การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ ตามระเบียบวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระ 2-3 เป็นวันที่สอง
โดยสำหรับร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2570 มีผู้เสนอคำแปรญัตติ 154 คน แต่มีผู้ถอนคำแปรญัตติไป 2 คน โดยเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ ปี 2570 ยังคงตั้งงบประมาณไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท และมติคณะกรรมาธิการวิสามัญให้ปรับลดทั้งสิ้นราว 11,162 ล้านบาท
ทั้งนี้ หลังจบการพิจารณาวาระ 2-3 ของสภาผู้แทนราษฎรระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย. จะมีการนำเข้าพิจารณาวาระ 2-3 ของวุฒิสภา ในวันที่ 10-11 ก.ย.ต่อไป
“ชวน” จี้ตั้งงบดูแลต้นไม้ หยุดตัดกุดเหมือนประหารชีวิต
“ชวน หลีกภัย” เปิดภาพต้นไม้ริมทางถูกตัดจนเหลือแต่ต้นกุดกลางสภา ชี้หน่วยงานรัฐมองต้นไม้เป็นภาระ จึงเลือกตัดทำลายแทนการบำรุงรักษา เสนอจัดสรรงบและใช้รุกขกรดูแลอย่างถูกหลัก ย้ำต้นไม้คือสมบัติชาติที่ประเมินมูลค่าไม่ได้
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2 นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายประกอบคำแปรญัตติในส่วนงบประมาณกระทรวงคมนาคม พร้อมเปิดภาพถ่ายต้นไม้ริมทางที่ถูกตัดจนเหลือแต่ต้นกุดไร้กิ่งก้าน
นายชวนระบุว่า คำแปรญัตติครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง แต่ต้องการเป็นปากเป็นเสียงให้กับต้นไม้ ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตและสมบัติของชาติที่ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง จึงไม่มีปากมีเสียง พร้อมวิจารณ์การตัดต้นไม้ริมทางในหลายพื้นที่ว่าเป็นการทำลายมากกว่าการบำรุงรักษา เปรียบเสมือนการประหารชีวิต
นายชวนกล่าวว่า ต้นไม้ใหญ่มีความสำคัญต่อการลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ช่วยสร้างภูมิทัศน์และลดฝุ่น PM 2.5 แต่หน่วยงานรัฐบางแห่งกลับมองต้นไม้เป็นภาระ และกังวลเรื่องความรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุ จึงเลือกตัดกุดหรือโค่นทิ้งแทนการดูแลอย่างถูกวิธี
ทั้งนี้ นายชวนเคยทำหนังสือหารือไปยังรัฐบาลตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการดำเนินการ ขณะที่งบประมาณกระทรวงคมนาคมกว่า 1.6 แสนล้านบาท แม้ถูกปรับลดลง 626 ล้านบาท ก็ไม่ได้มีการจัดสรรงบเพิ่มเติมสำหรับดูแลต้นไม้ โดยหน่วยงานอย่างแขวงทางหลวง ทางหลวงชนบท และชลประทาน ยังขาดงบประมาณเฉพาะด้านนี้
นายชวนยกตัวอย่างจังหวัดตรัง ซึ่งมีการให้องค์กรและร้านค้าเอกชนเข้ามาช่วยรับผิดชอบดูแลต้นไม้เกาะกลางถนน เช่น โตโยต้า ฮอนด้า และโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ พร้อมจัดตั้งกองทุนดูแลต้นไม้ โดยตนประเดิมเงิน 100,000 บาท ปัจจุบันมีเงินสมทบเกือบ 500,000 บาท ช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่
นายชวนจึงเสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสำหรับบำรุงรักษาและอนุรักษ์ต้นไม้ทั่วประเทศอย่างถูกต้องตามหลักรุกขกรรม ให้แก่กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมกำชับไม่ให้ใช้วิธีตัดทำลาย แต่ให้รุกขกรเข้ามาดูแล
“ต้นไม้เหล่านี้คือสมบัติของชาติที่มีคุณค่าเกินกว่าจะประเมินมูลค่าได้” นายชวน กล่าว
“ศุภณัฐ” อัดงบเกษตรฯ ชี้ระเบิดเวลาทำงบจม!
