เลือกตั้ง 2569 : พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย ลั่นขอแลนด์สไลด์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เพื่อไทยปราศรัยใหญ่ “สุริยะ” ขอ 200 เสียง ดันรถไฟฟ้า 20 บาททั่วสาย ชูรัฐบาลดิจิทัล–เศรษฐกิจโต พร้อมหนุน “เชน ยศชนัน” นั่งนายกฯ

เวลา 16.45 น. ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยพร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นรถไฟฟ้าจากสถานีเพลินจิต ไปยังสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ เพื่อไปสนามกีฬาเทพหัสดิน ซึ่งเป็นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย ตอกย้ำนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทันทีที่เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า นายสุริยะได้ชูธนบัตรแบงก์ 20 บาท

พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่ ช่างภาพพีพีทีวี
พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่

พร้อมประกาศว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายภายใน 3 เดือน  ทันทีที่เดินทางมาถึงสนามกีฬาเทพหัสดินแฟนคลับที่รออยู่แล้วถึงกับวิ่งเข้าไปรุมขอถ่ายรูปกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน

“สุริยะ“อ้อน ขอให้เลือก เพื่อไทยให้ถึง 200 เสียง เพื่อทำนโยบายให้เป็นจริง

นายสุริยะ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน นายสุริยะ กล่าวเรียกเสียงจากประชานว่า ขอเสียง แดงเพื่อไทยดัง ๆ ขอเสียงพี่น้องที่อยากได้ อาจารย์เชนเป็นนายก ขอเสียงพี่น้องที่คิดว่า พรรคเพื่อไทยจะมาเป็นอันดับหนึ่ง  ซึ่งพลังงานดีจริง ๆ ตนขอให้ไปถึงวันที่ 8 ก.พ.แบบไม่ตก ไม่แผ่ว ไม่เลย เข้าคูหากา เบอร์ 9

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ตนในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง ขอเป็นตัวแทนของพี่น้องผู้สมัครสส.เขต และ ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ทั้ง 500 คน มาพูดกับพี่น้องประชาชนตรงนี้ ซึ่งตนพูดไม่บ่อย นาน ๆ พูดที แต่รอบนี้ขอพูดจากใจ อย่างแรก ขอบคุณพี่น้องประชาชนจากใจจริง ขอขอบคุณทุกเสียงตอบรับ ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณที่ยังรักพรรคเพื่อไทย ขอบคุณที่พี่น้องยังเอาความหวังในชีวิต มาฝากไว้กับพวกเรา โดยการเมืองที่ผ่านมา มันไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกคนเจอความเหนื่อย เจอความผิดหวัง เจอคำถาม เจอความไม่แน่ใจ แต่การที่วันนี้ ทุกคนยังอยู่ตรงนี้ ยังพร้อมจะเชื่อ ยังพร้อมจะเดินทางไปกับพวกเรา อย่างที่สอง ถ้าอยากได้นโยบายเพื่อไทย ต้องให้เพื่อไทยทำเท่านั้น เพราะไม่มีให้พรรคอื่นมาทำนโยบายพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนได้ยินหลายคนพูดเหมือนกันว่า นโยบายเพื่อไทยรอบนี้ ดีที่สุด ดีกว่าทุกพรรค แต่ก็มีคนลังเล แล้วพูดต่อว่า แต่กลัวว่า เพื่อไทยจะทำไม่ได้

