ไฮไลต์สภาเดือด! แฉงบกระจุกพื้นที่ภูมิใจไทย ลามปม “ระบอบสีน้ำเงิน”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ไฮไลต์สภาเดือด! สส.ปชน.แฉงบกระจุกพื้นที่ภูมิใจไทย ลามปม “ระบอบสีน้ำเงิน” สส.ภท.หลุดถาม “จบวุฒิอะไรมา” ด้าน "รักชนก" จี้สส.รักษามารยาท-โวยประธานไม่เป็นกลาง

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เมื่อคืนที่ผ่านมา ในระหว่างพิจารณามาตรา 17 โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม

ช่วงหนึ่งเกิดความวุ่นวายในที่ประชุม เริ่มจากนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ใช้สิทธิ์พาดพิง โดยระบุว่า จำเป็นต้องอธิบาย เพราะเรื่องที่เคยสอบถามกันในห้องกรรมาธิการกับเรื่องที่นำมาอภิปรายครั้งนี้เป็นคนละประเด็น

ประชุมสภาฯ ช่างภาพพีพีทีวี
บรรยากาศการประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 70 วาระ 2-3

พร้อมบอกอีกว่าก่อนหน้านี้ตนตั้งคำถามกรมทรัพยากรน้ำบาดาลถึงงบกลางปี 2569 กว่า 5,000 ล้านบาท ที่กระจุกอยู่ในพื้นที่เขตเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทยกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ชี้แจงและส่งเอกสารมาให้ โดยเป็นข้อมูลใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงบ 5,000 ล้านบาทเดิม สำหรับประเด็นที่ตนนำมาอภิปรายครั้งนี้ เป็นงบประมาณกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งพบว่าอยู่ในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยถึง 861 ล้านบาท จำนวน 141 โครงการ จากทั้งหมด 281 โครงการ พร้อมย้ำว่าไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่เคยมีการชี้แจงในห้องกรรมาธิการ

นายณัฐชา กล่าวว่า ตนได้นำรายละเอียดที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลส่งมาไปพล็อตลงบนแผนที่ และนอกจากพบว่าโครงการจำนวนมากอยู่ในเขต สส.พรรคภูมิใจไทยแล้ว ยังพบว่าหลายพื้นที่ไม่สอดคล้องกับแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งย้อนหลัง 8 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2567 โดยมองว่าปัญหาสำคัญคือการนำงบประมาณไปเจาะบ่อน้ำในพื้นที่ที่ไม่ได้ประสบภัยแล้ง ขณะที่พื้นที่ที่แล้งจริงกลับไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ

จากนั้น นายณัฐชา ยังโต้แย้งกรณีที่มีการอธิบายว่า พรรคภูมิใจไทยมี สส.จำนวนมากจึงมีโครงการมากกว่า โดยตั้งคำถามถึงพรรคร่วมรัฐบาลว่า เหตุใดบางพรรคที่ร่วมสนับสนุนรัฐบาลจึงได้รับเพียง 57 บ่อ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยได้รับถึง 141 โครงการ พร้อมระบุว่า ตนกำลังทวงสิทธิ์ให้พรรคร่วมรัฐบาล และกล่าวว่า หากยกมือสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว แต่การจัดสรรส่วนอื่นกลับกระจุกไปหมด ก็เป็นลักษณะของ “ระบอบสีน้ำเงิน”

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ช่างภาพพีพีทีวี
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

นายเลิศศักดิ์ จึงตักเตือนว่า นายณัฐชาได้พาดพิงหลายพรรคแล้ว ขณะที่นายณัฐชายืนยันว่า การพาดพิงของตนไม่ได้ทำให้ใครเสียหาย แต่เป็นการทวงสิทธิ์ให้กับพรรคร่วมรัฐบาล

ต่อมา นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงตามข้อ 69 โดยระบุว่า พรรคของนายณัฐชามี สส.จากการเลือกตั้งน้อยกว่า และมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ จึงตั้งคำถามว่าจะมีพื้นที่ใดมากพอสำหรับโครงการดังกล่าว อีกทั้งนายณัฐชาเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ได้ลงพื้นที่ตากแดดตากหญ้าเหมือน สส.เขต พร้อมกล่าวหาว่าการอภิปรายดังกล่าวเป็นการใส่ร้ายป้ายสี และขอให้ประธานควบคุมการประชุม

ขณะที่นายวิชัย จิตรพิทักษ์เลิศ สส.พรรคภูมิใจไทย ประท้วงต่อว่า ตนยกมือมานานแล้ว “ตั้งแต่ปลาหมอคางดำนู่นแล้ว” พร้อมกล่าวว่าอยากรู้ว่าเป็นไอเดียอย่างไร เพราะขณะนี้ปลาหมอคางดำเต็มประเทศและยังจับไม่หมด ก่อนประท้วงตามข้อ 9 เรื่องการควบคุมการประชุม โดยระบุว่าประธานปล่อยให้มีการเสียดสีและกล่าวถึงพรรคภูมิใจไทยมาตลอด

นายวิชัย กล่าวว่า ศักดิ์ศรีของ สส.ทุกคนเท่าเทียมกัน จึงไม่ควรปล่อยให้มีการกล่าวโจมตีเพียงฝ่ายเดียว พร้อมขอให้ประธานช่วยวินิจฉัยว่าสิ่งที่นายณัฐชาพูดนั้นถูกหรือผิด

ประชุมสภาฯ ช่างภาพพีพีทีวี
บรรยากาศการประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 70 วาระ 2-3

ด้านนายณัฐชา ตอบโต้ว่า ตนติดใจที่ถูกกล่าวหาว่าเสียดสี และถามว่าตนเสียดสีอะไร พร้อมระบุว่าเมื่อครู่ตนพูดถึง “สองสี” จึงอยากให้ชี้แจงให้ชัดเจน

นายเลิศศักดิ์ ระบุว่า ได้ปิดไมโครโฟนและรับทราบวัตถุประสงค์ของการประท้วงแล้ว แต่ นายวิชัยยังกล่าวต่อว่าอยากทราบว่า “สองสี” ที่นายณัฐชาพูดถึงคือสีอะไร พร้อมกล่าวว่าเชื่อว่าน่าจะเป็นสีเดียวกัน และกล่าวว่า “สีดำเหมือนกันครับ”

จากนั้น นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงตามข้อ 9 โดยขอให้ประธานควบคุมการประชุม และขอให้นายณัฐชาถอนคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” เนื่องจากมองว่าเป็นคำเสียดสีและเป็นการป้ายสีพรรคภูมิใจไทย พร้อมยืนยันว่าไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” มีเพียงสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีของพรรคภูมิใจไทย

นายอัครเดช ยังโต้แย้งข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคภูมิใจไทยเอาเปรียบพรรคร่วมรัฐบาล โดยระบุว่า ยังโต้แย้งข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคภูมิใจไทยเอาเปรียบพรรคร่วมรัฐบาล โดยระบุว่า พรรคภูมิใจไทยมี สส.กว่า 190 คน แต่ได้รับโครงการ 141 บ่อ ขณะที่อีกฝ่ายได้รับ 57 บ่อ พร้อมตั้งคำถามว่า หากคำนวณตามสัดส่วนแล้ว พรรคภูมิใจไทยได้เปรียบจริงหรือไม่ โดยกล่าวว่า “ท่านตกเลขหรือเปล่า ท่านจบวุฒิอะไรมาครับ” ก่อนขอให้นายณัฐชาถอนคำพูดทั้งกรณี “ระบอบสีน้ำเงิน” และข้อกล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยเอาเปรียบพรรคร่วมรัฐบาล

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ FB / ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.พรรคภูมิใจไทย

ด้านนายเลิศศักดิ์ วินิจฉัยว่า ก่อนหน้านี้กรรมาธิการได้กล่าวถึงนายณัฐชาและพรรคภูมิใจไทย นายณัฐชาจึงสามารถใช้สิทธิ์พาดพิงได้ และถือว่าได้ใช้สิทธิ์ดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว

ส่วนคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” นายเลิศศักดิ์ ระบุว่า ฝ่ายที่ประท้วงยืนยันว่าไม่มีสิ่งดังกล่าวอยู่จริง จึงถือว่าไม่ได้เป็นการกล่าวหาใคร และให้ยุติเรื่องดังกล่าว ก่อนดำเนินการประชุมต่อ โดยในช่วงแรกเตรียมเข้าสู่การลงมติ ก่อนพบว่ายังมีกรรมาธิการเหลืออยู่ จึงอนุญาตให้อภิปรายต่อ

ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นประท้วงประธานขอให้ประธานควบคุมการประชุม พร้อมกล่าวว่า การจะพูดด้วยถ้อยคำรุนแรงเราอยู่ในสภามาเห็นเป็นประจำ แต่ถ้าจะดูถูกว่าจบอะไรกันมา ดูถูกว่าคำนวณเลขเป็นหรือเปล่าในฐานะที่เป็นประธานในที่ประชุมจะปล่อยผ่านถ้อยคำแบบนี้ได้หรือไม่ จึงอยากให้ประธานวินิจฉัยและขอให้ผู้ที่กล่าวถ้อยคำนี้ถอนออกไป

โดยตอนแรกประธานในที่ประชุมได้วินิจฉัยว่านายอัครเดช ใช้เป็นเพียงคำอธิบายไม่ได้เป็นการดูถูก แต่นายรังสิมันต์ไม่ยอมและให้ประธานย้อนดูข้อความที่กล่าวมา และอยากให้ประธานตรวจสอบเพราะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ประธานจึงได้สอบถามนายอัครเดชว่าได้พูดคำว่า "จบอะไรมา" หรือไม่ นายอัครเดชยอมรับว่าพูด ซึ่งเป็นคำถามก็ให้ตอบมาว่าจบอะไรมา มันเสียดสีตรงไหน โดยมีเสียงปรบมือจากเพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยระหว่างที่นายอัครเดชพูด ประธานจึงวินิจฉัยว่าหากพูดลอย ๆ เช่นนี้จะเหมือนเป็นการเสียดสีจึงขอให้ถอนคำพูดดังกล่าว นายอัครเดชจึงถอนคำดังกล่าวเพื่อให้การประชุมเดินหน้าไปได้

ประชุมสภาฯ ช่างภาพพีพีทีวี
บรรยากาศการประชุมสภาฯ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 70 วาระ 2-3

จากนั้นนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุลสส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อประเด็นของนายณัฐชา ว่า งบกลางได้มีการจัดทำคำขอเพื่อป้องกันเหตุเอลนินโญ่ ซึ่งทำคำขอมาตั้งแต่ปี 2568 การจัดสรรงบประมาณก็อนุมัติตามคำขอ ไม่ใช่จะไปจิ้มพื้นที่ตรงไหนก็ได้ หรือภาคไหนก็ได้ ส่วนกระบวนการการจัดสรรงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีทั้งคำขอจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและคำขอจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กว่าจะไปอยู่ในแผนใช้เวลาเท่าไหร่

"ดิฉันอยากให้เราปลดล็อคออกจากความรู้สึกของพรรค เพราะนี่คือปัญหาของพี่น้องประชาชนไม่ควรเอามาเป็นประเด็นทางการเมือง" นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าว

นางสาวพิมพ์ภัทรา ยังกล่าวว่า สัดส่วนของเพื่อนสมาชิกที่รัก มี สส. เขตทั้งหมด 88 คน เป็น สส. ในกทม. 33 คน ปริมณฑล 32 คน ในเมืองต่าง ๆ อีก 9 คน รวม 74 คน ที่ต้องบอกเพราะท่านกำลังใช้ประปานครหลวงและประปาภูมิภาคไม่รู้ว่าคนที่อยู่ตามเขาตามชายแดน ตามพื้นที่ห่างไกลเขาใช้ประปาหมู่บ้านประปาภูเขา แล้วก็มีความจำเป็นที่ต้องของบประมาณ จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พอจะเข้าใจหรือยังว่าทำไมพรรคท่านไม่ได้ เพราะท่านอยู่ในเมือง ถ้าท่านจะขอท่านขอได้ไปดูคำขอได้เลย ซึ่งมีเสียงปรบมือจากสมาชิกระหว่างที่นางสาวพิมพ์ภัทราชี้แจง