เวลา 11:03 นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายงบประมาณมาตรา 14 งบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเน้นไปที่งบก่อสร้างอาคารที่เห็นปัญหาการของบ ที่ขอเพิ่มจำนวนมากกระจายทั่วประเทศ แต่ปีนี้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ เพราะฐานะทางการคลังของประเทศที่ย่ำแย่ จากที่นั่งคณะอนุกรรมธิการงบก่อสร้างได้ติดตาม แต่งบของกรมประมงว่าสร้างในสิ่งที่ไม่ควรสร้าง เช่นการสร้างอควอเรียม มีงบประมาณผูกพันรวม 594 ล้านบาท ที่จังหวัดอุดรธานี หรือที่จังหวัดระยองในการปรับปรุง 375 ล้าน ที่จังหวัดพะเยา ร้อยเอ็ด นครปฐม ซึ่งในภาพรวมกรมประมงมีอะควาเรี่ยมในการดูแล 16 แห่ง ยังไม่มีทีท่าที่จะหยุดสร้าง
“ผมไม่แน่ใจว่านี่คือกรมประมงหรือกรมอะแควเรียม กรมแสดงพันธุ์สัตว์น้ำกันแน่ ทั้งที่เรื่องเหล่านี้ควรทำร่วมกับภาคเอกชนหรือสนับสนุนจากภาคเอกชนในการดำเนินการ ไม่ใช่ภาครัฐเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่ในส่วนของรัฐไทยหน่วยงานราชการชอบที่จะจัดซื้อจัดสร้างเอง ให้งบประมาณผ่านมือตัวเอง” นายศุภณัฐกล่าว
นายศุภณัฐ ยังชี้ว่าอีกปัญหาหนึ่งที่เป็นระเบิดเวลาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คืออาคารราชการที่สร้างเยอะมากจนน่าตกใจ โดยหยิบยกว่า 13 หน่วยงานหลักภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรมีการสร้างอาคาร 17,000 อาคาร เฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตรมีจำนวน 3,800 อาคาร กรมชลประทาน 3,000 กรมการข้าว 2,100 กรมปศุสัตว์ 2,000
ฯลฯ หากเฉลี่ยต่อจังหวัดจังหวัดหนึ่งมี 220 อาคาร ถือว่าเยอะมากหากเปรียบเทียบกับกองทัพบกที่จะต้องสร้างอาคารรองรับกำลังพล กองทัพบกเป็นหน่วยงานที่มีอาคารมากที่สุด 38,000 หลัง ของกำลังพลกว่า 130,000 ยูนิต แต่กระทรวงเกษตรคนน้อยกว่ากองทัพบก 3 เท่า แต่มีอาคารครึ่งนึงของกองทัพบก
พร้อมกับย้ำว่าปัญหาของระบบราชการคือแยกกันก่อสร้างไม่มีการบูรณาการ ซึ่งพบว่าราชการไทยมีอาคารทั้งหมดประมาณ 100,000 อาคาร คือระเบิดเวลาชั้นดี เพราะสัดส่วนงบประมาณในการสร้างในอนาคตจะเป็นงบการซ่อมบำรุง เพราะยิ่งภาครัฐมีอาคารที่มากเกินกว่าจำเป็นก็จะกลายเป็นภาระงบประมาณในอนาคตที่สูงขึ้น ค่าบำรุงรักษาค่าน้ำค่าไฟ นับ 1,000 ล้านบาท
โดยเห็นว่าหากกระทรวงเกษตรยังคงดำเนินนโยบายเช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือจะมีโอกาสได้เห็นว่าเกษตรกรจะมีมีรายได้สูงขึ้นในระยะยาว เพราะการใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสม จึงขอตัดลดงบประมาณ 1.1% หรือ 600 ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่าวงเงินรวมของอะควาเรี่ยมแห่งใหม่ที่จังหวัดอุดรฯและจังหวัดระยอง
"กรณ์" เสนอตั้งบริษัทข้าวหอมมะลิแห่งชาติ
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่2และ3 ตามที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว มาตรา 14 งบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
โดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.พรรค ประชาธิปัตย์ อภิปรายถึง สหกรณ์การเกษตรที่มีความคาดหวังที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งแต่พบว่าการจัดการงบประมาณ ก็มีการปรับลดลงมา ถ้ามองเชิงเศรษฐศาสตร์เรามีความได้เปรียบมากในการทำงานเกษตร เรามีความอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรมีฝีมือ ผลผลิตทางการเกษตรตลาดโลกให้การยอมรับ และผู้บริโภคมีความต้องการผลผลิตทางการเกษตรอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือสุดท้ายขายไม่ได้ราคา เรามีข้อดีทั้งหมดแต่บรรทัดสุดท้ายเกษตรกรเรายังยากจน ขายสินค้าไม่ได้ราคา จึงต้องมาคิดว่าปัญหาคืออะไร
ทั้งนี้ เกษตรกรชาวอีสานส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรชาวนาแปลงเล็กมีอำนาจต่อรองน้อย ไม่สามารถที่จะทำประโยชน์จากการรวมตัวกันได้ ซึ่งปัญหาของเกษตรกรรายย่อย เข้าถึงแหล่งทุนยากและไม่มีทุนในการที่จะลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่สามารถลงทุนในการวิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตของตนเองได้ เพราะไม่มีทุนทรัพย์และความรู้ที่จะสร้างแบรนด์ผลผลิตของตนเองเข้าสู่ตลาดได้และเมื่อสร้างแบรนด์ไม่ได้วิเคราะห์วิจัยเพิ่มผลผลิตของตนเองไม่ได้ก็ทำให้หาตลาดให้ตัวเองไม่ได้ คำตอบก็จะกลับมาที่การปฏิรูปสหกรณ์
"โอกาสที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรได้มากที่สุดคือภาคการเกษตรเป็นเรื่องที่น่าทำมากๆมีผลต่อชีวิตประชาชนคนไทยจำนวนมากทำให้ดีขึ้นนิดเดียวก็จะสามารถทำให้ชีวิตเขาสบายได้ขึ้นเยอะ ของดีมีเยอะแต่เรายังไม่มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าจะแปลงของดีแก้ปัญหาข้อด้อยของเขาเพื่อให้เขาสามารถแข่งขันได้อย่างไร"นายกรณ์กล่าว
นายกรณ์ ยังยกตัวอย่าง สหกรณ์ของประเทศนิวซีแลนด์ที่มีการควบรวมสหกรณ์ เปลี่ยนโครงสร้างสหกรณ์ให้เป็นรูปของบริษัท สุดท้ายเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของทุกสหกรณ์ มาเป็นผู้ถือหุ้น มีสิทธิ์ที่จะขายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรมให้กับบริษัท และในฐานะผู้ถือหุ้นก็จะได้ส่วนแบ่งจากกำไรอีก
"ข้าวหอมมะลิของเราเป็นข้าวที่ทั่วโลกยอมรับ มีคุณภาพอันดับ 1 มีแค่ 5 จังหวัดที่ปลูกข้าวนี้ได้ สมมุติว่าเราช่วยกันที่จะรวมตัวให้เกษตรกร ชาวนาในทุ่งกุลาร้องไห้ทั้ง 5 จังหวัดร่วมกันเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทบริษัทเดียวที่ผูกขาดการผลิตและขายข้าวหอมมะลิ ทำข้าวถุงสร้างแบรนด์วิเคราะห์วิจัย เพิ่มมูลค่า ลดต้นทุนการผลิตรับซื้อข้าวจากเกษตรกรในราคาที่เป็นธรรม และทำหน้าที่ขายข้าวสู่ตลาดโลกกำไรเอามาแบ่งกัน กับเกษตรกรในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทข้าวหอมมะลิแห่งชาติ นี่ คือวิธีที่ผมเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องเกษตรกรของประเทศได้อย่างถาวร ฝากให้มีการจัดสรรงบประมาณและแนวความคิดที่ชัดเจนเพื่อดำเนินการเรื่องนี้"นายกรณ์กล่าว