ตนขอพูดตรง ๆ แบบไม่ต้องเกรงใจเลยว่า กลัวเพื่อไทยทำไม่ได้ แต่ถ้าให้คนที่ไม่เคยทำ ทำไม่เป็น หรือ คนไม่เคยคิดจะทำสิ่งใหม่มาทำแทน มันยิ่งน่ากลัวกว่า เพราะถ้าไม่ใช่เพื่อไทย แล้วพี่น้องคิดว่า ใครจะทำได้ เพราะนโยบายมันคิดยาก ลอกง่าย แต่ทำยาก แต่ทำนโยบายที่ทำจริง ต้องมี 3 อย่างพร้อมกัน มีทีมที่เคยทำงานจริง, มีประสบการณ์ เข้าใจทั้งระบบราชการ กฎหมาย งบประมาณ กลไกสภา มีความละเอียด ไม่ใช่เขียนเอาหล่อ เอาเท่ เอาไว้พูดบนเวทีอย่างเดียว และบางพรรคก็เอานโยบายคล้าย ๆ กันมาปรับชื่อ ปรับคำ บางพรรคก็มีนโยบายสั้นมาก มีแค่อยู่แค่บนป้าย บางพรรคก็หยิบสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยวางรากฐานไว้แล้ว มาพูดเหมือนเป็นของตัวเอง แต่เรื่องนี้ตนไม่ได้โกรธ กลับดีใจด้วยซ้ำ แปลว่า นโยบายเพื่อไทยมันมาถูกทาง จนคนต้องตาม มาเป็นแถว เพราะนโยบายที่ดีที่สุด ต้องมีคนที่ทำได้จริง อยู่หลังนโยบายนั้น ซึ่งหากถามว่า พรรคเพื่อไทยทำได้หรือไม่ คำตอบอยู่ที่มีประสบการณ์ ที่เคยเป็นทั้ง รัฐบาลพรรคเดียว รัฐบาลผสม ฝ่ายค้าน ทำให้เราเห็นทุกมุม เรารู้ทุกจังหวะ เราเคยเจออุปสรรค เราเคยเจอโจทย์ยาก เราเคยโดนข้อจำกัดจริง ๆ เพราะฉะนั้น รอบนี้เราถึงออกแบบนโยบายแบบละเอียด ไม่ใช่แค่ประกาศแล้วจบ แต่คิดขั้นตอน คิดกลไก คิดการทำงานกับระบบจริง

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า บางอย่างอาจทำไม่ครบทุกเรื่องทันใน 4 ปี เพราะมันมีข้อจำกัด มีขั้นตอน มีระบบที่ต้องแก้ แต่พี่น้องถ้าอยากให้ทำได้เร็ว ทำได้เต็ม ทำได้ครบ ต้องเลือกเพื่อไทยให้ได้ 200 เสียง เพราะนโยบายเพื่อไทย ต้องให้เพื่อไทยทำ

อย่างที่สาม ตลอด 25 ปีบนเส้นทางการเมืองของตนวันนี้ ขอนักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยีเป็นนายกฯ ได้ไหม จากนั้นทำให้ประชาชนต่างตะโกนร้องว่า “นายกฯ เชน ๆ  ๆ ๆ ”

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า วันนี้โลกมันเปลี่ยน เศรษฐกิจเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน การแข่งขันเปลี่ยน โจทย์ใหม่มันไม่ใช่แค่ทำให้พออยู่ได้ ซึ่งเราจะพาให้ประเทศไทยไปไกลกว่าเดิม แล้วจะพาประเทศไปไกลด้วยความรู้ ด้วยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพราะวิทยาศาสตร์สอนเรา 3 อย่างที่ประเทศต้องการมากที่สุด มันจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น คิดบนข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก แก้ปัญหาที่สาเหตุ ไม่ใช่แค่ปลายเหตุวัดผลได้ ปรับปรุงได้ ทำให้ดีขึ้นได้จริง นี่คือเหตุผลที่ตนอยากถามดัง ๆ ตรงนี้ว่า รอบนี้ ขอนักวิทยาศาสตร์เป็นนายกฯ ได้ไหม เพราะนักธุรกิจก็เคยแล้ว ทหารก็เคยแล้ว รอบนี้ขอลอง"นักวิทยาศาสตร์" เป็นนายกฯ บ้างได้ไหม

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ทำไมเราต้องการนายกฯ ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะยุคนี้เป็นยุคทุกประเทศแข่งขันด้วยเทคโนโลยี ไม่มีผู้นำคนไหนเหมาะไปกว่ากับอาจารย์เชนอีกแล้ว ซึ่งเป็นคนเก่ง มีวิสัยทัศน์ มองปัญหาเป็นภาพจริง ไม่ใช่ภาพฝัน จริงใจ และที่สำคัญกล้าตัดสินใจบนเหตุผล เข้าใจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และรู้ระบบราชการ รู้ว่าถ้าจะทำให้เกิด ต้องขับเคลื่อนผ่านกลไกไหน ต้องปลดล็อกตรงไหน ต้องประสานอะไร ต้องทำให้ งานเดินยังไง เพราะประเทศไม่ได้ต้องการแค่คนพูดเก่ง แต่ประเทศต้องการคนทำเป็น ต้องการผู้นำที่จัดระบบได้ ทำงานเป็นทีมได้ทำให้ความหวังของประชาชนกลายเป็นผลลัพธ์จริงได้

นายสุริยะ กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ อยากถามพี่น้องอีกครั้งว่า  เวลานี้ เราต้องมีอาจารย์เชนเป็นนายกฯ แล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วขอเสียงดัง ๆ ให้สุด ซึ่งตนมั่นใจว่า ถ้าพลังแบบนี้ เราไปถึงวันที่ 8 ได้แน่นอน และสุดท้ายนี้ ถ้ารักนโยบายเพื่อไทย เลือกเพื่อไทย ถ้าอยากให้ทำได้เร็ว ทำได้เต็ม ทำได้จริง เลือกเพื่อไทยให้ถึง 200 เสียง และถ้าอยากเห็นประเทศไทยยืนบนความรู้ เท่าทันโลก และก้าวนำอนาคต ต้องเลือกอาจารย์เชนเป็นนายกฯ  เลือกพรรคเพื่อไทยให้เป็นอันดับ 1

พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่ ช่างภาพพีพีทีวี
พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่

“จุลพันธ์” ลั่น เพื่อไทยไม่ขายความสะใจ ไม่เหยียบคนอื่นให้ตัวเองดูดี

นายจุลพันธ์  ในฐานะหัวหน้าพรรค ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน กล่าวปราศรัยว่า จะแดงไหน ๆ พวกเราคือหัวใจดวงเดียวกัน การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้  สำหรับบางคน อาจเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต สำหรับหลายคน อาจเป็นเพียงการเลือกตั้งอีกครั้ง แต่สำหรับตนเองการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การหย่อนบัตร ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางการเมืองเพราะผลของมัน จะเปลี่ยนประเทศไทยไปอีกยาวนาน

ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ปีที่แล้ว ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เป็นอีกครั้ง ที่นายกรัฐมนตรีของเรา ถูกปลดด้วยอำนาจ ที่ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชนและการเมืองไทยยังคงบิดเบี้ยว พรรคประชาชน ที่มีจำนวน สส. มากที่สุดในสภา กลับไปยกมือให้พรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างมากมายมหาศาล แต่พรรคการเมืองซึ่งเข้าร่วมอยู่ใน MOA กลับลอยตัวขาดความรับผิดชอบทางการเมืองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

นายจุลพันธ์ ระบุว่า ความบิดเบี้ยวและสัญญาณอันตรายนี้ ไม่ได้อยู่ตรงที่พรรคเพื่อไทยต้องกลายมาเป็นฝ่ายค้าน แต่เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อย สร้างปรากฏการณ์ทางการเมือง ที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้ประชาธิปไตยถอยหลังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

สิ่งที่เราเห็น คือการเปิดทางให้การเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมกลับมาแข็งแรง เราเห็นการโยกย้ายข้าราชการอย่างขนานใหญ่ เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง คดีสำคัญ ๆ อย่างฮั้ว สว. คดีเขากระโดง ถูกบิดเบือน การเอื้อประโยชน์ด้านงบประมาณ เช่น เรื่องของ MotoGP สื่อ นักวิชาการ

