สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค พร้อมเครือข่ายองค์กรของผู้บริโภค และตัวแทนสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการสำนักงาน กสทช. เพื่อขอให้สำนักงาน กสทช. แจ้งให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
โดยมีนายรัชตะพงศ์ พินทุเสนีย์ ผู้อำนวยการส่วนประจำสำนักงาน และรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร เป็นผู้มารับหนังสือ
นางสาวสุภิญญา ระบุว่า วันนี้มายื่นหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. เรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาการประชุมบอร์ด กสทช. ที่ล่มต่อเนื่อง ซึ่งกรรมการที่เหลือ 6 คนยังสามารถปฏิบัติหน้าที่และเดินหน้าประชุมได้ตามกฎหมาย โดยมองว่าไม่ควรปล่อยให้ กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ อยู่ในสภาพที่ประชุมแล้วล่มซ้ำ ๆ เพราะขณะนี้มีทั้งปัญหาข้อกฎหมายและปัญหาเชิงประจักษ์ที่ทำให้องค์กรไม่สามารถเดินหน้าทำงานได้
นางสาวสุภิญญา ย้ำว่า กรรมการ กสทช. ทุกคนมีศักดิ์และฐานะเท่าเทียมกันตามกฎหมาย มีคนละ 1 เสียง และหากกรรมการบางคนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ กรรมการที่เหลือเกินกึ่งหนึ่งยังสามารถประชุมและทำหน้าที่ต่อไปได้ รวมถึงกรณีที่ประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ ก็ยังมีกลไกให้กรรมการที่เหลือเดินหน้าทำงานต่อได้
พร้อมเรียกร้องให้สำนักงาน กสทช. ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและสนับสนุนการทำงานของกรรมการทุกคน เพื่อให้สามารถลงมติและตัดสินใจในเรื่องที่ค้างอยู่ได้ตามกฎหมาย
โดยขณะนี้มีวาระค้างอยู่ถึง 148 วาระ และมีเรื่องเร่งด่วน โดยเฉพาะอนาคตของโทรทัศน์ดิจิทัล หรือ DTV รวมถึงโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิทัลที่มีการลงทุนไปแล้วและถือเป็นทรัพย์สินของรัฐ หากปล่อยให้ล่าช้าอาจสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง
นางสาวสุภิญญา กล่าวอีกว่า ขณะนี้อนาคตของดิจิทัลทีวีอยู่ในภาวะเหมือนผู้ป่วยในห้อง ICU ขณะที่กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนเปรียบเสมือนแพทย์ที่พร้อมเข้าไปรักษา แต่สำนักงานกลับเป็นผู้ขวางไม่เปิดทางให้เข้ารักษา จึงเรียกร้องให้เปิดทางให้กรรมการสามารถทำหน้าที่ได้โดยเร็ว
ด้านนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย หรือ ครป. ระบุว่า กรรมการ กสทช. ที่เหลือทั้ง 6 คนสามารถดำเนินการประชุมได้ และมีทางออกตามกฎหมาย โดยสามารถประชุมเพื่อเลือกประธานชั่วคราว ก่อนจัดประชุมเพื่อเลือกประธานตัวจริง และเดินหน้าพิจารณาวาระต่าง ๆ ที่คั่งค้าง
พร้อมยกกรณีในปี 2560 ที่ตำแหน่งประธาน กสทช. ว่างลง โดยกรรมการที่เหลือและสำนักงาน กสทช. สามารถนัดประชุมวาระพิเศษและเลือกประธานคนใหม่ได้ภายในวันถัดมา โดยไม่มีช่วงเวลาที่องค์กรต้องหยุดชะงัก
ทั้งนี้ นายเมธายังเรียกร้องให้กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน โดยเฉพาะกรรมการด้านกฎหมาย แสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงขอให้สำนักงาน กสทช. พิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ปัญหาภายในส่งผลกระทบต่อการทำงานขององค์กร
ขณะที่นายชาคริต ดิเรกวัฒนะชัย อุปนายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ระบุว่า ใบอนุญาตโทรทัศน์ดิจิทัลจะหมดอายุในปี 2572 ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีเวลาเตรียมตัวและวางแผนการดำเนินงาน จึงต้องการให้ กสทช. เร่งกำหนดแนวทางและโรดแมปที่ชัดเจน
พร้อมย้ำว่า ความมั่นคงของโทรทัศน์ดิจิทัลมีความสำคัญทั้งต่อประเทศและผู้บริโภค โดยเฉพาะในสถานการณ์ภัยพิบัติ เพราะโทรทัศน์ภาคพื้นดินยังเป็นช่องทางที่ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารได้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ตหรือสมัครสมาชิก
ทั้งนี้ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ ระบุว่า ได้ยื่นหนังสือถึง กสทช. มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ตลอดช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากปัญหาการประชุม จึงเรียกร้องให้ กสทช. เร่งประชุมและพิจารณาทั้งเรื่องดิจิทัลทีวีและวาระสำคัญอื่น ๆ ที่ค้างอยู่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชน