"จตุพร" สาวไส้ "ทักษิณ" กร้าวตัดขาด - ไม่ชัดจับมือร่วมรบ.กับใคร ลวงประชาชน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




"จตุพร" เปิดใจ ฟางเส้นสุดท้ายตีจาก"ทักษิณ" ก้าวร้าวตัดขาด เสื้อแดงถูกใช้เป็นเครื่องมือ - ไม่ชัดจับมือร่วมรบ.กับใคร ชี้ลวงประชาชน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชนฯ ออกมาสาวไส้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงความชัดเจนในการจับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคอื่น จนกระทั่งมีกระแสว่า จะจับมือกับทุกผลฝ่าย พรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่เว้น จนเกิดเสียงวิพากวิจารณ์สนั่นในเรื่องนี้ และมีการแถลงการณ์ภายหลัง ว่าจะไม่จับมือกับพรรคใดเลยก่อนการเลือกตั้ง แต่นั้นหมายความว่า ผ่านหลังเลือกตั้งไปแล้ว 

"บิ๊กตู่" ฉุนสื่อถามปม "ทักษิณ" วิเคราะห์ดึงเกมยุบสภา เหตุตั้งสาขาพรรค รทสช. ยังไม่ครบ

"ทักษิณ" ซัดกลับ "จตุพร" อย่าไปฟังเลย ฟังไปก็เปลืองน้ำยาล้างหู

 

นายจตุพร สงสัยว่า นายทักษิณ พรรคเพื่อไทย จะไปจับมือร่วมกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ดังนั้นการบอกว่า จะไม่จับมือกับใครก่อน หากพรรคเพื่อไทย ไปจับมือกับพรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคอื่นๆ ตนพอรับได้ 

แต่เรื่องนี้คนไทยจะรับได้หรือไม่ ในวันข้างหน้าพรรคเพื่อไทย ไปจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะยกให้ “บิ๊กป้อม” เป็นนายกฯ หรือเป็นส่วนไหนก็ตาม อยากถามกลับว่า....เรื่องนี้คนไทยจะรับได้หรือไม่ 

“พรรคก้าวไกลประกาศชัดแล้ว ตั้งแต่ลูกเล็กเด็กแดง ยันหัวหน้าพรรค เขาประกาศชัดเจนว่า เขาไม่จับมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพล.อ.ประวิตร พรรคพลังประชารัฐ โดยพูดเหมือนกันทุกคน ตั้งแต่ผู้สมัคร ยันหัวหน้าพรรค แต่พรรคเพื่อไทยไม่ประกาศ ดังนั้นการที่พรรคเพื่อไทยตอบว่า เร็วเกินไปที่จะตอบ หรือการไม่ตอบอะไร แล้วหลังการเลือกตั้ง ค่อยมาบอก ว่าจะจับมือกับใครนั้น จีงเป็นการปิดบัง ซ่อนเร้น เจตนาที่แท้จริง” นายจตุพร กล่าว 

นายจตุพร ยังเปิดใจว่า ตลอดเวลาตนเองต่อสู้มาตลอด เคยติดคุกมาหลายครั้ง แถมบ้านก็กำลังจะถูกยืด ที่ผ่านมาเคยขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้อย่างไร มาวันนี้ต้องกล้าวิจารณ์ นายทิกษิณได้ มาถึงวันนี้เราต้องพูดความจริง เพราะฉะนั้นแล้วเกมในอนาคตถ้าไม่เป็นความจริงก็ขอให้พูดออกมา ว่า “จะไม่มีวันจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ” พร้อมจะไปจับมือกับ พล.อ.ประวิตร ที่อยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็คงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว 

“พูดความจริงออกมาก่อน เพราะถ้าความจริงมันมาทีหลัง มันจะเริ่มต้นความวุ่นวาย ซึ่งสมการ การเมืองข้างหน้า พล.อ.ประยุทธ์ มี ส.ว. 250 เสียงอยู่ในมือ ส่วนองค์อิสระ มีความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประวิตร หากพล.อ.ประยุทธ์ ไปไม่ได้ 250 เสียง ส.ว.ก็จะย้ายมาทางฝั่งพล.อ.ประวิตร เพราะฉะนั้นวันนี้ อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าไปไม่ได้ ก็ไปพล.อ.ประวิตร ถ้าเป็นเช่นนี้ แปลว่าพรรคเพื่อไทย จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ พรรคก้าวไกลก็คงไม่มาด้วย นี่จึงเป็นสูตรสมการ การเมืองในวันข้างหน้า แล้วถามว่าประชาชนรับได้ไหม แต่ทว่าพรรคเพื่อไทยเล่นบท เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่มีความชัดเจน เล่นอ่อยเหยื่อขนาดนั้น และก็มาแถลงทางการกลับหลังหัน แล้วมาบอกว่าเร็วเกินไป ผมจึงว่าสงสัยว่าคิดกำลังจะจับมือ” นายจตุพร กล่าว 

