การร้องเรียนเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่มีพฤติการณ์ตรวจปล่อยรถหรูยี่ห้อเลกซัสที่ผู้นำเข้าสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ป.ป.ช.เข้ามาไต่สวนข้อเท็จจริง จนพบหลักฐานชิ้นสำคัญ เช่น เอกสารการนำเข้าจากต้นทาง ที่สำแดงราคาเป็นเงินสกุลดอลลาร์ ทั้งที่ต้นทางมาจากสหราชอาณาจักรที่ใช้สกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง และการลงวันที่ย้อนหลังในใบประเมินราคา ทำให้เห็นข้อพิรุธถึงการดำเนินการโดยมิชอบอย่างชัดเจนจนชี้มูลความผิดได้
นาย ณัฏฐภพ ตุลยกุลโรจน์ ผอ.สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ 1 ป.ป.ช. ระบุว่า กรณีนี้นอกจากผู้นำเข้าจะสำแดงราคาที่ดูแล้วต่ำกว่าความเป็นจริง ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก็ทำการประเมินราคาต่ำกว่าความเป็นจริงด้วย และต่ำกว่าความเป็นจริงค่อนข้างมากเป็นหลักร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งปรากฎตามที่สื่อมวลชนมาแล้ว แต่สุดท้ายเราก็มีการตรวจสอบแล้วว่า น่าจะเป็นการพิจารณาโดยใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ มีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้ผู้นำเข้าเพื่อจะได้ชำระภาษีอากรที่ต่ำกว่าความเป็นจริง
ตามหลักการนำเข้าต้องขออนุญาต และประเมินอัตราอากรขาเข้า ซึ่งผู้ที่นำเข้าจะต้องสำแดงเอกสารการนำเข้า และการประเมินราคา จากนั้นเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะพิจารณาและคำนวณอัตราอากรโดยใช้ดุลยพินิจตามหลักเกณฑ์ ซึ่งปัจจุบันมีการนำเครื่องมือทางกฎหมายอย่าง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของราชการ พ.ศ.2558 มาป้องกันการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่
“จะต้องมีการกำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินการ ในการพิจารณาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวการอนุมัติอนุญาต ในการใช้ดุลยพินิจต่างๆ หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีการกำหนดกรอบ ระยะเวลา กำหนดรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการ ในแต่ละขั้นตอน รวมทั้งกำหนดรายละเอียด วิธีการดำเนินการที่เกี่ยวกับการขออนุมัติ อนุญาต ต้องระบุให้ชัดว่า ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีเอกสาร ต้องมีหลักฐานอย่างไรบ้าง ซึ่งก็จะมีการตีกรอบเรื่องการควบคุมการใช้ดุลยพินิจ ของเจ้าพนักงานมากขึ้น” นายณัฏฐภพ ระบุ
แม้จะมีกลไก โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อป้องกันการรับสินบน แต่ ป.ป.ช. ก็ยอมรับว่า อาจจะยังมีปัญหาทุจริตรับสินบนหลุดรอดได้บ้าง เพราะคดีสินบน ยากต่อการตรวจสอบ เนื่องจากทั้งผู้ให้ และผู้รับ เป็นคนกระทำความผิดทั้งคู่ จึงพยายามปกปิดหลักฐาน แม้จะหาร่องรอยของการให้ และรับสินบนไม่พบ แต่วิธีตรวจสอบแสวงหาพยานหลักฐานอย่างอื่นก็สามารถสืบเสาะจนสามารถเอาผิดได้เช่นกัน.