นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากการที่สื่อต่างๆ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแจ้งเตือนให้ระวังมิจฉาชีพในทางโซเชียลมีเดีย ใช้โอกาสเปิดรับบริจาคทำบุญครอบครัวผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ที่ จ. หนองบัวลำภู ผ่านบัญชีธนาคารนั้น
โดยพบมีผู้โพสต์ทางโซเชียลมีเดีย จำนวน 13 เพจ ได้โพสต์หมายเลขบัญชีรับโอนร่วมทำบุญ เข้าข่ายต้องสงสัย 2 เพจ ถึงแม้แอดมินเพจได้มีการลบโพสต์ออกไปแล้ว
ซึ่งการโพสต์ดังกล่าว หากตรวจสอบพบการหลอกลวงประชาชนแล้ว มีลักษณะเข้าข่ายนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พรบ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 14 (1) มีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือ ทั้งจําทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 โทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Facebook , YouTube , IG และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดต่อไป
ตร.คาดปมเหตุสังหารหมู่หนองบัวลำภู ผู้ก่อเหตุมีหนี้สินนับแสน ไม่ได้เกิดจากการคลั่งยา
นายกฯ ติดตามน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด กำชับดูแลประชาชนให้ทั่วถึง