เลือกตั้ง 2569 : สรุปเวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” สาบานปกป้องความหวังประชาชน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พรรคประชาชนปราศรัยดินแดง ชูปฏิรูปกองทัพ-ตำรวจ ปราบทุจริต เลิกตั๋วส่วย หนุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ "วิโรจน์" ลั่น รู้แล้ว ทหารมีไว้ทำไม “ธนาธร” ย้ำจุดยืนพรรคไม่ทรยศความศรัทธากับประชาชน ด้าน“รักชนก” สาบานปกป้องความหวังประชาชน ขอแรงส่ง “ณัฐพงษ์” นั่งนายกฯ

เวทีปราศรัยของพรรคประชาชน “ประชาชนเปลี่ยนประเทศ” เริ่มขึ้นในช่วงเย็นที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทยญี่ปุ่น (ดินแดง) กรุงเทพมหานคร

วิโรจน์ ลั่น รู้แล้ว ทหารมีไว้ทำไม

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัย “ประชาชนเปลี่ยนประเทศ” ในเรื่องกองทัพ ว่า ทุกวันนี้หลักนิยมในการรบของกองทัพมุ่งเน้นใช้กำลังพลซึ่งเป็นลูกหลานของเราเป็นหลัก ได้เวลารัฐบาลประชาชนจัดทำหลักนิยมใหม่

 

เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” ช่างภาพพีพีทีวี
เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน”

โฟกัสไปที่เทคโนโลยีป้องกันประเทศลดความสูญเสียกำลังพล ต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ทั้งยานเกราะ โดรน ต่อเรือฟริเกตในประเทศ ช่วยสร้างงาน ภายใต้รัฐบาลประชาชน

จะไม่มีทหารคนไหนตายในค่ายทหาร ได้เวลาปฏิรูปศาลทหาร ทำกองทัพให้มีความโปร่งใส เอาคดีทุจริตในค่ายทหารขึ้นศาลอาญาทุจริต ต้องคืนความก้าวหน้าให้กับตำรวจและคืนตำรวจที่ดีให้กับประชาชน ต้องไม่มีระบบตั๋ว ส่วย ได้เวลาที่นายกฯ คนใหม่ชื่อ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ใช้หลักเกณฑ์อาวุโสให้ตำรวจทุ่มเทการทำงาน ใช้กฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 130 ให้นายตำรวจที่จะเติบโตเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน จะต้องไม่มีตำรวจที่ร่ำรวยผิดปกติ มีแหล่งรายจากธุรกิจสีเทาจะไม่ยอมให้ผู้พิพากษาถูกแทรกแซง คุกต้องไม่ได้มีไว้ขังคนจน

วิโรจน์ ทิ้งท้ายว่า “ทุกวันนี้หากใครบอกว่า พรรคประชาชน รู้หรือยังว่าทหารมีไว้ทำไมให้ พวกเราตอบเขา เวลาทหารตัวเล็กตัวน้อยถูกกระทืบถูกรังแกจนตาย พอพรรคการเมืองรู้ว่าเบื้องหลังมีดาวบนบ่า มีชั้นยศใหญ่ ๆ เขาหนีหายไปไหน ทำไมมีแต่พรรคประชาชนที่ยืนเคียงข้างทหารชั้นผู้น้อย เพราะเรารู้ว่าทหารมีไว้ทำไม เราจะส่งเสริมทหารที่ดีอย่างไร เรารู้ว่าเราจะจัดการปราบปรามกับทหารทุจริตอย่างไร”

เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” ช่างภาพพีพีทีวี
เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน”

ธนาธร ปลุกด้อมส้ม เดินหน้าปราบคอร์รัปชัน

ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ขึ้นเวทีท่ามกลางเสียงกรี๊ดสนั่นของชาวด้อมส้ม ช่วงต้นของการปราศรัยมีคนตะโกนขึ้นว่า "ฟ้ารักพ่อค่ะ"  นายธนาธร จึงตอบว่า "ขอบคุณครับ" นายธนาธร กล่าวว่า ตอนตั้งพรรคอนาคตใหม่ สังคมไทยอยู่ในความมืดมิด สิทธิเสรีภาพถูกริดรอน ผู้คนรังเกียจนักการเมือง ไม่เชื่อมั่นระบบรัฐสภา ตั้งคำถามกับประชาธิปไตย  วันนั้นพรรคอนาคตใหม่ เรียกร้องให้ทุกคนสนใจการเมืองเพราะเป็นเรื่องของทุกคน และเรียกร้องให้ "อำนาจสูงสุด" เป็นของประชาชน