“ฝ่ายค้านผู้เลือกเขาเข้ามา กลับเลือกที่จะปิดปากอย่างยินยอมพร้อมใจ อำนาจอนุรักษ์นิยมเติบโตแผ่ซ่าน วันนี้อนุทินพยายามใช้ความรักชาติ มาแบ่งแยกประชาชน หนิมอยากบอกหนูว่า ประชาชนทุกคนรักชาติ เพียงแต่คนส่วนใหญ่ เขาไม่ได้รักหนู คนที่รักหนูสุดหัวใจ มีแต่พรรคประชาชนเท่านั้นแหละหนูเอ้ย” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หลังจากมีการยุบสภา เพื่อนร่วมทางของเราบางคน เลือกที่จะเดินจากไป พรรคเพื่อไทยถูกตราหน้าจากสังคม บางคนบอกว่า พรรคเพื่อไทยเลือดจะไหลหมดตัว เราจะกลายเป็นพรรคเล็ก มี สส. ไม่ถึง 100 คน บางคนถึงกับบอกว่า ถ้ามีการเลือกตั้งอีกครั้ง พรรคเพื่อไทยอาจถึงขั้นสูญพันธุ์ ในวันที่พรรคกำลังลำบากที่สุด ตนเองได้รับความไว้วางใจจากพรรคให้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค และยังได้รับเลือกเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย การได้เป็นหัวหน้าของพรรคเพื่อไทยคือเกียรติสูงสุด และความรับผิดชอบที่หนักที่สุด ตนเองเคยถามตัวเองว่า จะพาพรรคกลับมาแข็งแกร่ง และลบทุกคำสบประมาทได้หรือไม่ ในที่สุด ตนเองก็ได้คำตอบครับ คำตอบนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราโดนกระทำ แต่เราลุกขึ้นได้ทุกครั้งด้วยพลังของประชาชน

ตลอดเวลากว่า 20 ปี ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย พวกเราโดนรัฐประหาร เพื่อนของเราโดนสังหารกลางถนน เราโดนนิติสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า หลายครั้งเราต้องยอมถอย หลายครั้งเราต้องกลืนเลือด หลายครั้งต้องตัดสินใจทำ แม้จะต้องเผชิญกับการถูกต่อว่าแต่ภายใต้กติกาที่บิดเบี้ยว แต่เราไม่เคยถอยออกนอกเส้นทางการต่อสู้ เรายังคงสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนแปลง สู้อย่างที่พวกเราทำมาตลอด

นายจุลพันธ์ ระบุว่า เหมือนที่เชน ยศชนัน เคยพูดว่า “เราแค่ต้องไม่ตาย” การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่มีทางลัด เพราะเรารู้ว่า ความหวังจะมีค่า ประชาธิปไตยจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อประชาชน กินอิ่ม นอนหลับ มีงานทำ มีรายได้ เศรษฐกิจจะมั่งคั่ง ประเทศจะมั่นคงประชาชนต้องแข็งแรง ภาพของประชาชนทั่วประเทศ ไม่เคยจางหายไปจากหัวใจ ของพวกเราเลย เรารู้ดีว่าประชาชนไม่เคยทิ้งพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยก็จะไม่มีวันทิ้งประชาชน

“บางพรรคบอกว่าเพื่อไทยละทิ้งคนเสื้อแดง บางพรรคพยายามเคลมความเป็นเสื้อแดงไปจากเราในวันที่เราเจ็บปวด ในวันที่เราถูกเรียกว่าควาย ในวันที่เราใส่เสื้อแดง และโดนดูถูกดูแคลน ในวันที่เราเคยวิ่งหลบกระสุนร่วมกันกับประชาชน พวกคุณหลายคนยังสะใจ กับความตายของคนเสื้อแดงอยู่เลย” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า แต่ในวันนี้ คนเสื้อแดงสามารถกลับมามีเสียงมีที่ยืนในสังคม คนเสื้อแดงสามารถยืดอกภูมิใจในตัวตนของเราอีกครั้ง นั่นคือวันที่ตนเองมั่นใจ ว่าพรรคเพื่อไทยกลับมาแล้ว กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ และยังคงเป็นความหวังให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติ

นายจุลพันธ์ ย้ำนโยบายของพรรคเพื่อไทย ว่า วันที่พี่น้องเจ็บป่วย 30 บาทรักษาทุกโรคจะรักษาได้ทุกที่ไม่ต้องเดินทางไกลอีกต่อไป รถเมล์แอร์เย็น ราคาเพียง 10 บาท รถไฟฟ้า ราคา 20 บาทตลอดสาย เกษตรกรจะมีกำไรอย่างน้อย 30% วันที่หนี้สินของผู้สูงอายุและประชาชน จะไม่ใช่โซ่ตรวนอีกต่อไป ไม่ต้องห่วงพะวงเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง วันที่การเสี่ยงโชค ไม่ใช่ภาระต่อรายได้ แต่เป็นเงินออมที่สะสมไว้ มีกินมีใช้ยามเกษียณ ยาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์ จะไม่สามารถทำลายลูกหลานของเราได้อีก โครงการ ODOS ศิลปะได้รับการให้คุณค่า และเด็กไทยสามารถสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ การแก้ปัญหาฝุ่น ประกันสังคมตอบโจทย์พี่น้องภาคแรงงาน มีการลงทุนโดยมืออาชีพ มีสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น มีรายได้อย่างน้อย 3,000 บาทต่อเดือน

