"ศรีสุวรรณ" จี้สอบ เงินบริจาคพรรคพลังประชารัฐ โยงทุนผับจีนจริง - ส่อยุบพรรค

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ศรีสุวรรณ จรรยา เตรียมไปร้อง กกต.บ่ายนี้ หลัง "สมศักดิ์ เทพสุทิน" ยอมรับ พรรคพลังประชารัฐ ได้รับเงินบริจาคจากคนที่เชื่อมโยงกับทุนผับจีนจริง ซึ่งกรณีนี้ก็น่าสนใจว่า อาจนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่

เรื่องนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อวานนี้ (27 ต.ค.65) ยอมรับ นายชัยณัฐร์ นายทุนจีน ที่มีกระแสข่าวเชื่อมโยงกับผับดัง เป็นผู้บริจาคให้พรรคพลังประชารัฐจริง เมื่อปี 2564 จำนวน 3 ล้านบาท  ทั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐ ไม่สามารถดูรายละเอียดส่วนลึกของแต่ละบุคคลได้ พรรคฯ ตรวจสอบว่า เงินมาในรูปแบบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.กำหนดไว้ถูกต้องหรือไม่แค่นั้น 

 

ถือว่าเงินเข้าตามตรอกออกตามประตูถูกต้องแล้ว ส่วนบุคคลนั้นเป็นอย่างไร พรรคฯไม่มีเวลาไปตรวจสอบ 

ทำให้เป็นเรื่องร้อนต่อเนื่องขึ้นมาทันที เพราะนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงเรื่องดังกล่าว ตั้งประเด็น กรณีนี้ มีโอกาสนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชารัฐได้ 

โดยนายนิพิฏฐ์ ระบุว่า รู้สึกตกใจ เนื่องจาก นายชัยณัฐร์ นายทุนจีนคนนี้ เดิมเป็นคนสัญชาติจีน แต่ต่อมาถึงได้มีการขอแปลงสัญชาติ จนได้สัญชาติไทย ซึ่งปัญหาคือ ขณะที่บริจาค นายทุนจีนคนนี้ สละสัญชาติจีนหรือยัง เพราะตาม พ.ร.บ.สัญชาติฯ หากยังถือ 2 สัญชาติแล้วมาบริจาคเงินให้พรรคการเมือง จะเข้าข่ายการเลี่ยงกฏหมาย พรรคการเมืองที่รับบริจาค ก็จะมีความผิด อันนำไปสู่การยุบพรรคฯ ได้ ตามมาตรา 92 

ขณะที่ ผับของนายทุนจีนคนนี้ ตั้งเป็นนิติบุคคล ชื่ออะไร ใครถือหุ้น มีนอมินีถือหุ้นแทนต่างด้าวหรือไม่ หากนายทุนจีนคนนี้ ให้บริจาคในนามนิติบุคคล แต่พบว่ามีนอมินีถือหุ้นให้ ถ้าเป็นเช่นนั้น นิติบุคคลที่เปิดผับ ก็ถือนิติบุคคลต่างด้าว ก็ถือว่าผิดตาม มาตรา 72 วงเล็บ 2 ยุบพรรคได้เช่นกัน 

นายนิพิฏฐ์ ยังระบุด้วยว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรี ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อโดยพรรคพลังประชารัฐต้องตอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้อนุญาตให้แปลงสัญชาติ ต้องตอบ สุดท้าย กกต.ก็ต้องตอบ  ลงท้าย แต่ที่เอ่ยนามมาทั้งหมด เราจะเชื่อถือใครได้บ้าง เมื่อเรื่องนี้ เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชารัฐ

ด้าน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊ก วันนี้ เวลา 13.00น. เตรียม เดินทางไป ร้อง กกต. ขอให้สอบพรรคพลังประชารัฐ กรณีรับเงินบริจาค 3 ล้าน จากนายทุนผับจีน 

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ความเห็นว่า การที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ออกมายอมรับแบบนี้ หากวิเคราะห์ถือเป็นคำพูดที่น่ากลัว เพราะนี่สุ่มเสี่ยงต่อการเลี่ยงกฎหมาย พรรคการเมืองที่รับบริจาค จะมีความผิดตาม ม.74 และ ม.92 ที่ห้ามพรรคการเมืองรับเงินผิดกฎหมาย และห้ามรับเงินจากชาวต่างชาติ ดังนั้นจะ กกต.จะต้องนำไปสู่การตรวจสอบ หากพบความผิดส่งผลร้ายแรงถึงการยุบพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคจะถูกตัดสิทธิ์รับสมัครเลือกตั้งไปตลอดชีวิต

ในส่วนที่นายสมศักดิ์ บอกว่าคนในพรรคไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายทุนจีนนั้น นายสมชัยมองว่า เป็นความบกพร่องของพรรค ที่ไม่มีการตรวจสอบที่มาที่ไปของผู้บริจาคและเส้นทางการเงิน เพราะการที่มีคนเอาเงินมาให้กว่า 3 ล้านบาทเป็นเรื่องไม่ธรรมดา ทางพรรค ต้องตรวจสอบด้วยว่าใครเป็นคนให้ มีสัญชาติอะไร ทำธุรกิจอะไร เพราะการที่พรรคพลังประชารัฐอยู่ในฐานะแกนนำฝ่ายรัฐบาล อาจเป็นจุดสนใจของกลุ่มธุรกิจสีเทา ที่จะมาบริจาคเงินหวังใช้อำนาจของรัฐ ในการปกปิดธุรกิจผิดกฎหมายนั้น

ในส่วนของ กกต. ก็ควรรีบออกมาแอคชั่น และดำเนินเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้อย่างรวดเร็วที่สุด เพราะอย่างในกรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ ทาง กกต. ยังสามารถดำเนินการได้ในภาย 7 วัน เช่นนั้นในกรณีของพรรค พปชร. เอง ทำไมจะเร่งตรวจสอบไม่ได้ 

ทั้งนี้ ยังฝากถึงทุกพรรคว่าในกรณีเช่นนี้ ควรระมัดระวังในการรับบริจาคเงินจากคนนอกพรรค หรือนักธุรกิจต่าง ๆ เพราะผลที่ได้หากตรวจสอบว่าผิดกฎ กกต. อาจจะมีผลร้านแรงถึงการยุบพรรคและตัดสิทธิ์ลงเลือกตั้งตลอดชีวิต

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