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงความคิดทางสังคมต้องใช้เวลา และทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ วันนี้พรรคได้บอกกับผู้สนับสนุนว่า "ภายใน 3 การเลือกตั้ง เราจะตั้งรัฐบาลให้ได้" ซึ่งตอนนี้ผ่านมาแล้ว 8 ปี แล้วครั้งนี้ก็เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 3 ตามที่ประกาศไว้ว่าจะตั้งรัฐบาลให้ได้

นายธนาธร บอกว่า วันนี้ได้เห็นความศรัทธาที่ประชาชนได้มอบให้พรรคประชาชน และตนขอประกาศว่า พรรคจะไม่ทรยศความรัก ความศรัทธากับประชาชน พรรคจะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการคอร์รัปชัน และจะขอตอบแทนประชาชนด้วยการสร้างประเทศไทยที่เป็นธรรม เป็นประชาธิปไตย ก้าวหน้า และให้ดีกว่าเดิม ขอเชิญชวนทุกคนไปเลือกตั้ง

เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” ช่างภาพพีพีทีวี
เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน”

"ไอติม" สะท้อนภาระที่เด็กไทยต้องแบก 

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ปราศรัยถึงระบบการศึกษาไทย ว่า เรารู้ดีว่าถ้าเราจะยุติความเหลื่อมล้ำที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จะต้องทำให้เด็กทุกคนในประเทศนี้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ แต่ความรู้สึกเจ็บปวดเกี่ยวกับการศึกษาไทยที่ตนสัมผัสได้ตลอดเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา เป็นความเจ็บปวดที่ไม่สามารถอธิบายได้จากตำราทางเศรษฐศาสตร์หรือสถิติจากงานวิจัย 

“ผมเห็นเรื่องราวของตายายที่ต้องไปขอให้หลานคนโตต้องออกจากโรงเรียน เพื่อมาช่วยที่บ้านขายของและหารายได้ เพื่อส่งหลานคนเล็กไปเรียนต่อ มีปกครองจำนวนมากที่มาหาผม แลกเปลี่ยนอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับนโยบายการศึกษา และทิ้งท้ายว่าฝากอนาคตลูกไว้ด้วย และล่าสุดผมได้มีโอกาสเจอน้องนักเรียนมัธยมคนหนึ่งที่มาดักคาราวานภาคใต้ เพื่อยื่นจดหมาย 3 หน้ากระดาษที่เขาได้เขียนเกี่ยวกับปัญหาที่เขาพบเจอที่โรงเรียน” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การศึกษาเรามันต้องเข้าใกล้จุดวิกฤตขนาดไหน ประชาชนถึงได้สิ้นหวังขนาดนี้ ที่ผ่านมาทุกพรรครับรู้ถึงปัญหา ก่อนการเลือกตั้งทุกพรรคพูดถึงปัญหาการศึกษากันหมด แต่ที่ผ่านมาการเมืองแบบเดิมแก้ไขปัญหาการศึกษาไม่ได้ เพราะการแก้ไขปัญหาการศึกษาไม่ได้ตอบสนองต่อผลประโยชน์ของผู้เล่นในระบบการเมืองแบบเดิม 

“การยกระดับการเรียนการสอนในห้องเรียนไม่ได้เห็นผลเร็วเท่ากับการแจกเงินหรือการซ่อมถนน การเพิ่มเงินอุดหนุนให้กับนักเรียนไม่ได้มีสตางค์ทอนเหมือนกับการก่อสร้างอาคารสำนักงานหรือการสร้างแอปฯที่ซ้ำซ้อน และการฟื้นฟูให้นักเรียนสวนทางกับผู้มีอำนาจในการเมืองแบบเดิมที่ต้องการเอาครูมาใช้เป็นแรงงานฟรี เป็นไม้ประดับเพื่อแสดงอำนาจในกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้น เพื่อตอบสนองผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราไม่ต้องการชนะแค่มีอำนาจ แต่เพื่อนำอำนาจที่ประชาชนมอบให้ใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ หากประเทศไทยจะเปลี่ยน การศึกษาก็ต้องเปลี่ยน

”ทุกท่านทราบหรือไม่ครับอะไรคือสิ่งที่นักเรียนต้องแบกหนักที่สุดในมุมมองของผม มันคือความคาดหวังประเทศ เราคาดหวังทุกสิ่งทุกอย่างจากเด็กและเยาวชน แต่ไม่มีระบบที่สนับสนุนให้เขาเดินตามความฝันได้ ต้องเรียนหนัก จบมามีงานทำ แต่เราระบบการศึกษาที่ไม่ได้สอนในสิ่งที่เขาสามารถนำไปใช้ได้ สังคมเราคาดหวังให้เด็กคนหนึ่งก็ไปโรงเรียนทุกวัน ตั้งใจเรียนทุกคาบเรียน แต่บางทีพวกเขากู้หนี้ยืมสินเพื่อส่งลูกไปเรียนที่ดี คาดหวังให้เด็กกล้าคิดกล้าแสดงออก กล้าตั้งคำถาม แต่เรามักไม่ชอบฟังความเห็นเขา“ นายพริษฐ์ กล่าว

เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” ช่างภาพพีพีทีวี
เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน”

"โรม" ชี้ จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่หายไป จากการปราบสแกมเมอร์

นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า พี่น้องผู้เป็นอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ ผู้ที่จะเป็นคนยืนยันว่า ประเทศนี้มีใบอนุญาตแค่ใบเดียว เวลาเราพูดถึงปัญหาสแกมเมอร์ เป็นปัญหาใหญ่ และเป็นปัญหาที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่าสร้างความเสียหายกับประเทศอย่างมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถรับมือกับปัญหาอย่างนี้ได้อีกแล้ว 

นับแต่การเก็บข้อมูล 2-3 ปี จำนวนคดีทะลุล้านไปแล้ว แต่มีสักกี่คนที่ได้เงินคืน ในขณะที่ประเทศนี้เจอกับเงินทอน แต่เราก็เจอปัญหาใหม่คือเงินเทา โดยที่ไม่มีรัฐบาลไหนเลยสามารถจัดการปัญหาได้ 

วันนี้เดินบนท้องถนนเห็นป้ายหาเสียง หลายพรรคบอกว่าปราบสแกมเมอร์ ทุกคนบอกว่าปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ แต่คําถามง่าย ๆ ของตนเองคือ ปัญหาเหล่านี้ ในวันที่พวกท่านมีอํานาจท่านปล่อยมาได้อย่างไร อยู่ๆ ปัญหาสแกมเมอร์ตั้งอยู่ที่ชายแดน ท่านคิดว่านักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่เกี่ยวหรือ อย่ามาหลอกกัน เรารู้ว่าพวกสแกมเมอร์มีเส้นสายมากขนาดไหน "ไม่เชื่อถาม เบน สมิท ดูไหม"

พรรคประชาชน ถือว่าวาระเรื่องนี้ เป็นวาระใหญ่ เราจะจัดการอย่างเด็ดขาด เป็นวาระแห่งชาติ ที่เราจะดำเนินการอย่างจริงจังแน่นอน สิ่งที่เราจะทำให้เห็น เริ่มด้วยการตั้งวอร์รูมขึ้นมา ซึ่งมีหน่วยงานจำนวนมากเข้ามาบูรณาการ ไม่ใช่แค่การจับกุม หรือทลายโครงสร้างอาชญากรรม แต่รวมไปถึงเส้นเงิน

"อย่างนายกฯ กว่าจะรู้ว่า ปปง.อยู่ใต้อำนาจตัวเอง ก็ต้องรอถึงเดือน พ.ย. แล้วจะปราบสแกมเมอร์ได้อย่างไร ถ้าคุณบอกว่าคุณคือรัฐบาลมืออาชีพ มืออาชีพแบบไหนถึงเพิ่งรู้" นายรังสิมันต์ กล่าว 

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า องค์กรอาชญากรรม ไม่ได้กลัวการถูกดำเนินคดี แต่สิ่งที่เข้ากลัวคือ เงินทั้งหมดที่หามาได้ถูกยึด เขารู้ว่ามีความเสี่ยง แต่หากถูกจับ เมื่อออกจากคุก ก็มีเงินใช้ และเอาเงินนั้นมาสู้คดี หรือหากถูกประหารชีวิต เงินก็จะตกมาที่ครอบครัวของเขา พรรคประชาชนจึงให้ความสำคัญกับการยึดอายัดทรัพย์ ตัดแรงจูงใจในการเป็นสแกมเมอร์ให้หายไปทันที และขยายผลให้ตายยกรัง

ส่วนที่บอกว่า ยึดไปแล้วเป็นหมื่นล้าน ขอถามนิดหนึ่งต้องให้รังสิมันต์มาชี้เป้าเสมอหรือ ตนเองไม่ได้มีความสัมพันธ์ กับเบน สมิท ไม่เคยถ่ายรูปคู่กับเขา ไม่เคยกินข้าวกับเขา ไม่เคยซื้อเครื่องบินจากเขา คุณต้องรอให้ตนเองที่รู้กับเบน สมิทน้อยที่สุด มาบอกว่าไอ้หมอนี่มันคือตัววายร้ายและต้องจัดการ ถ้าเป็นแบบนั้นให้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาลดีกว่าไหม 