ทั้งหมดนี้ จะชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยรัฐบาลดิจิทัล ด้วยข้อมูลที่แม่นยำตรงจุด ผ่านนโยบายเศรษฐีเงินล้าน ที่นำประชาชนเข้าสู่ระบบด้วยความเต็มใจ นี่คือภาพประเทศไทยที่พวกเราอยากเห็นซึ่งเราทุกคนที่นี่ ฃูสาวตนเองอยู่ที่นี่ ตนเองจะส่งสังคมที่ดีมอบให้แก่ลูกสาง เราจะร่วมสร้างมันไปพร้อม ๆ กันด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยไปเป็นรัฐบาลส่ง เชน ยศชนันไปเป็นนายกรัฐมนตรี

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หลังจากที่ #genzforpheuthai ออกมาแสดงความคิดเห็นมากมาย หนึ่งเสียงของน้องมีค่าเท่ากับทุกเสียงในประเทศนี้ ทุกการเลือก ทุกการตัดสินใจเป็นของเรา จงภูมิใจในเสียงของตัวเอง

 แดงเพื่อไทยทั้งหลาย ผมสัมผัสได้ถึงสัญญาณที่ชัดเจน ว่าพวกเราโอบรับความแตกต่าง เราไม่ตัดสินกัน เราเปิดพื้นที่ให้กันและกัน เราไม่สร้างความแตกแยก ประชาธิปไตยไม่ใช่เวทีให้ประกาศว่าใครที่คิดไม่เหมือนเราคือศัตรู เราไม่ทำทุกอย่างเพื่อชนะบนโลกโซเชียล แต่แพ้ในโลกแห่งความเป็นจริง นายจุลพันธ์ กล่าว

“ประชาชนไม่ได้เลือกเพื่อไทยเพราะโง่ แต่เพราะเรามีนโยบายจากชีวิตจริง เราเสนอทางออกต่อปัญหาแบบจับต้องได้ ประชาธิปไตยต้องเริ่มจากการยอมรับความจริงข้อนี้ ไม่ใช่เหยียบหัวคนส่วนใหญ่ แล้วเรียกตัวเองว่าก้าวหน้า”

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า เพื่อไทยไม่ขายความสะใจ ไม่เหยียบคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี ไม่ใช้ความโกรธเป็นแรงขับเคลื่อน แต่เราเลือกทำในสิ่งที่ยากกว่า คือ ความอดทนของประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่ยาวิเศษต้องใช้เวลา ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน พรรคเพื่อไทยต่อสู้มายาวนานเราล้ม แต่เราก็ลุกขึ้นมาได้ เพราะประชาชนโอบอุ้มเราเอาไว้ทุกครั้ง และวันนี้ จะเป็นวันที่พรรคเพื่อไทย พาพี่น้องประชาชนเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เดินไปข้างหน้าเถิดประชาชน เดินไปสู่อนาคตที่ดีกว่า

ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าท่านจะเดินไปไกลเพียงใด เมื่อหันกลับมา พรรคเพื่อไทยจะอยู่ตรงนี้เสมอ หากท่านล้มลง พรรคเพื่อไทยจะโอบอุ้มท่านเอาไว้ และเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องประชาชนตลอดไปความหวังและอนาคตของพี่น้องประชาชนพรรคเพื่อไทยจะรับมันไว้ และทำให้มันเป็นจริง

สุดท้ายนี้ ตนเองอยากจะสื่อสารไปยังแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย คือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ อ. เชน ตนเองรู้จักเชน ตั้งแต่เชนลงสมัคร สส. เชียงใหม่ ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2557 หรือ 12 ปีที่แล้ว และ 50 กว่าวันที่ผ่านมา ยิ่งทำให้ตนเองได้เห็นตัวตนของเชนอย่างลึกซึ้งมากขึ้น เชนเป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับอย่างไร้ข้อกังขาในระดับโลกเป็นผู้คิดค้น สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาคน พัฒนาประเทศ

พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่ ช่างภาพพีพีทีวี
พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า เชนเป็นผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นใช้เวลาค่อนชีวิต คิดหาวิธีช่วยเหลือผู้พิการ และมุ่งมั่นทำจนสำเร็จที่โลกออนไลน์พูดว่า “วันนี้คุณเติมเชนแล้วหรือยัง” สะท้อนถึงการส่งพลังบวก ความหวัง และความเชื่อมั่น และสำคัญที่สุด คือ เชนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่กดใครให้ต่ำ เพื่อยกตัวเองให้สูงขึ้น ไม่ทะเลาะกับใคร ไม่เล่นวาทกรรม จะเป็นนายกรัฐมนตรี ที่นำพาประเทศออกจากความขัดแย้งจะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน

“หนิมอยากจะบอกเชนว่าเชนเอ้ย เชนเป็นคนมีความสามารถเชนเป็นคนมุ่งมั่นทุ่มเทเชนเป็นคนกล้าที่จะคิดใหม่ ทำใหม่ เชนเป็นผู้โอบรับความแตกต่างเชนเป็นผู้ที่มองไปข้างหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เชนเป็นผู้ที่จะพาทุกคนก้าวข้ามความขัดแย้งเชนคือความหวังและอนาคตของคนไทยทุกคน หนิมอยากจะบอกเชนว่า จงอย่าแปรเปลี่ยนตัวตน จงอย่าเปลี่ยนความตั้งใจ จงเป็นเชนอย่างที่เป็นอยู่ แม้แต่หนิม ก็กำลังโดนเชนเปลี่ยนไปทีละน้อย ประเทศไทย และประชาชนคนไทย ก็กำลังจะถูกเปลี่ยนโดยเชนเช่นเดียวกัน จงโอบรับความฝัน จงแบกรับความหวัง และนำพาพวกเรา ก้าวเดินไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ผมมั่นใจอย่างที่สุดว่าเชน ยศชนัน

จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน“ นายจุลพันธ์ กล่าว นายจุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เรามาร่วมกันเปลี่ยนประเทศไทย ด้วยการเปลี่ยน อ. เชน เป็น นายกฯ เชน  จากนั้น นายจุลพันธ์ ได้ชวนประชาชนทั้งสนามกีฬาเทพหัสดิน ให้ช่วยกันตะโกนคำว่า “นายกฯ เชน”

พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่ ช่างภาพพีพีทีวี
พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่

“ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกฯคนที่ 33 ขอโอกาสเพื่อไทยดูแลคนไทยอีกครั้ง

ด้านนายยศชนัน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยปราศรัยเป็นคนสุดท้าย ซึ่งได้เดินมาจับมือภรรยาและลูกลูกที่หน้าเวทีก่อนที่จะเดินกลับไปโพเดียมเพื่อปราศรัย ว่า  หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า เกษตรกรจะเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า ประเทศไทยจะไร้คอรัปชั่น หลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า คนไทยทุกคนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า ประเทศไทย จะเป็นเมืองที่อากาศสะอาด ปลอดภัย สำหรับลูกหลานของเรา หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า เด็กไทยทุกคนต้องได้เรียนในสิ่งที่ดีที่สุด   หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่า ครู ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร จะมีรายได้ เพียงพอกับรายจ่าย และเป็นอาชีพในฝันของเด็กๆ อีกครั้ง หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า เราจะมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง และพร้อมที่จะยืนบนลำแข้งตัวเอง มีศักดิ์ศรีในเวทีโลก ในยุคสงครามทางเทคโนโลยี อย่างสง่างาม และหลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 

"ทุกคนครับ เพราะผมเชื่อเสมอว่า สำหรับประเทศไทย หากเราช่วยกัน ทุกอย่างต้องเป็นไปได้  8 กุมภาพันธ์ นี้ ผมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้ว ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทย ที่จะเปลี่ยนแปลงความฝัน ความหวัง ของพี่น้องคนไทย ให้เป็นความจริง"