นายจตุพร ยังแฉต่อในประเด็นดีลขอกลับบ้าน ของนายทักษิณ อย่างไม่สมควร และพฤติกรรมการลักหลับที่ไม่ควรกระทำ ที่ระบุว่า ติดคุกกันน้อยๆ แล้วให้ออกมา จึงย้ำว่าเรื่องที่ไปดีลกัน ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง และคนที่ไปดีลต้องรู้ด้วย 

"จตุพร" ย้อนเรื่องราว "ทักษิณ" อยากกลับบ้าน 

นายจตุพร ย้อนเรื่องราวการกลับบ้านของนายทักษิณ ที่มีอยู่ด้วยกัน 2 ช่วงเวลา คือ 19 ก.ย.2549 ถูกยืดอำนาจ และหลังจากนั้นไทยรักไทยถูกยุบลงในนามพลังประชาชน ตอนนั้นก็ลงไปในนามพลังประชาชน ไปร่วมปราศรัยกับนายสมัคร สุนทรเวช ทุกที่ ว่าเลือกพลังประชาชนให้ทักษิณ กลับบ้าน แล้วทักษิณก็ได้กลับบ้าน ได้กลับมากราบแผ่นดิน กระทั่งเรื่องที่ดินรัชดากำลังจะตัดสิน นายทักษิณ ก็เรียกบริวารทุกคนมาคุย ว่าจะให้หนีออกไป หรือต่อสู้คดี

ในขณะนั้นนายจตุพร เป็นเสียงข้างน้อย โดยบอกให้นายทักษิณอยู่ เพราะขังคุก คุกก็แตก จะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทยเลย การที่นายทักษิณติดคุก ประชาชนจะแห่แหน และไม่ต้องกลัวว่าจะถูกทำอะไร เพราะในเวลานั้นพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล คนจะยิ่งมาเฝ้า เป็นไข่ในหินเลย และสถานการณ์บ้านเมืองจะเปลี่ยนแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ซึ่งปรากฎว่าเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นต่าง ที่คิดว่านายทักษิณ ติดคุกวันเดียวก็ถูกฆ่าตายแล้ว ซึ่งตอนนั้นไม่รู้ว่าใครจะไปฆ่า จึงทำให้ตอนนั้นนายทักษิณ ตัดสินใจกลับออกไปอีกรอบหนึ่ง และจนมีการหาเสียง ก็พูดอยู่ทุกครั้ง ว่าจะมีการกลับบ้าน จนได้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเป็นนายกฯ และเป็นรัฐบาล 

นายจตุพร เผยว่า ตนเองได้ไปทวงถามว่าทำไม "ถึงไม่เอาทักษิณกลับบ้าน" แล้วก็ได้คำตอบกลับมา ว่ารัฐบาลในช่วงนั้นอ่อนแอ หากเอานายทักษิณ กลับมารัฐบาลจะพัง ซึ่งความคิดของนายจตุพร ตอนนั้น ในเมื่อประกาศแล้วก็ควรทำ พอถึงวันที่รัฐบาลแข็งแรงแล้ว ทำไมถึงไม่เอานายทักษิณ กลับมา โดยเสนอให้นิรโทษกรรม ซึ่งได้คำตอบกลับมาว่า สถานการณ์มีช่วงแข็งแรงและไม่แข็งแรง พอคนทำท่าจะขับไล่ ก็เอาทักษิณกลับบ้าน ซึ่งเป็นความคิดที่ไปทำลายความหวังเดียวของประชาชน ที่กำลังติดคุกและจ่อติดคุกอยู่ โดยเฉพาะเสื้อแดงที่อยู่ในต่างจังหวัดในตอนนั้น

"นิรโทษกรรมสุดซอย" ผลพวง เสื้อแดงติดคุก 

นายจตุพร ยังเล่าถึงหนังม้วนใหญ่ ตอนพ.ร.บ.นิรโทษกรรม สุดซอย ที่ตอนแรกต้องการให้นิรโทษกรรม เฉพาะประชาชนเท่านั้น เว้นระดับแกนนำแต่ท้ายที่สุดผลออกมา คือ เป็นแบบพ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย ทำให้สถาการณ์ออกมาเช่นนี้ ประชาชนจึงต้องไปติดคุก เป็นเพราะเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ทำความหวังเดียวของประชาชนพังไปด้วย จนนำไปสู่การเปิดประตูให้ทหาร เข้ามาทำรัฐประหาร 

