"นพ.สรณ" ย้ำมหิดลรับรองพ้นพนักงานปี 2565 จ่ออุทธรณ์คำสั่งศาล

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"นพ.สรณ" แถลงหลังประชุม กสทช. ล่มรอบ 4 ยันเรียกมาแจงปมคุณสมบัติ ย้ำมหิดลรับรองพ้นพนักงานปี 2565 รายได้ ม.ค.-มิ.ย. เป็นวิชาชีพอิสระตามกฎหมาย จ่ออุทธรณ์คำสั่งศาล

ศ.นพ.คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. แถลงข่าวภายหลังการประชุมบอร์ด กสทช. ล่มเป็นครั้งที่ 4 เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดยระบุว่า จำเป็นต้องเรียกประชุมในวันนี้ เนื่องจากมีเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งให้กรรมการ กสทช. ทุกคนรับทราบและเข้าใจ ทั้งเรื่องคำสั่งศาลปกครองที่ไม่รับฟ้อง รวมถึงพยานหลักฐานที่ยืนยันว่าตนไม่ได้กระทำผิดตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา ซึ่งเพิ่งได้รับจากมหาวิทยาลัยมหิดล

ศ.นพ.คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ช่างภาพพีพีทีวี
ศ.นพ.คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.

นพ.สรณ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ กสทช. บางคนไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่หวังว่าหากได้รับทราบข้อเท็จจริงและเหตุผลแล้ว อาจเปลี่ยนใจกลับมาร่วมประชุมและปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและสาธารณะต่อไป จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน และถ่ายทอดเสียงให้กรรมการ กสทช. รวมถึงผู้สื่อข่าวและพนักงานที่อยู่ภายนอกห้องประชุมได้รับทราบ

ประการแรก กรณีคำสั่งศาลปกครองที่ไม่รับฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าตนไม่ได้เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนเสียหาย หมายความว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาไม่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ของตน ตนยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจ จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง

นพ.สรณ กล่าวว่า คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยว่าตนสละสิทธิ และไม่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ต้น แต่ตามกฎหมาย การสละสิทธิจะต้องเกิดขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ขณะที่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาเกิดขึ้นภายหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยนายกรัฐมนตรีนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ และมีพระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 13 เมษายน ดังนั้น การที่คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยว่าคำวินิจฉัยมีผลทันทีและเป็นที่สุด จึงไม่ถูกต้อง

ประการที่สอง นพ.สรณ กล่าวว่า เพิ่งได้รับหนังสือตอบจากมหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อวานนี้ ยืนยันว่า ตนได้ลาออกจากการเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของมหาวิทยาลัยมหิดลและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีโดยสมบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 โดยตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ถึงวันที่ 12 เมษายน เป็นการประกอบวิชาชีพแพทย์อิสระเฉพาะทางตามความจำเป็นในการส่งต่อผู้ป่วยให้ผู้อื่นดูแล โดยไม่ได้รับเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัยหรือคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ทั้งนี้ การประกอบวิชาชีพในลักษณะดังกล่าว อาจารย์แพทย์ที่เกษียณแล้ว รวมถึงอาจารย์หรือแพทย์จากภาคเอกชน สามารถเข้ามาประกอบวิชาชีพในโรงพยาบาลรามาธิบดีหรือโรงพยาบาลของรัฐอื่นได้ โดยมีหลักฐานการแจ้งเสียภาษีประจำปี 2565 ยืนยันว่า รายได้ของตนตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2565 เป็นรายได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (6) ไม่ใช่เงินเดือนหรือค่าจ้างตามมาตรา 40 (1) ซึ่งสามารถให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีอธิบายรายละเอียดได้

ศ.นพ.คลินิก สรณ ยังตั้งคำถามไปยังคณะกรรมการสรรหาว่า เหตุใดจึงไม่รอหนังสือตอบจากมหาวิทยาลัยมหิดล และเหตุใดจึงต้องเร่งรีบสรุปผล โดยระบุว่า คณะกรรมการสรรหาประชุม 4 ครั้ง ใช้เวลา 37 วัน และตนไม่ทราบว่าคณะกรรมการได้รับเอกสารจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องอำนาจของคณะกรรมการสรรหาด้วยกันเอง รวมถึงข้อสงสัยว่าเหตุใดเลขาธิการวุฒิสภาจึงเชิญกรรมการสรรหาบางคน แต่ไม่เชิญบางคน ทั้งที่เป็นเอกสารสำคัญ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากมีหลักฐานการเสียภาษีจากกรมสรรพากร ก็ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเงินที่ได้รับเป็นรายได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40 (6) หรือเป็นเงินเดือนและค่าจ้างตามมาตรา 40 (1) เพราะคณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยว่าเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างตามมาตรา 40 (1)

ประเด็นที่สาม คือคุณสมบัติของประธานกรรมการสรรหา โดย นพ.สรณ กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าการดำรงตำแหน่งกรรมการของประธานกรรมการสรรหาน่าจะสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นวันที่มีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ และควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับการดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช. จึงฝากให้สื่อมวลชนสอบถามว่า เหตุใดจึงไม่มีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือในที่ประชุมเพื่อวินิจฉัยเสียก่อน

