10 คำถาม "รวมไทยสร้างชาติ" สถานีต่อไป? ของ "ประยุทธ์"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"การตัดสินใจทางการเมือง แม้จะแตกต่าง แต่ไม่ได้แปลว่าแตกแยก พล.อ.ประยุทธ์ มีศักยภาพของท่าน ท่านอาจจะมีความคิดอยากขับเคลื่อนพรรคการเมืองก็ไม่เสียหาย"

ชื่อพรรค “รวมไทยสร้างชาติ” ส่องสว่างตลอดทั้งสัปดาห์ หลังข่าวสะพัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะมาร่วมงานการเมืองที่นี่ และอยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

แม้จะยังไม่มีคำยืนยันจากคนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัว พล.อ.ประยุทธ์ 

แต่คอการเมืองต่างก็จับตาดูท่าที-ทุกฝีก้าว เพราะทุกนาทีต่อจากนี้มีความสำคัญกับการเมืองทั้งกระดาน

หากเกิดขึ้นจริง ภาพของกลุ่ม 3 ป. – 2 พรรคการเมือง ย่อมถูกคาดการณ์ถึงอนาคตทางการเมืองได้อย่างหลากหลาย

หากไม่เกิดขึ้นจริง ก็ยังต้องรอฟังคำตอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะส่งผลถึงทิศทางการเมือง – ปฏิทินการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า

ช่วงเวลาแห่งความไม่ชัดเจนนี้ PPTV สนทนากับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคการเมืองที่ถูกขีดเส้นใต้ว่าจะเป็นสถานีต่อไปของ พล.อ.ประยุทธ์

นอกจากข่าวแล้ว ความเคลื่อนไหวเบื้องหลังเป็นอย่างไร

อันนี้เป็นการตัดสินใจที่สำคัญของ พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่าตอนนี้ท่านตั้งหน้าตั้งตาเตรียมพร้อมการประชุมเอเปค เพราะเป็นเหตุการณ์สำคัญของประเทศ แต่เชื่อว่าหลังการประชุมเอเปคก็จะมีความชัดเจน

ไม่ใช่เฉพาะ พรรครวมไทยสร้างชาติ แต่มีหลายพรรคสนใจ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะจากการสำรวจคะแนนนิยมผู้นำ ต้องยอมรับว่าคะแนนนิยมในตัว พลงอ.ประยุทธ์ ยังดีอยู่ โดยเฉพาะภาคใต้ แม้กระทั่งใน กทม. ก็ดี

ท่านนายกฯ ประยุทธ์เป็นคนดี จะอยู่ที่ไหนก็ดี อยู่ที่นี่ก็ดีครับ เดิมท่านเป็นแคนดิเดต ของพลังประชารัฐ ถ้าไปพูดก่อนว่า เราจะไปเชิญท่าน เราก็ต้องรักษามารยาท ก็ต้องดูก่อนว่าท่านโสดอยู่หรือเปล่า เราแอบชอบท่านอยู่ ชื่นชมความเด็ดขาดของท่าน

สำหรับฝ่ายที่เคยเลือก ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ ต้องยอมรับว่า ตัวบุคคลอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นแชมป์อยู่ หากท่านแสดงท่าทีเดินต่อ แล้วมาประกอบร่างใหม่ พลิกโฉมการทำงานให้ถูกใจประชาชนมากขึ้น เชื่อว่าจะยิ่งดีขึ้น

บริหารประเทศมานานเป็นจุดอ่อนของ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่

บางคนพูดแบบนั้น แต่เท่าที่ดู ผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ทำให้คะแนนนิยมยังดีอยู่ แต่อาจจะข้อจำกัดบางเรื่อง อย่างที่เราเห็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถูกเลื่อยขา ถูกท้าทายแม้กระทั่งจากคนในพรรคที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

รัฐธรรมนูญฉบับบนี้กำหนดให้การเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าพรรค ปัญหาก็คือ มันทำให้ขาดกัออกจากกัน จนนายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจต่อรอง แม้กระทั่งกับพรรคที่เสนอชื่อตัวเอง

ฉากต่อไป สำหรับ ประยุทธ์ ถ้าจะไปต่อ ต้องพลิกโฉมเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน เพื่อให้สามารถแสดงบทบาทได้เต็มที่ แบบที่ประชาชนต้องการ

พล.อ.ประยุทธ์ จะมีโอกาสเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ 

ผมว่าถ้าท่านอยากเป็นอะไร ก็คงเป็นได้หมด แต่อยู่ที่ความเหมาะสม เวลาเราบอกว่า ในอดีตท่านขาลอย เพราะห่างเกินไป ขณะเดียวกันต้องดูว่า หากเข้ามาเต็มตัว มาแบบใกล้ชิด ประชิดตัวจะดีจริงหรือไม่ เราต้องหาระยะที่สมดุล แต่ต้องมีความยึดโยงกับพรรคการเมือง กับ ส.ส.ของพรรค 

ความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร จะเป็นอย่างไร

ผมยังเชื่อว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า พปชร. คงดีกัน เพราะว่าความสัมพันธ์มันยาวนานมากว่า 30-40 ปี คงไม่ขาดกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องถึงขั้นร่วมหัวจมท้ายในพรรคเดียวกัน

การตัดสินใจทางการเมือง แม้จะแตกต่าง แต่ไม่ได้แปลว่าแตกแยกในความรู้สึก ส่วนตัวเห็นว่า พล.อ.ประวิตร มีศักยภาพขับเคลื่อน พปชร. ในส่วน พล.อ.ประยุทธ์ มีศักยภาพของท่าน ท่านอาจจะมีความคิดว่าอยากขับเคลื่อนพรรคการเมืองที่สามารถมีส่วนได้เสียด้วยได้บ้าง ก็ไม่เสียหาย

