กสทช. ประชุมล่มรอบ 4 "พิรงรอง-ธนพันธุ์-ศุภัช" วอล์กเอาต์หลัง "นพ.สรณ" เข้าห้อง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กสทช. ประชุมล่มรอบ 4 หลัง "นพ.สรณ" เข้าห้อง "พิรงรอง-ธนพันธุ์-ศุภัช" วอล์กเอาต์ทันที เหตุหวั่นมติไม่ชอบด้วยกฎหมาย ชี้คำวินิจฉัยสรรหาถือเป็นที่สุด

ความเคลื่อนไหวที่สำนักงาน กสทช. หลังการประชุมบอร์ด กสทช. ล่มซ้ำเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติมีมติว่า นพ.สรณ ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง โดยถือว่าเป็นการสละสิทธิ ส่งผลให้การประชุมทุกครั้งหลังจากนั้นไม่สามารถดำเนินต่อได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ เช่นเดียวกับวันนี้ที่ไม่สามารถประชุมต่อได้เป็นครั้งที่ 4

ก่อนเริ่มประชุม บรรยากาศเป็นไปตามปกติ กรรมการแต่ละคนเดินเข้าห้องประชุมด้วยท่าทีสดใส ยิ้มแย้ม ไม่ได้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

กสทช. ประชุมล่มรอบ 4 "พิรงรอง-ธนพันธุ์-ศุภัช" วอล์กเอาต์หลัง "นพ.สรณ" เข้าห้อง ช่างภาพพีพีทีวี
กสทช. ประชุมล่มรอบ 4 "พิรงรอง-ธนพันธุ์-ศุภัช" วอล์กเอาต์หลัง "นพ.สรณ" เข้าห้อง

แต่หลังจาก นพ.สรณ เดินเข้าห้องประชุม กรรมการ กสทช. 3 คน ได้แก่ ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และนายศุภัช ศุภชลาศัย ได้เดินออกจากห้องประชุมทันที ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ศ.ดร.พิรงรอง กล่าวว่า พวกตนไม่อยากเล่นเกม เพราะเป็นหน้าที่ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ มาให้ปฏิบัติหน้าที่ จึงเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ แม้จะมีการเล่นเกม ปล่อยข่าว หรือพยายามดิสเครดิตกรรมการว่ามีความขัดแย้งกัน ซึ่งหากดูรายละเอียดเรื่องคดีความจะพบว่า กรรมการ 3 คนบวกอีก 1 คน เป็นผู้ถูกฟ้องเป็นหลัก และบางคนที่ออกมาให้ข่าวก็เป็นผู้ฟ้องเองด้วย

โดยมีเพียงคดีเดียวที่พวกตนฟ้องศาลปกครอง เพื่อให้เกิดการบังคับตามกฎหมายจากมติของบอร์ด คือกรณีบอลโลก 600 ล้านบาท ซึ่งมีการไม่ดำเนินการตาม MOU ที่ทำไว้กับ กสทช. เพื่อให้ กกท. ดำเนินการตามนั้น รวมถึงให้ประธาน กสทช. ปฏิบัติตามมติบอร์ด ขณะที่พวกตนถูกฟ้องทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง จึงเป็นผู้ถูกกระทำ

ศ.ดร.พิรงรอง กล่าวว่า ไม่ใช่แค่เรื่องคดีความ แต่การทำงานอยู่ในสำนักงาน กสทช. บางครั้งพวกตนรู้สึกเหมือนเป็นหมาตัวหนึ่ง หรือเป็น กสทช. ชั้นสอง แต่ก็ยังทำหน้าที่ต่อ เพราะรู้สึกว่าได้รับโปรดเกล้าฯ ให้มาทำหน้าที่ จึงต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่