ซึ่งประธานได้ทวงติงว่าอย่าพาดพิงเยอะ นางสาวพิมพ์ภัทรา จึงกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่ในห้องประชุมแต่พูดกันมาตั้งแต่ในห้องกรรมาธิการ เป็นเรื่องเดิมคำถามเดิมอธิบายแบบเดิมแต่มาทำการเมืองซ้ำ ๆ แบบนี้เน้น คอนเทนต์ไม่ได้ จำนวน สส. แต่ละพรรคไม่เท่ากันสัดส่วนที่ออกมาจึงไม่เท่ากัน อย่างพรรคกล้าธรรม หากไปดูงบประมาณของงบกลาง พรรคกล้าธรรมได้มากที่สุด ถ้าเทียบกับสัดส่วน สส. แต่ประโยชน์ไปตกอยู่กับประชาชนที่รอใช้น้ำสะอาดอยู่เราจึงไม่ได้พูดอะไร นี่คือความจริงไม่เน่นคอนเทนต์ใด ๆ

รักชนก ศรีนอก ช่างภาพพีพีทีวี
นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

จากนั้นนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิงในฐานะประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ ทำให้มีสมาชิก ลุกขึ้นมาประท้วงประธานบอกว่าไม่เกี่ยวกันเลย โดยประธานได้วินิจฉัยว่ายังไม่มีการพาดพิงถึงนางสาวรักชนก นางสาวรักชนกจึงขอใช้สิทธิ์หารือทำให้มีเสียงโห่จากเพื่อนสมาชิกในห้องประชุม นางสาวรักชนกจึงกล่าวว่า "อยากให้เพื่อนสมาชิกในสภารักษามารยาท" จากนั้น สส.พรรคภูมิใจไทย ประท้วงประธานพร้อมบอกว่าเราหารือกัน  09.00 น. จากนั้นนางสาวรักชนกได้ประท้วงประธานต่อ ที่ปล่อยให้เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นมาพล่ามหลายคนแต่ไม่ให้ตนพูด ประธานจึงให้ถอนคำว่า "พล่าม" นางสาวรักชนกยอมถอน และประท้วงประธานต่อในข้อที่ 9 ว่าวางตัวไม่เป็นกลางในที่ประชุม

ทำให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิงว่าพรรคตนเป็นพรคในเมืองจึงเป็นเรื่องปกติที่จะไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการขุดบ่อบาดาลในพื้นที่ คำชี้แจงเมื่อสักครู่ตนเชื่อว่าทุกคนเข้าใจตรงกันว่าพยายามบิดเบือน ประธานจึงให้นางสาวรักชนกนั่งลงและปิดไมค์ แต่นางสาวรักชนกกล่าวว่า จะละเมิดสิทธิ์การยืนของตนหรือไม่ ทำให้ได้รับเสียงโห่จากเพื่อนสมาชิกฝั่งรัฐบาล

นายณัฐพงษ์ จึงกล่าวต่อว่า นายณัฐชาไม่เคยเปรียบเทียบ การจัดสรรงบประมาณของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนแต่ได้ลุกขึ้นแสดงข้อมูลให้เห็นเรื่องการกระจุกตัวและตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณที่ผิดพื้นที่ สิ่งที่ตนกังวลมากกว่าและอยากฝากประธานเตือนไปยังเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นมาพยายามบิดเบือน อย่าลืมว่าในสภาแห่งนี้เคยมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมมาตรา 144 คำพูดของท่านเป็นบันทึกในที่ประชุม ระวังว่าจะผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144

จากนั้นประธานจึงได้เปิดให้ลงมติในมาตรา 17 โดยที่ประชุมมีมติเห็นด้วย 416 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 งดออกเสียง 56 ไม่ลงคะแนน 1 เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นควรให้มีการแก้ไข

ประธานจึงขอถามมติว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ หรือของกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติ โดยที่ประชุมมีมติเห็นด้วย 277 เสียง ไม่เห็นด้วย 138 เสียง งดออกเสียง 56 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 0 เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