการรายงานตัว และห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจนถึงวันที่ 9 กันยายน 2569
“โอ๊ค พานทองแท้” นั่งรถตู้แวะส่งกำลังใจ “คนเสื้อแดง” ปักหลักค้างคืนหน้าเรือนจำฯ รอรับ “ทักษิณ” พักโทษ
จากกรณีเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ได้มีมติให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น 1 ใน 859 ผู้ต้องขังเด็ดขาด ที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษกรณีทั่วไป เนื่องจากได้รับโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี หรือจำคุกมาแล้ว 8 เดือน พร้อมพ่วงเงื่อนไขติดกำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย. 2569 โดยจะได้รับการปล่อยตัวพักโทษคุมประพฤติในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 2569 โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดทั่วประเทศ มาร่วมกันเฝ้ารอคอยปักหลักนอนค้างคืนหน้าเรือนจำฯ ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ช่วงเช้าวันนี้ 11 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่คนเสื้อแดงปักหลักค้างคืนและเสวนาปราศรัยที่บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ก็ได้มีรถตู้คันหนึ่งแล่นผ่านมาเลียบข้างจุดเวที ก่อนเปิดกระจกรถลง พบเป็น นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค บุตรชายคนโตของ นายทักษิณ ชินวัตร ได้แวะเวียนมาส่งกำลังใจให้กับมวลชนคนเสื้อแดง ยิ้มแย้ม ทักทายและยกมือไหว้ ก่อนกล่าวกับคนเสื้อแดงว่า “เจอกันพรุ่งนี้นะครับ” ขณะที่คนเสื้อแดงต่างเฮร้องดีใจ จับไม้จับมือและร่วมถ่ายภาพเซลฟี่กับนายพานทองแท้ ก่อนที่รถยนต์ของนายพานทองแท้ จะเคลื่อนตัวออกไป