จะเกิดภาพของการแยกกันเดิน ร่วมกันตี 

ทั้งหมดที่เราพูดเป็นเรื่องของอนาคต ยังไม่สามารถคาดการณ์ไปอีกสเต็ปไกลๆ อย่างนั้นได้ 

แต่ระยะสั้นสุด ตอนนี้คนรอดูอยู่ว่า สรุปแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะตัดสินใจมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือ พรรคใหม่อื่นๆ จริงหรือไม่

เชื่อว่าหลังประชุมเอเปคจะมีคำตอบ

ก็หลังเอเปค วันที่ 21-23 พ.ย. แต่ถ้าจะรอจนหมดวาระปลายเดือน มี.ค. เวลาจะสั้นมากสำหรับการเตรียมพร้อมเลือกตั้ง เพราะทำแคมเปญต้องใช้เวลา ยิ่งถ้ามีคนใหม่เป็นบิ๊กเนมใหม่ หรือมี ส.ส.เดิม เข้ามาในพรรคใหม่ก็ต้องใช้เวลาในการสื่อสารให้ประชาชนให้เข้าใจ

ผมเชื่อว่าหากมีการตัดสินใจสำคัญแบบนี้ ที่จะส่งผลสำคัญและมีนัยยะสำคัญต่อการเลือกตั้งแน่นอน คิดว่าเร็วที่สุดคือหลังเอเปค ผมเชื่อว่าแบบนั้น

จะไม่เป็นพรรคอะไหล่หรือพรรคสำรองแล้วใช่หรือไม่

ไม่แน่นอนครับ มาวันนี้เรื่องพรรคอะไหล่ หรือพรรคสำรองคงต้องตัดทิ้งไป เพราะถ้า พล.อ.ประยุทธ์ มาจริง คงไม่ใช่นั่งร้างหรืออะไหล่ แต่เป็นของจริง

อย่างไรก็ตาม แต่ถ้าท่านไม่มา เราก็ไม่เป็นนั่งร้านให้ใคร เพราะเราพูดอยู่ตลอดเวลาว่า พรรคจะเสนอชื่อ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผมและเพื่อนสมาชิก เชื่อมั่นในตัวท่าน ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะมาหรือไม่มา เราก็เดินหน้าไปอยู่แล้ว

พรรคมีภาคใต้เป็นเป้าหมายสำคัญ เพราะมีแต่คนเคยเป็นแม่ทัพ ระดับขุนพลของพรรคประชาธิปัตย์

ย่อมประเมินกันได้ว่า ภาคใต้เป็นพื้นที่เป้าหมายของพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ในฐานะเลขาธิการพรรค หน้าที่ของผมคือต้องเตรียมพร้อมคัดสรรผู้สมัครที่ดีทุกพื้นที่ ต้องไม่ใช่การตัดต่อ ประกอบร่างมาที่อื่น เราก็อยากจะทำให้ดี 

ประเมินว่าการเมืองรอบหน้ายังแบ่งเป็น 2 ขั้วหรือไม่

เราชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ใจจริงก็อยากสลายความคิดเชิงแบ่งขั้วให้ทุกคนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน มีประเทศชาติเป็นที่ตั้ง 
ต้องยอมรับว่า เมื่อพรรคเพื่อไทย เปิดชื่อหัวหน้าครอบครัว นามสกุลชินวัตร และมีกระแสข่าวว่าจะพาคุณทักษิณ (ชินวัตร) กลับบ้าน ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกฝ่ายมันปะทุขึ้นมาเป็นขั้ว ทุกคนคิดขึ้นมาทันที โดยเฉพาะคนในเมือง และหัวเมืองต่างจังหวัด 

อย่าลืมว่า พื้นที่สำคัญทั้ง กทม. ภาคกลาง หรือหัวเมืองต่างจังหวัด เริ่มมีกระแสการแบ่งขั้ว เพราะเริ่มมีความกลัวว่าบ้านเมืองจะเดินหน้ากลับไปสู่ความวุ่นวายอีกหรือไม่ ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกหรือไม่ เมื่อพยายามจะเอากลับมาเมื่อไร ก็จะเป็นปัญหา 

อย่างไรก็ตามจะกลับมาก็ไม่เป็นไร แต่หากกลับมาโดยที่ปฏิเสธเรื่องคดีความ เรื่องความถูกต้อง รวมถึงข้อกล่าวหาในส่วนของการทุจริตหรือไม่อย่างไร ตรงนี้ต่างหากที่มีความสำคัญ 

ถ้าจะปะทุขึ้นมาเป็นขั้ว มันไม่ได้เกิดขึ้นจากฝั่งผมหรอก เราบอกแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติ เราไม่ยึดติดกับอดีต ในทางกลับกันเราอยากจะรวมคนทุกสีทุกฝ่ายด้วยซ้ำ

คิดว่าถ้าเกิดเรื่องนี้ขึ้นคนที่จะสู้กับปัญหาได้คือ พล.อ.ประยุทธ์

มันเป็นอย่างนั้นครับ แม้กระทังที่บ้านผมยังเชื่อแบบนั้นเลย ผมจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ ที่บ้านเชื่อแบบนี้ว่า ถ้าครอบครัวนี้กลับมาก็เหลือแต่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช่ไหมครับ ที่จะสู้กับปัญหานี้ได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