การพบกันครั้งนี้ถือเป็นการพบกันแบบเจอตัวครั้งแรกของผู้นำญี่ปุ่นและผู้นำจีน นับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2019 ซึ่งครั้งนั้น อดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ได้พบหารือกับประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง" ที่กรุงปักกิ่ง
ส่วน "นายคิชิดะ" โดยก่อนหน้านี้ เคยหารือผ่านโทรศัพท์กับผู้นำจีนมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ไม่นานหลังจากที่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ในการประชุมวันนี้ 17 พ.ย.2565 คาดว่านายคิชิดะจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับกิจกรรมทางทะเลของจีนรอบๆ หมู่เกาะเซ็งกากุ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของญี่ปุ่น ในทะเลจีนตะวันออก รวมถึงการกดดันทางทหารต่อไต้หวันที่เพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้ นายคิชิดะได้บอกกับผู้สื่อข่าวที่เกาะบาหลี ว่าญี่ปุ่นและจีนมีประเด็นและข้อกังวลมากมาย ซึ่งเขาจะปกป้องในสิ่งจำเป็นต้องปกป้อง และจะเรียกร้องให้แสดงพฤติกรรมที่มีความรับผิดชอบ แต่ก็จะมองหาพื้นที่ที่สองประเทศจะร่วมมือกันด้วย โดยเขาจะพยายามสร้างความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีนที่สร้างสรรค์และมั่นคง
ทั้งนี้ คาดว่าผู้นำญี่ปุ่นจะเรียกร้องความร่วมมือระหว่างกันในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และการผ่อนคลายนโยบายซีโร่โควิดที่เข้มงวดของจีน เพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน
ญี่ปุ่นและจีนมีข้อพิพาทกันเหนือหมู่เกาะเซ็งกากุ ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ และส่งกองเรือเข้ามาในน่านน้ำรอบหมู่เกาะดังกล่าวหลายครั้ง
นอกจากนี้ คาดว่า นายคิชิดะจะเรียกร้องให้คลี่คลายความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันอย่างสันติ หลังจีนดำเนินการฝึกซ้อมทางทหารครั้งใหญ่รอบไต้หวัน ภายหลังการเยือนของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อเดือนสิงหาคม
ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวระหว่างแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งวานนี้ว่า การหารือระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่กำลังจะมีขึ้นนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง และได้ย้ำถึงความจำเป็นที่ทั้งสองประเทศจะต้องจัดการกับความแตกต่างให้ดี และร่วมมือกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีที่ตอบสนองต่อความต้องการของยุคใหม่