นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ,นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และนายไสว โชติกะสุภา ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตราษฎร์บูรณะ หมายเลข 2 ลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณซอยสุขสวัสดิ์ 26 ก่อนเดินหาเสียงและขึ้นรถแห่ภายในชุมชน โดยได้รับการต้อนรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี
นายอนุชา กล่าวว่า ปัญหาหลักที่ได้รับการสะท้อนจากประชาชนตลอดช่วงการหาเสียงยังคงเป็นเรื่องการจราจร ปัญหาขยะ และการขาดพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย พร้อมยกตัวอย่างการนำที่ดินว่างมาพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ ซึ่งเป็นแนวทางที่จะผลักดันต่อไป รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจและแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทยในกรุงเทพฯ ซึ่งเห็นว่าต้องมีการจัดการอย่างจริงจัง
นายอนุชา ยังขอให้ประชาชนสนับสนุนผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า นายไสว มีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่มายาวนาน เข้าใจปัญหาและสามารถเสนอแนวทางพัฒนาพื้นที่ในอนาคตได้ ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
นายอนุชา ยังกล่าวว่า กระแสตอบรับจากประชาชนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่านโยบายของพรรคสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง พรรคยังคงเดินหน้านำเสนอนโยบายหลัก 5 ด้าน พร้อมย้ำว่าการทำงานของผู้ว่าฯ และ ส.ก. จากพรรคเดียวกัน จะช่วยผลักดันนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
แม้ผลสำรวจความคิดเห็นยังให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนิยมเป็นอันดับ 1 ก็ไม่ได้กระทบต่อความมั่นใจของทีมงาน เพราะมองว่าโพลเป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ขณะที่ผลการเลือกตั้งจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนในวันเลือกตั้ง พร้อมยืนยันว่าพรรคยังคงเดินหน้าลงพื้นที่ และนำเสนอนโยบายอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจและความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติจริง
สำหรับกรณีที่ นายชัชชาติ กล่าวถึงการลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่ กทม. 41 ราย นายอนุชา ระบุว่า ถือเป็นการยอมรับว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชันยังมีอยู่ใน กทม. พร้อมยืนยันว่าหากได้รับเลือกตั้ง จะเดินหน้าสร้างความโปร่งใส เปิดเผยข้อมูล และใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานและผู้บริหาร เพื่อยุติปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์และการทุจริตในทุกรูปแบบ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นโยบายที่นายอนุชานำเสนอเป็นการตอบโจทย์ปัญหาที่ประชาชนสะท้อนมาตลอดการหาเสียง โดยเฉพาะปัญหาพื้นฐานที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่าผู้สมัคร ส.ก. ของพรรค มีทั้งผู้ที่ทำงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องและคนรุ่นใหม่ที่พร้อมเข้ามาทำงาน ซึ่งหากได้ทำงานเป็นทีมจะช่วยผลักดันนโยบาย ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ และตรวจสอบการทำงานกันเองตามวัฒนธรรมของพรรค เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนกรุงเทพมหานคร