วันนี้ 26 พ.ค.65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่พร้อมด้วย นางปวีณา หงสกุล และว่าที่สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตดอนเมือง บริเวณหมู่บ้านปิ่นเงิน ซอยช่างอากาศอุทิศ 16 โดยเปิดเผยว่า การลงพื้นที่วันนี้ เป็นการย้อนรำลึกถึงอดีตเมื่อครั้งมาเดินลุยน้ำท่วมและสอบถามปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ระหว่างที่ลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งปัญหาจุดนี้พบว่าถนนที่ใช้สัญจรเป็นของเอกชน จึงทำให้การแก้ปัญหาต้องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
ที่ปรึกษาอนามัยโลกคาด “ฝีดาษลิง” อาจระบาดหนักเพราะ “เพศสัมพันธ์”
นายชัชชาติ ยังอธิบายว่า นางปวีณา มาลงพื้นที่กับตน ในฐานะที่ปรึกษาปัญหาของเขตดอนเมือง ส่วนประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่านางปวีณา ร่วมลงพื้นที่กับนายชัชชาติอยู่บ่อยครั้ง ตั้งแต่ก่อนลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะมีโอกาสเห็นนางปวีณา เป็นหนึ่งในทีมรองผู้ว่าฯ กทม. หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า นางปวีณา ใหญ่เกินกว่าเป็นรองผู้ว่าฯ ขณะที่นางปวีณา รีบปฎิเสธ พร้อมบอกว่านายชัชชาติ มีทีมงานที่มีความสามารถมากกว่าตน และตนขอทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาปัญหาในพื้นที่เขตดอนเมืองแบบนี้ต่อไปดีแล้ว
นายชัชชาติ ยังบอกว่าหลังจากรับตำแหน่งเป็นผู้ว่าฯ กทม. เต็มตัวแล้ว มีแผนจะลงพื้นที่ทุกวันอาทิตย์ เพื่อติดตามและสำรวจปัญหาเป็นรายเขต โดยจะไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า เพราะอยากเห็นปัญหาจริงๆ และเชื่อว่าจะเป็นการสร้างความตื่นตัวให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย
นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังย้ำว่า หากตนลงพื้นที่ห้ามเจ้าหน้าที่ทำป้ายต้อนรับ หรือเกณฑ์คนมาต้อนรับ ให้มาเฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของเจ้าหน้าที่คนอื่น
ขณะที่ประเด็นการย้ายศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร จากเสาชิงช้า ลานคนเมืองไปยัง ศาลาว่าการ กทม.แห่งที่ 2 ดินแดง นายชัชชาติ ระบุว่า ในระยะยาวศาลาว่าการ กทม.ควรมีแห่งเดียว ปัจจุบันผู้มีบริหารหลายคนมีออฟฟิศ 2 ที่เลย สำหรับที่เสาชิงช้าถือว่าเป็นตึกประวัติศาสตร์ สามารถทำเป็นพิพิธภัณฑ์คนเมือง พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเมืองที่ดีได้ แต่ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องพื้นที่นิดหน่อย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา แต่เราต้องตั้งคณะกรรมการย้ายเลย รวมถึงลานคนเมือง ถามว่าทำไมต้องตั้งศาลาว่าการที่เสาชิงช้า เพราะเปรียบเสมือนสะดือของกทม. ในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นจุดศูนย์กลางของกทม. ลานคนเมืองเป็นศูนย์กลางการเดินทางของเกาะรัตนโกสินทร์ด้านใน ควรจะเอาพื้นที่ตรงนี้คืนมาไม่ใช่เป็นที่จอดรถของข้าราชการกทม. เอามาเป็นฮับ (HUB) สำหรับการท่องเที่ยว กระจายออกไปจุดต่างๆ ทั้งเรื่องจักรยาน น่าจะมีศักยภาพมากกว่าการเป็นที่จอดรถ เพราะจะทำให้เมืองมีศักยภาพ มีความสง่ามากขึ้น
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า การย้ายไปที่ใหม่ ตั้งเป้าที่จะย้ายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อว่า อาจจะมีปัญหาเรื่องพื้นที่นิดหน่อย เพราะมีคนอยู่ 2 สำนัก คือสำนักงบประมาณ สำนักการเงินที่ยังอยู่ ก็ต้องหาออฟฟิศให้ หรืออาจจะมีบางชั้นที่เจ้าหน้าที่อยู่ แต่ชั้นอื่นปล่อยได้ เช่น ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าฯ ผู้บริหารควรย้ายไปที่ใหม่ทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวยังถาม นายชัชชาติ ถึงประเด็นที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดเมื่อเมื่อวานนี้ ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องความปลอดภัยทางถนน ช่วงหนึ่งว่า "รถติด อุบัติเหตุน้อย อย่างน้อยไม่ตาย" นายชัชชาติ ได้ตอบว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังสูงอยู่แม้จะมีการจราจรติดขัด และไม่อยากให้ลงในรายละเอียดที่พล.อ.ประยุทธ์พูด เพียงแต่อยากให้รู้ว่าอุบัติเหตุในกรุงเทพฯ ยังสูงอยู่
หลังจากนั้น นายชัชชาติ ได้เดินทางต่อไปยังวัดเกาะสุวรรณาราม เพื่อร่วมพิธีเบิกเนตรท้าวเวสสุวรรณ พร้อมนางปวีณา หงสกุล และนายศิธา ทิวารี และ น.ส.รัตติกาล แก้วเกิดมี ว่าที่ ส.ก. เขตสายไหม จากพรรคไทยสร้างไทย ร่วมงานด้วย
โดยก่อนเริ่มพิธีเบิกเนตร นายชัชชาติได้ชนกำปั้นกับนายศิธา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมมือกัน โดยนายชัชชาติบอกว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ขณะที่นายศิธา ย้ำคำพูดเดิมว่าเขาพร้อมร่วมือกับทุกคนที่ได้เป็นผู้ว่าฯ และวันนี้เป็นเหมือนการส่งต่อทีมว่าที่ ส.ก. พรรคไทยสร้างไทย ให้นายชัชชาติด้วย
"ชัชชาติ"ยันนโยบาย 214ข้อ จะทำให้ดีที่สุด
รู้จัก "ฉันชาย สิทธิพันธุ์" พี่ชายฝาแฝดชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ โปรไฟล์ไม่ธรรมดาทั้งบ้าน