“ณัฐชา“ สับงบกรมประมงไร้งบแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในส่วนมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ตนแปรญัตติปรับลดงบประมาณ 20 เปอร์เซนต์ เนื่องจากการชี้แจงการใช้งบประมาณในชั้นกรรมาธิการของหลายกรม ผิดทิศผิดทาง ไม่รู้ภารกิจหน้าที่ โดยเฉพาะงบประมาณของกรมประมงจำนวน 4,800 ล้านบาท ปรากฎว่า ครึ่งหนึ่งจำนวน 2,400 ล้านบาท เป็นงบประมาณด้านบุคลากร แต่เมื่องบประมาณเหลืออยู่น้อยนิดแล้ว แทแทนที่พุ่งเป้าตรงที่ภารกิจ และช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เหมือนตายทั้งเป็น แต่กลับดำเนินการในสิ่งที่ไม่ได้เป็นปัจจุบันเร่งด่วน คือ การเดินหน้าศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตนจึงขอถามว่า เป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ หรือ ศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรีกันแน่ เพราะต้องมีในทุกจังหวัดของรัฐมนตรีว่าการ หรือ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกยุคทุกสมัย ยืนยันว่า ตนไม่ได้มีปัญหาศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ แต่มีปัญหากับกรมประมงที่ไม่ทำหน้าที่ในภารกิจของตัวเอง ที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ยิ่งไปกว่านั้นพบว่า ศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ที่กรมประมงของงบประมาณมา พยายามไปตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำของท้องถิ่น
นายณัฐชา ยังอภิปรายว่า งบประมาณที่กรมประมงมีการขอมาสำหรับศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นงบผูกพันกว่า 229 ล้านบาท โดยงบปี 2570 จะต้องเบิกจ่าย 34.94 ล้านบาท ซึ่งในชั้นกรรมาธิการเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จึงปรับลดงบประมาณ ไป 750,000 บาท สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็น ความเร่งด่วนมากกว่าปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำใช่หรือไม่
พร้อมย้อนถึงการชี้แจงของอธิบดีกรมการประมงในชั้นกรรมาธิการ ที่ย้ำถึงความจำเป็นว่า ต้องลงทุนเพื่อการท่องเที่ยว การศึกษา และกระตุ้นเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้ถือภารกิจของกรมประมงหรือไม่
นายณัฐชา ย้ำว่า ตนไม่ได้หมายความว่าศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำไม่ดี แต่ในยุคสมัยที่มีการตัดงบประมาณ 11,000 ล้านบาท ชนิดที่ตัดเหี้ยนทุกโครงการ แม้แต่โครงการที่จะช่วยเหลือประชาชน แต่โครงการที่ช่วยเหลือใครกันแน่ กลับได้รับการอนุมัติ
นอกจากนี้นายณัฐชา ยังหยิบโพสต์จากเพจหนึ่ง ของจังหวัดอุดรธานี ที่ระบุว่า ดีใจมากที่งบปี 2570 อุดรธานีได้รับงบก่อสร้าง 229 ล้านบาท พร้อมทั้งมีบุคคลปริศนาไปคอมเม้นโพสต์ดังกล่าวว่า เพราะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นคนอุดรธานี เลยมีโครงการแบบนี้
แต่สิ่งที่น่าเจ็บปวดเมื่อตนไปพบข้อมูลเมื่อปี 2568 ชี้ชัดว่า ที่อุดรธานีมีการสร้างศูนย์แสดงพันธุ์น้ำงบ 60 กว่าล้านบาท ที่ อ.กุมภวาปี ภายใต้หน่วยงานท่องถิ่น ซึ่งวันนี้ อุดรธานีน่าจะรู้จักพันธุ์สัตว์น้ำครบทุกชนิดแล้ว ยกเว้นอย่างเดียวคือ ปลาหมอคางดำ ที่ไม่รู้จะนำไปใส่ในพิพิธภัณฑ์หรือไม่ โดยกระบวนการพิจารณางบแบบนี้เป็นสิ่งที่ตนไม่สามารถกดเห็นชอบงบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้