“เพราะฉะนั้น ท่านก็ไม่แฟร์ในหลายเรื่อง ดังนั้นเรื่องความอยากในการกลับบ้านของท่าน มักทำลายการต่อสู้ ที่ต้องแลกมากมาย แม้กระทั่งอิสระ คนเหล่านี้ติดคุก 6-8 ปี ตายในคุกก็มี ออกมาครอบครัวพินาศย่อยยับก็มี มีใครเห็นใจกันบ้าง นายกฯทักษิณ ท่านบอกว่าทุกไม่ซื่อสัตย์ต่อรุ่นน้องตัวเอง ต่อประชาชนร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่าน คววามจริง เริ่มมีแผลทางใจ คือผมมีเรื่องราวมากมาย แต่ผมก็กล้ำกลืน กลืนเลือดๆ ที่ได้เล่ามาทั้งหมด นี่เป็นเศษเสี้ยว จุดหักเหจริงๆ ” นายจตุพร กล่าว 

นายจตุพร ยังเล่าถึงกรณีนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ที่ถูกพรรคเพื่อไทยทอดทิ้ง ผลักออกจากพรรคเพื่อไทย ว่าเรื่องนี้ตนรับไม่ได้ และมองว่าเป็นปัญหาความขัดแย้ง จนเกิดแผลใจต่อกัน

ฟางเส้นสุดท้าย "จตุพร" ลาขาด "ทักษิณ" 

กระทั่งเกิดเหตุการณ์เมื่อบินไปหานายทักษิณ ที่ฮ่องกง แล้วโดนจี้ถามว่า ไปช่วยนายบุญเลิศ เพราะมีการรับเงินจากนายบุญเลิศ หรือนายจตุพรเห็นแก่เงินหรือไม่ โดยนายจตุพร ชี้แจงว่าไปช่วยเพราะเคยผ่านทุกข์ ผ่านสุขด้วยกันมา ไปมาหาสู่กับนายบุญเลิศ มาเป็นระยะกว่า 10 ปี 

“นี่คือสายป่านสุดท้าย คุณดูหมิ่นผม ผมรับไม่ได้ คือ มากไป ที่ผ่านมาผมพยายามทนกล้ำกลืน อะไรข้ามได้ก็ข้าม แล้วตัวเองก็เดือดร้อนตลอด ความเป็นจริง ตีคุกอีกรอบไม่น่าจะติดเลย คดีหมิ่นประมาท ชั้นต้นยก ชั้นกลางยก แต่ว่ากำลังจะตัดสินคดีนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เขาก็ต้องเอาผมไปเก็บตัวก่อน ก็เจ็บทุกครั้งคราวไป แต่มาครั้งนี้ถือว่า ปากไม่ดี ดูหมิ่น เหยียดหยามแม้กระทั่งลูกน้องตัวเอง ถือว่านี่ไม่รู้จักกันเลย เพราะฉะนั้นเมื่อท่านยังคิดแบบนั้น ก็จบกันไป” นายจตุพร กล่าว 

นายจตุพร ระบุว่า ต้องการออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะต้องการเตือนสตินายทักษิณ ว่าจะคิดแบบเดิม หรือใช้นอมินีแบบเดิม สั่งการแบบเดิม ใช้ความอยากแบบเดิม คงไม่ได้ แล้วเวลาที่ได้อำนาจมา ได้เพราะคนเสื้อแดง ไม่ใช่ว่าวันนี้อยากใช้พี่น้องคนเสื้อแดงก็เรียกกลับมา แต่พอวันไหนหมดผลประโยชน์ก็ถีบหัวส่ง 

นายจตุพร ยังทิ้งท้ายถึงความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประวิตร และนายทักษิณ ว่ามีความเชื่อมโยงในหลายประเด็น ทุกอย่างถูกเอื้อกันตามลำดับ ซึ่งต้องติดตามว่าพรรคเพื่อไทย จะมีความชัดเจน จับมือร่วมกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ขอให้พูดความจริง และเคารพประชาชน

กนง.มีมติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ชี้แนวโน้มเงินเฟ้อทรงตัวระดับสูง

เตือนภัย! ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นจนท.สายการบิน แจกตั๋วบินฟรี

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP การเมือง

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