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ปี 2551 ตนเริ่มเส้นทางการต่อสู้ เพื่ออธิปไตยทางเทคโนโลยีให้กับคนไทย จากคำถามที่ว่าทำไมประเทศไทย ไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองเลย ทำไมประเทศไทย ไม่มีเครื่องมือแพทย์ดีๆ ที่จะใช้รักษาชีวิตของคนไทย ทำไมคนพิการไทย ไม่ได้รับการดูแล อย่างเท่าเทียมกัน 17 ปี บนเส้นทางสู่การต่อสู้ เพื่อปกป้องอธิปไตยทางเทคโนโลยี เพื่อคนไทย ผมได้พิสูจน์แล้วครับว่า หากได้รับการสนับสนุนที่ดี คนไทยก็ทำได้  คนไทยไม่แพ้ใครครับ !!! คนไทยต้องไปได้ไกลกว่านี้ และปี 2557 ตนเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมือง ด้วยความมุ่งมั่น ที่จะสานต่อ ให้คนไทยได้ใช้สิ่งดีๆ จากคนไทย แต่ปัญหามีมากกว่าที่ผมคิดครับ ในขณะที่เรากำลังถามถึงอนาคต คนไทยหลายคนยังถามหาข้าวมื้อต่อไปของเค้า คนไทย 3.4 ล้านคน ยังมีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 3000 บาท หลายคนเป็นผู้ป่วยติดเตียง ตนเห็นความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ ผมเห็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเด็กที่อยู่ในเมือง และนอกเมือง อย่างชัดเจน ตนเห็นหลายครอบครัวล้มลง จากปัญหายาเสพติด ถึงแม้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนั้น ผมจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน จากความอยุติธรรมทางการเมือง แต่ผมเข้าใจแล้วครับว่า เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ หากปราศจากหัวใจ หากปราศจากความเข้าใจ ในความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และหากผมได้รับโอกาสอีกครั้ง ตนพูดกับตัวเองเสมอว่า พร้อมที่จะทำอีกครั้งด้วยความเข้าใจ ในหัวใจของประชาชน

พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่ ช่างภาพพีพีทีวี
พรรคเพื่อไทยปราศรัยใหญ่

ปี 2568 ตนก็ได้รับโอกาสอีกครั้ง และครั้งนี้ ตนพร้อมแล้วที่จะบอกกับทุกคนว่า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงความความหวังของพี่น้องประชาชนคนไทย ทุกคน ให้เป็นความจริง  ตนจะทำเพื่อคนไทยทุกคน ให้ดีที่สุด ความหวังของพ่อแม่พี่น้อง เกษตรกร ที่ผลผลิตทางการเกษตรของเค้า จะมีราคาที่ดีขึ้น ความหวังที่ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ทำการเกษตรแล้วจะได้กำไร ความหวังที่เกษตรกร จะไม่ต้องล้มลงครั้งแล้วครั้งเล่า จากปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ความหวังของคนค้าขาย ที่วันนี้รอคอยกำลังซื้อ ความหวังของคนค้าขาย ที่รอการกลับมาของนักท่องเที่ยว ความหวังของ SME / Startup ที่กำลังแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศ ความหวังของคนทำประมง ความหวังของ ครู ข้าราชการ ที่วันนี้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ความหวังของพี่น้องประชาชนที่จะเข้าถึง การรักษาที่ดี แม้จะอยู่ในที่ห่างไกล ความหวังที่จะเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม ความหวังที่จะมีน้ำประปาที่สะอาด ไฟฟ้าส่องสว่างในทุกๆที่ บนผืนแผ่นดินไทย - ความหวังที่ลูกหลานของเค้า จะอยู่อย่างปลอดภัยจากยาเสพติด ความหวังที่จะได้รับการดูแลจากรัฐ ในวันที่เค้าล้มลง ทุกๆวัน 

