พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ และรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าร่วมประชุมบอร์ด กสทช. ก่อนที่จะมีการยื่นใบลา เนื่องจากเห็นว่าในที่ประชุมยังไม่มีมีการหารือถึงการทำหน้าที่ของประธาน กสทช.
โดยพลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ กล่าวว่า เราต้องการหารือกับประธานก่อนที่จะมีการประชุม และประธาน ก็ยืนยันที่จะประชุม ทั้งที่คุยกันแล้วว่า ในประเด็นเรื่องคุณสมบัติของประธานยังมีปัญหา ในฐานะผู้สละสิทธิ์ จะมาทำหน้าที่ได้หรือไม่ เพราะคณะกรรมการสรรหามีข้อวินิจฉัยสิ้นสุดแล้ว หากไม่เห็นด้วยก็ให้มีการยื่นต่อศาล แต่หากฉันทามติอย่างอื่นเราก็น้อมรับ โดยย้ำว่าเราต้องการหารือในประเด็นนี้รวมไปถึงหลายคนมีหนังสือถึงสำนักงานให้พิจารณารับเรื่องแล้วแต่ก็ไม่ยอมให้มีการหารือกัน ยืนยันว่าเราไม่ได้วอล์กเอาต์ แต่ประธานไม่เปิดโอกาสให้เราชี้แจง และน่าเสียดายที่ไม่เปิดโอกาสให้เราได้มีการหารือ ย้ำว่า เราพยายามหาทางออกร่วมกัน และหาแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง เราเองไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด แต่ประธานไม่ยอมเปิดโอกาส
ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าวอีกว่า เราส่งใบลาประชุมแล้ว ไม่ได้วอล์กเอาต์หรือประท้วง เราตั้งใจมาประชุม หากจะไม่เข้าร่วมประชุมเลยก็ทำได้แต่เราเห็นว่ามีวาระการประชุม ซึ่งในวาระตนเองผลักดันเรื่องทีวีดิจิทัลมาโดยตลอด อยากให้มีการประชุมเกิดขึ้น โดยประธานกสทช. ที่ถือว่าเป็นผู้สละสิทธิ์ มาร่วมเป็นกรรมการในการประชุมจะทำให้เรามีความเสี่ยง รวมไปถึงสมาคมทีวีดิจิทัลก็มายื่นขอความชัดเจนในเรื่องนี้ หากประชุมมีมติออกไปก็จะกระทบต่อหลายฝ่าย อย่าลืมว่ากสทช. เป็นองค์กรแบบกลุ่ม หากคนนึงไม่มีสถานภาพทางกฎหมาย คนอื่นก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างไรก็ตาม เราได้มีการขอหารือกันก่อนการประชุมแล้วแต่เมื่อไม่ได้รับโอกาส จึงมีการยื่นขอมาประชุมกับทางเลขาฯ
ขณะที่ผลกระทบที่ตามมา จะกระทบกับคนทุกภาคส่วนและแท้จริงแล้วจะมีแนวทางที่สามารถแก้ไขได้แต่กลับไม่เปิดโอกาสให้มีการหารือเพื่อหาทางออก แม้เราจะขอหารือเพื่อให้องค์กรสามารถเดินต่อได้ ซึ่งในอดีตก็เคยมีกรณีที่ประธานลา เราไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็สามารถตั้งกรรมการในที่ประชุมมาเป็นประธานแทน
รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ระบุว่า ปัญหาครั้งนี้คือหากประชุมไปทั้งแบบนี้ไม่มีความชัดเจนของสถานภาพ เมื่อเป็นแบบนั้นสิ่งที่เราตัดสินใจออกไปจะมีความเสี่ยงกับทางอุตสาหกรรมและธุรกิจ และมติของคณะกรรมการสรรหาก็มีการแจ้งกับทุกคนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทุกคนรับทราบ กฎหมายไม่ได้คุ้มครอง เราจึงต้องการคนที่จะมาชี้ขาด ซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมาย โดยจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ท่านแต่ต้องช่วยหาทางออกให้กับพวกเรา
เมื่อถามย้ำว่าถือเป็นช่วงสุญญากาศ ของ กสทช. แล้วหรือไม่ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ระบุว่า ตนเองไม่ได้พูด