"พรรคประชาชน เราอยู่ในสถานะที่ดีที่สุด เราไม่ได้เพิ่งพูดเรื่องสแกมเมอร์เมื่อมีเลือกตั้ง แต่ผมพูดมา 3 ปีแล้ว พรรคประชาชนคือคนที่บอกว่าแหล่งสแกมเมอร์อยู่ที่ไหนบ้าง เป็นปัญหาใหญ่ ไม่ได้มีแค่เฉพาะเรื่องเงิน แต่มีเรื่องค้ามนุษย์ด้วย เป็นคนชี้เป้าให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ คิดดูว่า เราเป็นฝ่ายค้านเราทำได้ขนาดนี้ ถ้าเป็นรัฐบาลเราจะทำได้ขนาดไหน" นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ในทางกลับกัน หากเปรียบเทียบป้ายหาเสียงของพรรคสีอื่นๆ ที่ไม่ใช่พรรคส้ม ไม่มีความหมาย หลังๆ นโยบายก็ชักจะเหมือนๆ กัน เหมือนรอพรรคประชาชนเปิดมาก่อนแล้วค่อยดู 

"ลองคิดดู ถ้าจะให้พรรคสีแดงไปปราบสแกมเมอร์ วันนี้ผ่อนค่าเครื่องบินหมดแล้วหรือยัง ได้ข่าวว่าผ่อนเดือนละร้อย น่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะหมด ข้อมูลล่าสุดเครื่องบินลํานี้ อาจจะไม่ใช่ของเบน สมิธ แต่โยงไปถึงยิม เลียก จะให้พรรคการเมืองนี้ปราบสแกมเมอร์จริงหรือ หรือจะให้สีน้ําเงิน จําได้หรือไม่ ตอนจะตัดไฟที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พวกเราบอกตั้งนาน แต่สิ่งที่เขาตอบกลับมา คือบอกว่าเขาไม่ใช่รัฐมนตรีมหาดพม่า คุณต้องการให้คนแบบนี้เป็นผู้นําในการปรับสแกมเมอร์จริงหรือ แค่ตัดไฟวันนั้น ต้องด่ากันทั้งประเทศ แล้วจะแก้ปัญหาสแกมเมอร์ได้อย่างไร ขึ้นป้ายใหญ่โตว่าปราบสแกมเมอร์ แต่เวลานี้เบน สมิธ หนีไปแล้ว และมีหลายคนมาเล่าให้ผมฟัง ว่ามีการคุยด้านหลัง และนําไปสู่การปล่อยทรัพย์ในที่สุด ซึ่งเงินเหล่านั้น สามารถคืนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด หรือคุณจะให้พรรคสีเขียว เขาอาจจะเรียนรู้การปราบจากออสเตรเลียมาแล้วก็ได้" นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล คุณไม่ต้องห่วง ว่าจะมีการคุยกันด้านหลัง มีแต่การลุยแหลก ชนแหลก การปราบแหลก เราต้องเริ่มจากรัฐบาล ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับข้าราชการ ให้เขารู้สึกว่าฝ่ายการเมืองไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง เพราะถ้าเขาทําได้ เขาทําไปนานแล้ว วันนี้จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่หายไป จากการปราบสแกมเมอร์ จึงเป็นเจตจํานงเอาจริง ซึ่งแก่จํานงนั้น เรียกว่าพรรคประชาชน

เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” ช่างภาพพีพีทีวี
เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน”

“ไม่ซื้อเสียง ไม่พึ่งทุนเทา” รักชนกประกาศจุดยืนพรรคประชาชน

น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยสะท้อนประสบการณ์ชีวิตเด็กโรงเรียนรัฐในชุมชนแออัด ชี้ปัญหายาเสพติด เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ความยากจน PM2.5 และสวัสดิการที่ไม่เป็นธรรม ไม่ใช่เรื่องบุญกรรมแต่เป็นผลจากรัฐบาลไร้เจตจำนงทางการเมือง ย้ำว่าการปฏิรูปการศึกษา แก้ฝุ่นอย่างจริงจัง และการกระจายอำนาจสามารถทำได้หากมีรัฐบาลที่ตั้งใจทำเพื่อประชาชน

รักชนกยังวิจารณ์โครงสร้างอำนาจที่คน 1% ครอบครองทรัพยากร บิดเบือนความหมายของการเปลี่ยนแปลง ซัดปมยุบพรรคอนาคตใหม่–ก้าวไกล และตัดสิทธิ์แกนนำ พร้อมตั้งคำถามความเป็นธรรมทางการเมือง ยืนยันพรรคประชาชนจะไม่ซื้อเสียง ไม่พึ่งทุนเทา และพร้อมทุ่มเททำงานเต็มที่ สาบานปกป้องความหวังประชาชน ขอแรงสนับสนุนส่ง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งรัฐบาลที่ไม่โกงกิน เดินหน้ารัฐธรรมนูญใหม่และองค์กรอิสระที่ยึดโยงกับประชาชน เพื่อสร้างประเทศที่เป็นธรรมและก้าวหน้า

เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” ช่างภาพพีพีทีวี
เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน”

พิธา ชี้โลกปรับ ไทยต้องเปลี่ยน ดัน “เท้ง” นั่งนายกฯ

ด้าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัย นายพิธา เริ่มต้นด้วยการทักทายว่า “ว่าไงประชาชน” ส่งเสียงดัง ๆ ยาว ๆ ให้พวกเขารู้ว่าตัดสิทธิ์ยุบพรรคได้แต่ทำลายความหวังของประชาชนไม่ได้ ส่งเสียงดัง ๆ ยาว ๆ ให้เขารู้ว่าความสำเร็จอยู่แค่เอื้อมมือ และครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม พอกันทีกับ 14 ล้านเสียงที่ไม่มีความหมาย ส่งเสียงดัง ๆ ยาว ๆ ให้เขาได้ยินว่าความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนต้องการ ความเปลี่ยนแปลงที่เชื่อถือได้ ความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนถวิลหามาถึงแล้ว จะล้มเหลวกี่ครั้งไม่เป็นไรสำเร็จครั้งนี้ครั้งเดียวพอ 

พอได้แล้วกับความพ่ายแพ้ พอได้แล้วกับความอยุติธรรม พอได้แล้วกับประเทศไทยที่อยู่ที่เดิม ผมยืนอยู่หน้าทุกท่าน 2 ปีหลังจากที่โดนตัดสิทธิ์ยุบพรรค เดินทางไปทั่วโลกเจอกับผู้คนมากมาย สรุปได้สั้น ๆ ว่าโลกปรับไทยต้องเปลี่ยน ยังไม่สายเกินไป ถ้าเราตั้งรัฐบาลประชาชนที่ประเทศของเราโดดเด่นในเวทีโลก 

ผมเดินทางไปที่ไหนทุกคนพูดแต่ปัญหามากกว่าศักยภาพ อยากจะรู้เหลือเกินว่าเหตุใดผลการเลือกตั้งกับการตั้งรัฐบาลไม่ตรงกัน เขาต้องการมาลงทุนในประเทศไทย แต่ประเทศของคุณมันซับซ้อนเกินไป  อยากจะเชียร์ก็เชียร์ไม่ขึ้น อยากจะกลับมาลงทุนก็ลงทุนไม่ได้ มันซับซ้อนเกินกว่าที่คนทั่วโลกจะเข้าใจ เต็มไปด้วยเงินไทยไม่ไหลออก เงินนอกไม่ไหลเข้า  เงินเทาเต็มประเทศ 

ประเทศไทยเป็นคนห่วยของเอเชีย ช่วงเวลาเดียวกันนี้เวียดนามโต 40% ประเทศเราโตแค่ 5% เศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ตอนนี้โตรั้งท้าย เราจะกลายเป็นประเทศที่แก่ก่อนรวยเพราะอายุเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 40 กว่าปี ปีนี้เป็นปีแรกในรอบ 75 ปีที่อัตราการเกิดของไทยน้อยที่สุด กำลังการผลิตลดลงไป 20% ภายในรอบ 5 ปี ยังไม่สายเกินไป ถ้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้จะเข้าคูหากาเพื่อเปลี่ยน เลือกหมายเลข 46 ส่งนายกฯ เท้ง เข้าทำเนียบรัฐบาล และยังไม่สายเกินไปที่จะจัดตั้งรัฐบาลที่คนไทยภูมิใจและโดดเด่นในเวทีโลก ในเวลาที่ระเบียบโลกเป็นโลกที่ไร้ระเบียบ แต่ก่อนความชอบธรรมคืออำนาจแต่ตอนนี้อำนาจคือความชอบธรรม จำเป็นที่จะต้องมีรัฐบาลที่มีความชัดและความพร้อมเข้าไปเปลี่ยนประเทศไทยให้ไม่เหมือนเดิม ให้นายกฯ เท้ง เข้าไปทำให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต 

ตนอยากจะขอบคุณพรรคอนาคตใหม่ที่ยอมจุดไฟในสายลม เมื่อไฟจุดติดแล้วประชาชนจะไม่มีวันยอมให้ไฟนั้นดับ ขอบคุณพรรคก้าวไกล เพื่อน ๆ ทุกคน อาสาสมัคร สมาชิก ประชาชนที่ให้การสนับสนุนตลอดมา 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนี้มีคนตะโกนว่า “ส้มรักพ่อ” นายพิธา จึงตอบกลับว่า “พ่อก็รักส้มครับ” ซึ่งเรียกเสียงกรี๊ดได้สนั่นฮอล์ ก่อนจะกล่าวถึงคนที่คิดถึงมากที่สุดคือน้องพิพิม ลูกสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้พ่อตลอดมา พ่อจะสู้เพื่อหนูและคนรุ่นหนูทุกคน“