ส่วนประเด็นสุดท้าย นพ.สรณ ฝากสื่อมวลชนสอบถามผู้เกี่ยวข้องที่ออกมากดดันให้นายกรัฐมนตรีเร่งนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า เมื่อปรากฏหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว จะดำเนินการอย่างไร เพราะหากเรื่องดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนและยังไม่ยุติ ก็ไม่น่าจะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ

ส่วนกรณีกระแสข่าว พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข ลาออกจากตำแหน่งเลขานุการประจำประธาน กสทช. นพ.สรณ กล่าวว่า ได้รับทราบว่ามีการทำหนังสือลาออกตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ส่วนเหตุผลการลาออกตนจำไม่ได้ และหากมีนัยสำคัญใดหรือไม่ คงต้องสอบถามเจ้าตัวเอง เพราะตนไม่สามารถชี้แจงแทนได้

เมื่อถามถึงแรงกดดันตลอดช่วงกว่า 4 ปีที่ผ่านมา ศ.นพ.คลินิก สรณ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวสร้างแรงกดดันมาโดยตลอด และหากย้อนกลับไปตั้งแต่ประเด็นในชั้นกรรมาธิการ ปัญหาเกิดขึ้นจากหนังสือของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีความผิดพลาดเกี่ยวกับตัวเลขและวันที่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และถูกนำไปสรุปไว้ในรายงานของกรรมาธิการ โดยใช้ถ้อยคำว่า ตนอาจเข้าข่ายผิดคุณสมบัติ ไม่ได้ระบุว่าตนผิดคุณสมบัติ

ศ.นพ.คลินิก สรณ กล่าวว่า รายงานดังกล่าวเป็นรายงานลับ และยังไม่ได้รับรองโดยที่ประชุมวุฒิสภา จึงเห็นว่าไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเอกสารหลักฐานในการพิจารณา

ส่วนการดำเนินการตามกฎหมาย ศ.นพ.คลินิก สรณ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล โดยต้องยื่นภายใน 30 วัน ส่วนแนวทางการต่อสู้ทางกฎหมาย ยืนยันว่าตนไม่ได้กระทำความผิด โดยเฉพาะประเด็นที่กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจคณะกรรมการสรรหาโดยตรง แต่อำนาจดังกล่าวเป็นความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งไม่ใช่กฎหมาย และความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้ผูกพันรัฐสภา

สำหรับกระแสข่าวว่ามีการเร่งรัดการประชุม กสทช. เนื่องจากต้องพิจารณาโครงการกองทุน USO นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. และรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ชี้แจงว่า โครงการ USO ไม่ได้เป็นเรื่องที่ประธาน กสทช. สามารถอนุมัติได้เพียงคนเดียว ทุกเรื่องต้องผ่านการพิจารณาของบอร์ด กสทช.

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการ USO แต่ละโครงการใช้เวลาพิจารณาเป็นเวลานาน บางโครงการใช้เวลามากกว่า 1 ปี กว่าจะผ่านกระบวนการพิจารณา ดังนั้น เมื่อบอร์ด กสทช. อนุมัติหลักการให้ดำเนินโครงการแล้ว สำนักงาน กสทช. จึงสามารถนำโครงการไปดำเนินการประกวดราคาได้ตามกรอบวงเงินที่กำหนด

ส่วนกรณีวงเงินที่อยู่ในอำนาจของตนก็สามารถลงนามได้ หากเป็นวงเงินขนาดใหญ่จะต้องเสนอประธาน กสทช. ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงาน โดยการลงนามของประธานเป็นการเห็นชอบหรือรับทราบว่ากระบวนการประกวดราคาเสร็จสิ้นและได้ผู้รับจ้างแล้ว ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการลงนามในสัญญาจ้าง ไม่ใช่การอนุมัติโครงการแต่เพียงผู้เดียว

นายไตรรัตน์ ย้ำว่า ทุกโครงการของ USO ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กสทช. ก่อน จึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการประกวดราคาและทำสัญญาได้ หากบอร์ดไม่อนุมัติ สำนักงานก็ไม่สามารถดำเนินการประกวดราคาได้

ส่วนกรณีที่บอร์ด กสทช. ไม่สามารถประชุมได้ต่อเนื่องในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา และมีหลายโครงการสำคัญที่รอการพิจารณา รวมถึงโครงการ USO และประเด็นอื่น ๆ เมื่อถามว่าการไม่สามารถประชุมได้เป็นการดิสเครดิตประธาน กสทช. หรือเป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ นพ.สรณ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเกมทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะอ่านเกมอย่างไร ส่วนตัวไม่สามารถบอกได้ว่าอ่านเกมอย่างไร

ด้าน นพ.สรณ กล่าวถึงแรงกดดันที่ขณะนี้ยังอยู่ที่นายกรัฐมนตรีว่า เชื่อว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้รู้สึกกดดัน แต่คงดำเนินการไปตามกฎหมาย เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ กสทช. และไม่ว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวก็ย่อมมีแรงกดดันเป็นธรรมดา

ดังนั้น หากตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด อาจทำให้ใบอนุญาตหลายเรื่องไม่สามารถออกได้ และอาจถูกตั้งคำถามว่าการไม่ปฏิบัติหน้าที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าขอบเขตของการหยุดปฏิบัติหน้าที่ควรอยู่ตรงจุดใด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