ส่วนกรณีที่มีการเล่นเกมเพื่อดิสเครดิต หรือจะให้มีการออก พ.ร.ก. เพื่อล้ม กสทช. ทั้งหมดนั้น ทั้งที่สาเหตุเกิดจากคนคนเดียวที่ทำให้ไม่สามารถประชุมได้ ก็ขอให้สื่อมวลชนใช้วิจารณญาณพิจารณาว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร และหากมีการออก พ.ร.ก. มาล้ม กสทช. ทั้งหมดจริง จะสามารถทำได้หรืออยู่ในอำนาจหรือไม่

ศ.ดร.พิรงรอง ย้ำว่า พวกตนไม่ได้เล่นเกม มาทำงานก็มาทำงาน และคำสั่งศาลปกครองล่าสุดมีความชัดเจนว่าไม่รับฟ้อง และไม่ทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งเป็นที่สุดตามมาตรา 15 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่

ดังนั้น หากอ่านคำสั่งศาลปกครองให้ชัดเจน จะเห็นว่าไม่ทุเลาการบังคับ และไม่ให้ระงับการนำความขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พ้นจากตำแหน่ง คำขอให้ชะลอจึงตกไป เพราะศาลไม่รับฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ

ศ.ดร.พิรงรอง สรุปว่า คำสั่งศาลปกครองยืนยันคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งเป็นที่สุดตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ดังนั้น พวกตนไม่ได้เล่นเกม และเดินทางมาประชุมเพราะมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่

ด้าน พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. ตั้งแต่เมื่อวาน และก่อนการประชุมได้เรียกนายไตรรัตน์มาชี้แจงถึงเหตุผล โดยเฉพาะกรณีที่มีคำสั่งศาลปกครองไม่รับคำร้อง ซึ่งหมายความว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาถือเป็นที่สุด โดยคำวินิจฉัยดังกล่าวระบุว่า นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิ และไม่สามารถดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. ได้ตั้งแต่แรก

กสทช. ประชุมล่มรอบ 4 "พิรงรอง-ธนพันธุ์-ศุภัช" วอล์กเอาต์หลัง "นพ.สรณ" เข้าห้อง ช่างภาพพีพีทีวี
กสทช. ประชุมล่มรอบ 4 "พิรงรอง-ธนพันธุ์-ศุภัช" วอล์กเอาต์หลัง "นพ.สรณ" เข้าห้อง

ส่วนกรณีที่ นพ.สรณ ขอให้ศาลมีคำสั่งฉุกเฉินเกี่ยวกับตำแหน่งประธาน กสทช. นั้น ศาลปกครองได้ยกคำร้อง และระบุว่าผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา 20 วรรคสอง ที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้พ้นจากตำแหน่ง

เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าศาลรับรองสถานะว่า นพ.สรณ ยังคงเป็นประธาน กสทช. เพียงแต่ต้องดำเนินกระบวนการให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงได้สอบถามนายไตรรัตน์ว่า จะยังคงจัดประชุมโดยมีประธาน กสทช. อยู่หรือไม่ ซึ่งมองว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ขัดแย้งกับแนวทางในสมัยคุณสุภิญญา

โดยนายไตรรัตน์ได้ขอให้ประชุมไปก่อน แต่พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ยืนยันว่า หากประธานเข้าร่วมประชุม ตนไม่สามารถประชุมได้ และเมื่อ นพ.สรณ เดินเข้ามา จึงตัดสินใจเดินออกจากห้องประชุม พร้อมกรรมการอีก 2 คน

พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ยืนยันว่า หาก นพ.สรณ เป็นผู้สละสิทธิและไม่สามารถเป็นกรรมการ กสทช. ได้ ก็เห็นว่าไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ แม้ศาลจะชี้ว่าตำแหน่งประธาน กสทช. ยังคงดำรงอยู่ก็ตาม เพราะตำแหน่งกับสถานะในการเป็นกรรมการเป็นคนละเรื่องกัน

