กลาโหม ตั้งงบฯแทนรถประจำตำแหน่ง 554 ล้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พีพีทีวี ยังเกาะติด ประเด็น การจัดหารถ Mercedes Benz S500 โดยบอกว่าเป็นรถควบคุมสั่งการ ต่อ โดยวันนี้ เราไปคุยกับ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ หนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาพ.ร.บ. งบปี 2566 บอกว่า อยากให้กองทัพ เร่งชี้แจงข้อสงสัย ทั้งต่อกรรมาธิการ และ ต่อประชาชน นอกจากนี้ยังเล่าเพิ่มเติมว่า เหมือนตรวจสอบการของบฯปี 2566 ของกระทรวงกลาโหม พบว่า มีการของบ “ค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง” กว่า 500 ล้านบาท

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะหนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 ตั้งข้อสังเกตเรื่อง การตั้งงบประมาณ

“ค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง” ว่า ทุกหน่วยงานของรัฐ ของบเรื่องนี้ รวม 795 ล้านบาท แต่เมื่อดูในรายละเอียดพบว่า งบประมาณไปกระจุกอยู่ที่ กระทรวงกลาโหม 554 ล้านบาท หรือคิดเป็น กว่า 70 เปอร์เซ็นต์

นายพริษฐ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ปกตินายทหารหรือข้าราชการระดับสูงจะมีสิทธิ์ในการได้รถประจำตำแหน่ง แต่ในการจัดสรร บางครั้งใช้วิธีให้ค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการให้รถ ซึ่งจำนวนเงินจะแตกต่างตามระดับ เช่น

ระดับพันเอกพิเศษ เทียบเท่ารองอธิบดี ได้รับ 25,400 บาท/คน/เดือน

 ระดับพลตรี เทียบเท่าระดับอธิบดีหรือรองปลัดกระทรวง ได้รับ 31,800 บาท/คน/เดือน

และระดับพลโทถึงพลเอก หรือ เทียบเท่าระดับปลัดกระทรวง ได้รับ 41,000 บาท/คน/เดือน

นายพริษฐ์ บอกอีกว่า เขารวบรวมข้อมูลจากหนังสือแต่งตั้งนายพล และ ดูตามข่าว พบว่า มีจำนวนนายพลประมาณ 1,000 คน ที่มีสิทธิ์ได้รับการจัดสรรเรื่องนี้ และมองว่า เป็นความความเหลื่อมล้ำด้านสวัสดิการระหว่างข้าราชการทหาร และ พลเรือน

ส่วนประเด็นเรื่องที่กองทัพจัดหารถเบนซ์ S500 ระบุว่าเป็น “รถควบคุมสั่งการ” นั้น นายพริษฐ์ บอกว่า ยังไม่ชัดเจนว่ากระทรวงกลาโหมมีการตั้งงบส่วนนี้ในปีงบประมาณ 2566 หรือไม่ เพราะไม่มีคำว่า “รถควบคุมสั่งการ” ในเอกสารเลย และเท่าที่สืบค้นในเอกสารงบประมาณปีก่อนๆ ก็ยังไม่พบว่ามีการตั้งงบ “รถควบคุมสั่งการ” สอดแทรกอยู่ในโครงการไหน ทำให้ยังต้องรอคำชี้แจงจากกองทัพ

ส่วนที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวพีพีทีวีว่าเคยเห็นการใช้รถควบคุมสั่งการของกองทัพตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเลขา สมช. (2555-2557) ต้องใช้รถเบนซ์เพื่อความกลมกลืนในการอารักขาบุคคลสำคัญ นายพริษฐ์ มองว่า เป็นเรื่องที่กองทัพที่ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน ต้องชี้แจง ซึ่งควรชี้แจงกับทั้งกรรมาธิการ และ ชี้แจงกับประชาชนด้วย ถ้าหากเหตุผลที่ชี้แจงฟังขึ้นประชาชนก็อาจหายสงสัย แต่หากฟังไม่ขึ้น เขาในฐานะตัวแทนประชาชนก็ต้องเสนอปรับลดงบประมาณส่วนนี้

นายพริษฐ์ ยังฝากคำถาม 3 ประเด็นในส่วนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ทั้งเรื่องงบบุคลากรที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ สวนทางกับที่กองทัพบอกว่ามีแนวทางลดบุคลากร  เรื่องความคืบหน้าเรื่องยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะเรือดำน้ำ หลังจีนไม่สามารถนำเข้าเครื่องยนต์ รวมถึงกองทัพยังมี “แดนสนธยา” ที่ กมธ. เข้าไปตรวจสอบไม่ได้ คือ ธุรกิจของกองทัพ เช่น สนามมวย ซึ่งนายพริษฐ์มองว่าควรมีการเปิดเผยรายละเอียดส่วนนี้ เพราะรายได้ควรกลับสู่รัฐ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