ในทุกเวทีแห่งความหวัง ทั่วประเทศไทย การเดินทางผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และคราบน้ำตา สายตาที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ และความหวังสุดท้ายคือการเดินทางมาหาผม เพื่อที่จะพูดว่า ทำให้ได้นะลูก ช่วยแม่ด้วย สายตาที่มาด้วยความห่วงใย มาเพื่อประคับประคอง เพราะเค้าเคยรอดชีวิตด้วยนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค น้ำตาที่มาด้วยใจ จากคุณยาย ที่ได้ครอบครัวคืนจากการปราบปราม ยาเสพติดของพรรคไทยรักไทย น้ำตาที่ผ่านการต่อสู้มาด้วยกัน ของพี่น้องเสื้อแดง เสื้อตัวเดิมนำกลับมา เพื่อบอกกับลูกหลานคนนี้ว่า เค้ายังอยู่เคียงข้างเราเสมอ สายตาที่มองมาเพื่อในวันกำลังใจ ในวันที่ผมอ่อนล้า เพื่อที่จะเป็นกำลังใจ ให้ผมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

นายยศชนัน กล่าวด้วยว่า วันนี้ลุงยา (คุณลุงจากอำนาจเจริญที่สานกระติบข้าวเหนียวเป็นชื่อยศชนัน) มากับผมด้วย ผมรู้ด้วยซ้ำว่าคุณลุงเขียนชื่อผมอยู่บนกระติ๊บอันนึงและวันนั้นเป็นวันที่ผมหมดแรงไม่อยากจะลุกขึ้นแล้ว พอเห็นกระติ๊บลงเท่านั้นคือคักเลยเพื่อประชาชนคนไทย

นายยศชนัน  กล่าวด้วยว่า  ตนไม่รู้ว่า จะอยู่บนโลกใบนี้ ไปได้อีกนานแค่ไหน แต่นี่คือสิ่งที่ผมจะส่งมอบ ให้กับคนไทยทุกคนในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อวันนี้ที่ดีที่สุดของคนไทย  ตนจะทำให้ดีที่สุด เราดึงเศรษฐกิจนอกระบบ เข้าสู่ระบบ เพิ่มฐานรายได้ให้กับประเทศ ประเทศไทยจะยืนอยู่อย่างสง่าผ่าเผย ในเวทีโลก ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศไทยจะให้โอกาสคนที่ล้มลง ให้ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง แก้หนี้ทั้งระบบ และดูแลกลุ่มเปราะบางให้ดีที่สุด เพราะเค้าคือคนไทย การขยายฐานเกษตร มูลค่าสูง อุตสาหกรรมสะอาด มูลค่าสูง และบริการ มูลค่าสูง ด้วยการยกระดับ เศรษฐกิจสุขภาพ เศรษฐกิจ ฐานนวัตกรรม และเศรษฐกิจการเงิน วางโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติ เพื่อคนไทย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก บริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติทั้งระบบ 

ประเทศไทยต้องไร้คอรัปชั่นด้วยรัฐบาลดิจิทัล ดูและประชาชนด้วยวิทยศาสตร์ข้อมูลอย่างเป็นธรรม และที่สำคัญที่สุด ประเทศไทยจะดำรงไว้ ซึ่งระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

“แยกแห่งความหวังกำลังจะเปิดขึ้นมาแล้วครับ วันที่ 8 กุมภา นี้ ผมขอโอกาสพรรคเพื่อไทย ดูแลคนไทยทุกคนอีกครั้ง ผม ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้ว ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เพื่อประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงความหวังความฝัน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย ให้เป็นความจริง ”

ภายหลังปราศรัยจบ  นายยศชนัน ได้เชิญคุณตาจากจังหวัดอำนาจเจริญที่เคยมอบกระติบข้าวเหนียวเป็นชื่อ ยศชนัน และอ.เชน มอบให้เมื่อครั้งไปปราศรัยที่จังหวัดอำนาจเจริญมาร่วมขึ้นเวทีเป็นแขกรับเชิญ  นอกจากนี้ยังมีทุเรียนหลงหลินลับแลจากอุตรดิตถ์  และกล้วยตากจากพิษณุโลกด้วย ขนะที่บรรยากาศด้านล่างเวที นางสาวแพทองธารได้เข้าไปพูดคุยถ่ายรูปกับภรรยาและลูกๆของนายกยศชนัน   และร่วมกันตะโกนเชียร์นายยศชนันติดขอบเวที ก่อนที่นายยศชนันจะมาอุ้มลูกๆทั้งสองคนขึ้นบนเวทีด้วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