ส่วนเรื่องความเสี่ยงทางกฎหมาย ศ.ดร.พิรงรอง กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าพวกตนกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีทางอาญา แพ่ง หรือปกครอง แต่ความเสี่ยงอยู่ที่ หากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว อาจมีผลย้อนกลับไปถึงวันที่มีคำวินิจฉัยว่า นพ.สรณ สละสิทธิ ซึ่งอาจส่งผลต่อมติของบอร์ดต่าง ๆ หลังจากที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าว

จึงเกิดคำถามว่า หากให้ นพ.สรณ เข้าร่วมประชุมและลงมติ ทั้งที่ทราบอยู่แล้วว่ามีคำวินิจฉัยว่าเป็นผู้สละสิทธิ มติที่เกิดขึ้นจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และหากเกิดปัญหาขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหรือชดใช้ความเสียหาย

ศ.ดร.พิรงรอง กล่าวว่า เรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณามีความสำคัญ ทั้งเรื่องดาวเทียม ทีวีดิจิทัล และ Roadmap ซึ่งเกี่ยวข้องกับอนาคตของผู้ประกอบการหลายราย เพราะขณะนี้หลายช่องประสบปัญหา มีการ Lay-off และลดจำนวนบุคลากร หากมีการประชุมและลงมติในเรื่องสำคัญ แต่ภายหลังพบว่าเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและประชาชนที่เกี่ยวข้อง

ด้าน พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ กล่าวถึงวาระค้างการพิจารณาว่า ตั้งแต่ปี 2567 ได้มีหนังสือถึงประธาน กสทช. โดยขณะนั้นมีวาระค้างถึง 40 เรื่อง และขอให้เร่งรัดจัดการประชุม

ปี 2568 มีวาระค้าง 42 เรื่อง และได้ทักท้วงว่ามีวาระสำคัญเร่งด่วนที่ค้างมาเป็นเวลา 2 ปี ขณะที่ต้นปี 2569 มีวาระค้าง 44 เรื่อง ทั้ง Roadmap แผนที่นำทาง และการบริการเผยแพร่สื่อ ซึ่งเป็นวาระสำคัญ และช่วงกลางปี 2569 ยังมีวาระค้างอีก 45 เรื่อง

พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ จึงขอให้ความเป็นธรรมกับกรรมการทั้ง 3 คน โดยยืนยันว่า ไม่ได้ต้องการไม่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้มีวาระค้าง แต่พยายามติดตามเรื่องวาระค้างมาโดยตลอด ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงนี้ แต่ดำเนินการมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว

ขณะที่นายศุภัช กล่าวว่า สำหรับการประชุมวันนี้ กรรมการทั้ง 3 คนสงวนสิทธิด้วยเหตุผลเดิม เพราะเห็นว่าความเสียหายอาจมากกว่าหากเข้าไปดำเนินการ ทั้งนี้ กสทช. มีกรรมการ 7 คน หากไม่นับ 3 คนที่เดินออกจากห้องประชุม ก็ยังเหลือกรรมการอีก 4 คน ซึ่งสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หากเลือกที่จะปฏิบัติหน้าที่

นายศุภัช กล่าวว่า หากขณะนี้ยังไม่สามารถประชุมได้ ก็ต้องถามกรรมการอีก 3 คนว่ามาประชุมหรือไม่ และด้วยเหตุใด เพราะกรรมการทั้ง 3 คนเป็นเพียง 3 เสียง ขณะที่หากนับ นพ.สรณ ด้วย จะมีกรรมการอีก 4 คน ซึ่งเป็นเสียงข้างมากและสามารถประชุมได้โดยไม่ต้องมีกรรมการทั้ง 3 คน

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามว่ารัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวไปถึงขั้นตอนใดแล้ว มีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือไม่ เพราะหากดำเนินการไปแล้ว กรรมการก็ยังต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่อยู่ดี

