"ชลน่าน" เชื่อ! ไม่แปลก "บิ้กป้อม" รับ พปชร.-รทสช. พรรคพี่พรรคน้อง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ชลน่าน" เผยไม่แปลก "บิ้กป้อม" รับ พปชร.-รทสช. พรรคพี่พรรคน้อง แต่ไม่ใช่การควบรวมพรรคในช่วงสมัยประชุมมีกฎหมายห้าม

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยอมรับว่าพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคน้องว่า ตราบใดที่ตัวโครงสร้างสมาชิกพรรคและกิจกรรมของพรรคเป็นไปตามกฎหมายถือว่ายังเป็นพรรคการเมืองอยู่ ดังนั้นบริบทของพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติไม่เข้าข่ายการควบรวมพรรคการเมือง 

ซึ่งในสมัยอายุของสภาผู้แทนราษฎรการควบรวมพรรคการเมืองถือเป็นข้อห้ามตามกฏหมาย แต่มีหลายพรรคอาจใช้กลไกยุบพรรคตัวเอง อย่างเช่น พรรคของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หรือกรณีที่พรรคการเมืองมีมติขับให้สมาชิกพรรคออก และสามารถหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน สมาชิกภาพของสมาชิกที่เป็น ส.ส. ยังคงอยู่

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีความเป็นไปได้ในอนาคตที่พรรครวมไทยสร้างชาติกับพลังประชารัฐอาจจะมีการควบรวมพรรค หากการเดินหน้าทางการเมืองแล้วมีพรรคใดพรรคหนึ่ง แม้จะบอกว่าเป็นพรรคพี่พรรค แต่เมื่อไปไม่ไหว หรือไม่ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง อาจจะใช้กลไกต่างๆทางกฏหมายแล้วย้ายมาอยู่ร่วมกัน โดย เห็นว่าไม่ได้เป็นประเด็นอะไร หรือ ไม่ได้รู้สึกแปลกอะไรเพราะอุดมการและเป้าหมายทางการเมืองของ2พรรคคือเรื่องเดียวกัน คือการสืบทอด อำนาจ และเรื่องดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับพรรคเพื่อไทย

 

 

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยชี้ว่าการบริจาคเงินของนายทุนจีนให้กับพรรคพลังประชารัฐ เป็นหน้าที่การตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพรรคเพื่อไทยเพียงติดตามความคืบหน้าเท่านั้น ไม่ได้ถึงขั้นไปยื่นร้องยุบพรรคพลังประชารัฐ แต่อาจมีการตรวจสอบว่า ผลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสำหรับการบริจาคเงิน  ส่งผลไปยังรัฐมนตรีของพรรคการเมืองนั้น หรือไม่อย่างไร เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามหรือไม่ 

โดยได้อธิบายเงื่อนไขการบริจาคเงินว่า 1. จะต้องไม่รับบริจาคจากบุคคลต่างด้าว และ2. เงินที่รับบริจาค ต้องมีที่มาที่ไปที่ชัดเจนไม่ใช่เงินที่มีที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกรณีนี้เป็นเหตุนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองหลายพรรคแล้ว

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