นายศุภัช กล่าวว่า พวกตนรู้สึกหนักใจและต้องการปฏิบัติหน้าที่ เพราะขณะนี้ไม่ได้ประชุมมาหลายครั้ง เตรียมตัวประชุมหลายครั้งแล้ว แต่การดำเนินการก็ต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ดังนั้นจึงต้องพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ควรทำ แม้กรรมการ 3 คนจะมีความเห็นหนึ่ง แต่หากนับ นพ.สรณ จะมีกรรมการอีก 4 คน ซึ่งถือเป็นเสียงข้างมากและสามารถประชุมได้โดยไม่ต้องมีกรรมการทั้ง 3 คน

ด้าน ศ.ดร.พิรงรอง ย้ำว่า คำสั่งศาลปกครองมีความชัดเจน เพราะคำขอทุเลาการบังคับคดี หรือขอให้ระงับการนำความขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้พ้นจากตำแหน่ง ศาลไม่ได้รับคำขอดังกล่าว จึงถือเป็นประเด็นที่ชัดเจน

โดยมองว่านายกรัฐมนตรี ซึ่งมีที่ปรึกษาและต้องรับรู้ข้อกฎหมาย ย่อมทราบว่า เมื่ออุปสรรคทางกฎหมายคือการฟ้องศาลปกครอง และเมื่อศาลปกครองไม่รับฟ้อง ไม่คุ้มครอง ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี และไม่อนุญาตให้ระงับการทูลเกล้าฯ ขั้นตอนดังกล่าวก็ควรดำเนินต่อไป

กสทช. ประชุมล่มรอบ 4 "พิรงรอง-ธนพันธุ์-ศุภัช" วอล์กเอาต์หลัง "นพ.สรณ" เข้าห้อง ช่างภาพพีพีทีวี
กสทช. ประชุมล่มรอบ 4 "พิรงรอง-ธนพันธุ์-ศุภัช" วอล์กเอาต์หลัง "นพ.สรณ" เข้าห้อง

ส่วนกระแสข่าวการเร่งรัดการประชุม เนื่องจากจะมีการพิจารณากองทุน USO นั้น ศ.ดร.พิรงรอง กล่าวว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ให้ข้อมูลดังกล่าว เพราะหากโครงการ USO ผ่านบอร์ดแล้ว จะเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานในการดำเนินการต่อ โดยเป็นเรื่องของการประกาศผู้ชนะการประมูล

หากบอร์ดอนุมัติกรอบวงเงินและแผนงานตามนโยบายแล้ว การดำเนินการจะเป็นหน้าที่ของสำนักงานทั้งหมด แต่ที่ได้ยินมาคือโครงการดังกล่าวมีวงเงินเกิน 200 ล้านบาท ดังนั้น ในทางเทคนิค การลงนามอาจต้องมีประธาน กสทช. ร่วมลงนามด้วย เนื่องจากรักษาการเลขาธิการ กสทช. ไม่สามารถลงนามเพียงคนเดียวได้

ศ.ดร.พิรงรอง ยังฝากถึง นพ.สรณ ว่า พวกตนไม่ได้เล่นเกม และมาทุกครั้งเพราะตั้งใจที่จะประชุมและปฏิบัติหน้าที่ จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยปลดล็อกสถานการณ์ เพื่อให้กรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

เมื่อถามถึงแนวคิดให้กรรมการ กสทช. จำนวน 6 คน ร่วมลงรายชื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการเรื่องการถอดถอนประธาน กสทช. ศ.ดร.พิรงรอง กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าใครให้สัมภาษณ์ในประเด็นนี้ แต่ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี โดยยังไม่จำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาแทรกแซงหรือช่วยส่งเสริมด้วยซ้ำ เพราะหากกรรมการ 6 คนรวมกัน ก็สามารถประชุมได้

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือสำนักงาน กสทช. ซึ่งไม่ควรเป็นผู้วินิจฉัยข้อกฎหมายด้วยตัวเอง แล้วนำไปสู่การวินิจฉัยว่า ประธาน กสทช. ยังคงสามารถเข้าร่วมประชุมได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