นายพิธา กล่าวในช่วงท้ายว่า การปราศรัยครั้งนี้เป็นการปราศรัยครั้งสุดท้าย มั่นใจว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ จะได้ชัยชนะ มั่นใจว่าไม่เคยจะชนะเยอะขนาดนี้มาก่อน ขอให้ฉลองกันอย่างเต็มที่ ”คิดถึงผมจนกว่าเราจะพบกันใหม่ครับ"

เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” ช่างภาพพีพีทีวี
เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน”

“ศิริกัญญา” บอกเบื่อเวทีดีเบตแพ้เสียงในหัว แต่ละพรรคชูนโยบาย บอกอยู่มาตั้งนานไม่รู้จักทำ 

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ขึ้นปราศรัยที่ศูนย์เยาวชนไทย -ญี่ปุ่น  ดินแดง โดยกล่าวว่ารู้สึกดีใจที่ได้มายืนเวทีปราศรัยอีกครั้ง ซึ่งเวทีปี 2566 ตอนนั้นขาสั่น และเวที 2569 ถึงใจสั่น เบื่อเวทีดีเบต แต่ดีใจที่ได้กลับมาเวทีปราศรัยสักที เพราะว่าพรรคส่งไปเวทีดีเดต ที่แต่ละพรรคบอกจะทำนโยบายนั้นนโยบายนี้ แต่เสียงในหัวดังขึ้นตลอดเวลา “ว่าอยู่มาตั้งนานทำไมไม่รู้จักทำ แต่ละเรื่องปัญหาไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่เกิดมาเป็น 10 ปี ตั้งแต่ตนเองยังเด็กๆ แต่ไม่มีใครกล้าทำซักที โดยพรรคประชาชนจะทำให้ดู” 

ยังกล่าวถึงระบบราชการไทยที่ไปไม่ถึงไหนไม่เคยปรับเปลี่ยนให้ทันโลก 40-60 ปี สมัยผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุมทำงานแบบไหนตอนนี้ก็ยังทำแบบเดิม แต่ไม่ได้โทษข้าราชการเข้าใจดี แต่เป็นที่ตัวระบบราชการ เพราะว่าเดินทางกับคาราวานลงพื้นที่ ได้พบข้าราชการบุคลากร ภาครัฐ  ตลอดข้าราชการระดับสูง ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่สำนักงาน พนักงานเทศบาล เข้ามาหาแล้วบอกว่า “ฝากเปลี่ยนให้ได้นะ เปลี่ยนให้ได้นะ”

นางสาวศิริกัญญาชี้ว่าข้าราชการท้อแท้กับระบบที่ลงโทษคนเก่งคนกล้า แต่เชิดชูเด็กนายเส้นสายพวกพ้อง หรือระบบวิ่งเต้นแข่งกันเพื่อซื้อขายตำแหน่ง แต่ไม่แข่งกันรับใช้ประชาชน ทำให้ข้าราชการทนอยู่ระบบแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป พร้อมถามผู้ฟังการปราศรัยว่าเห็นด้วยหรือไม่ว่าจำเป็นต้อง ”เปลี่ยน“ ซึ่งผู้ฟังการปราศรัยตอบกลับทันทีว่า ”เปลี่ยน“ แต่ที่ผ่านมาเปลี่ยนไม่ได้ไม่ว่าพรรคการเมืองมา เพราะว่าระบบการเดิมและข้าราชการเก่าเป็นเรื่องเดียวกัน แยกไม่ออก ค้ำจุนอุปถัมภ์เป็นระยะเวลานาน 

“ลองคิดดูว่ารัฐมนตรีจะเข้าไปเปลี่ยนกระทรวงตัวเองไหมถ้ารู้ลู่ทางทำกินเอกกระทรวงนั้นไว้หมดแล้วจะไปเปลี่ยนทำไม  เค้าจะเข้าไปเปลี่ยนไหม สามารถใช้ระบบเส้นสายให้คุณให้โทษโยกย้ายตำแหน่ง มอบตำแหน่งข้าราชการที่เอาใจ เราต้องเปลี่ยนจากตัวหัวขบวน คือวิธีการบริหารแบบพรรคประชาชน เมื่อกี้อาจารย์ต้นพูดไปแล้ว เราเลยต้องเปลี่ยน เรามีคณะคณะรัฐมนตรีที่เราเลือกมาด้วยความรู้ความสามารถความเชี่ยวชาญ เพื่อเป็นตัวอย่างว่าจากนี้ต่อไปข้าราชการจะเติบโตได้ดีในตำแหน่งต้องเป็นเพราะความรู้ความเชี่ยวชาญ ไม่ใช่เส้นสายเด็กนาย” นางสาวศิริกัญญากล่าว

นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อ ครม. บริหารประเทศจะต้องมี 36 คนตามที่พรรคประชาชนได้เปิดตัวทีมบริหารไปแล้วไม่ใช่ขึ้นมาแค่ 3 คน เพราะแบบนั้นเป็นเตะตะกร้อ และอีกนิดเดียวเกือบจะถึงเส้นชัยที่จะไปคว้าชัยชนะให้กับทุกคนร่วมกันตั้งรัฐบาลประชาชนไปพร้อมกับพรรคประชาชน เหลือเวลาอีกแค่ 2 วัน คิดว่าเย็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ไม่เกิน 2 ทุ่มเราจะได้พูดคำนี้ นายกรัฐมนตรีชื่อณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ  นายกฯเท้ง 

เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” ช่างภาพพีพีทีวี
เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน”

"ณัฐพงษ์" ปลุกกา 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจประชาชนไม่ได้

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค กล่าวปราศรัย ช่วงหนึ่งว่า 8 ก.พ.นี้ใช้ปากกาตัดสินใจกาเพื่อยืนยันความเชื่อเดิม ๆ ในอดีต ไม่ว่าเคยนิยามตัวเองว่าต่อสู้ ไม่ว่าสีไหนในอดีต บอกว่าฉันรักชาติมากที่สุด หรือว่าแม้แต่ท่านจะเลือกกากบาทลงไปสีเสื้อที่ท่านเคยนิยามตัวเองว่าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ความเชื่อที่ทุกท่านเลือกกาในอดีต ไม่ใช่สิ่งผิด ยืนยันความรักชาติ และความเป็นประชาธิปไตย เดินหน้าไปข้างหน้าพร้อมกันได้ แต่เมื่อกี้นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เตือนสติพวกเราแล้ว ขอเสียงคนเห็นช้างตัวเดียวกันหน่อย

ช้างตัวนั้นคือบรรดาชนชั้นนำที่ยึดกุม ถือครองอำนาจทางการเมืองในประเทศนี้อยู่ ดังนั้นเชิญชวนประชาชนคนไทยทั่วประเทศ 8 ก.พ.นี้ ใช้ปากกาของท่าน กาเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนออกจากการเมืองที่ผูกขาดอยู่กับชนชั้นนำ เป็นการเมืองของประชาชน ดีหรือไม่

การเมืองประชาชนเรียบง่ายมาก คือทำให้เสียง ปชช.มีความหมายจริง การเมืองของประชาชนมันเรียบง่ายมาก เมื่อกี้นายธนาธร เล่าการเดินทาง 8 ปีให้เราฟังแล้ว การเมืองของประชาชนเรียบง่ายมาก หมายถึงแค่ว่า การเมืองที่เสียงของประชาชนมีความหมายอย่างแท้จริง การเมืองที่ผ่านมา ทำไมเสียงของพวกเราไม่เคยมีความหมายเลย เพราะนักการเมืองเขามองเสียงของประชาชนเป็นแค่เสียงในคูหา เปลี่ยนเสียงในคูหาเป็นจำนวน สส. แล้วเอาจำนวน สส.ต่อรองแลกเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อหาเงินไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่พวกเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน

ตนเป็นหนึ่งคนที่ได้รับเกียรติ ได้ร่วมเดินทางมากับพี่น้องทุกคนในฮอล์แห่งนี้ตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ รู้สึกเป็นเกียรติ ขอบคุณ และภาคภูมิใจไทย ที่เราร่วมเดินทางมาถึงวันนี้ การเมืองของประชาชนเป็นจริงมากขึ้นทุกวัน เมื่อสักครูนายธนาธร มีการพูดถึงกฎหมายที่เราผลักดันได้ร่วมกัน แม้เราจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน การเลือกตั้งครั้งนี้ เราได้ผลักดันประเด็นก้าวหน้า ทั้งประกันสังคมโปร่งใส ผลักดันเสรีพลังงาน นี่ใช่หรือไม่อนาคตใหม่ที่พวกเราอยากได้

นอกจากประชาชนช่วยกันสถาปนาการเมืองของประชาชนให้เป็นจริงมากขึ้นทุกวัน อีกด้านหนึ่ง ทุกท่านช่วยกันทลายการเมืองที่ผูกขาดให้มันผุพังลงทุกวันเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมา เรามีคนธรรมดามาทำงานการเมือง คนธรรมดาหลายคนที่ไม่ได้มีนามสกุลใหญ่โต ห่างไกลจากคำนิยามว่าเป็นนักการเมืองมุ้งใหญ่ ห่างไกลจากคำว่าคนที่เป็นเจ้าของเงินทุน มาซื้อ มายึดครองพรรคการเมืองได้

เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” ช่างภาพพีพีทีวี
เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน”

อยากบอกว่าการเดินทางของพวกเราที่ผ่านมา ตลอด 8 ปีนี้ เป็นการเดินทางที่สวยงาม ที่บอกว่าสวยงาม เพราะการเดินทางของพวกเราแต่ละคนล้วนมีความหมาย ที่วันนี้หล่อหลอมให้ทุกคนรวมกันในวันนี้ ที่ผ่านมาการเดินทางของพวกเราไม่ง่าย มีอุปสรรคขวากหนามหลายคนโดนเล่นงาน หลายคนโดนข่าวปลอมโจมตี หลายคนโดนดำเนินคดีฟ้องร้องปิดปาก ไม่ว่าพวกเรามีบาดแผลสักเท่าไหร่ เกิดเป็นส้มมันต้องอดทน ความอดทน ความมั่นคงในหลักการ ความเชื่อในการเมืองของประชาชน นี่แหละทำให้พวกเรารัก และศรัทธากันและกันมาถึงทุกวันนี้

ก่อนไปถึงสถานีปลายทางที่เราเรียกว่าสถานีประชาชนนั้น เรายังต้องเดินทางผ่านอีกหลายสถานี ยกตัวอย่าง การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ การจัดการทุจริต การทลายทุนผูกขาด การพัฒนาหัวเมืองรอง การแก้ปัญหารัฐพันลึก เอาทหารออกจากการเมือง เอาตั๋วออกจากตำรวจ ทุกสถานีที่ตนบอกเมื่อสักครู่นี้ ไม่ง่าย แต่เชื่อว่าพวกเราทำได้ ทำได้ด้วยเสียงของประชาชนทุกคน

" กาให้ถึง 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจ ปชช.ไม่ได้ก่อนที่เราจะมีโอกาสมุ่งหน้าสู่สถานีถัดไป สถานีแรกที่เรามีนัดหมายกันคือ 8 ก.พ.ใช่หรือไม่ สถานีต่อไปที่พวกเราต้องช่วยกันเปลี่ยน กาเพื่อเปลี่ยน จาก 14 ล้านเสียง เป็น 20 ล้านเสียง กาให้ถล่มทลาย กาให้ถึง 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจของประชาชนไม่ได้อีก " นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า การที่เราเดินหน้าสู่ 20 ล้านเสียง พวกเราต้องสื่อสารถึงคนทุกกลุ่มในประเทศนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นตา รุ่นยาย หรือคนในวัยเกษียณ อยากให้พวกท่านเหล่านี้กาเพื่อจุดไฟในตัวลูกหลานพวกเขาอีกหนึ่งครั้ง จุดไฟแห่งความหวังของพวกเขา ให้กลับมาลุกโชนอีกหนึ่งครั้ง เหมือนที่ไฟของพวกเขาเคยลุกโชนด้วยความหวัง เมื่อไทยเคยอยู่ในสถานะเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย อยากฝากคนวัยทำงาน หรือรุ่นเดียวกับตน ให้กาเพื่อลูกหลาน ให้สังคมไทยดีกว่านี้ ให้ทุกคนเกิดและเติบโตมาในประเทศนี้ มีโอกาสประสบความสำเร็จเท่า ๆ กัน ไม่ต้องจ่ายส่วย สินบน เงินใต้โต๊ะ หรือไม่ต้องเกิดในครอบครัวที่รวยกว่า ถึงประสบความสำเร็จในชีวิตได้

อยากขอคะแนนเสียงจากวัยรุ่น เยาวชนทุกคน หลายคนมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต อยากขอแรงสนับสนุน จากคนที่เป็นเยาวชนทุกคน กาเพื่ออนาคตของตัวท่านเอง ช่วยกันบอกต่อไปยังคุณพ่อ คุณแม่ ปู่ย่าตายายของพวกเรา ให้ช่วยกันสร้างความเปลี่ยนแปลง

การเลือกตั้งครั้งนี้หมดเวลาแล้วสำหรับการเมืองแบบอดีต แบ่งการเมืองเป็นกลุ่มก้อน ถึงเวลารวมพลังประชาชนให้เป็นหนึ่ง สถาปนาการเมืองประชาชนขึ้นมาใหม่ มีตัวเลือก 2 แบบ ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. แบบแรก  ถ้าภารกิจเราไม่สำเร็จ ประชาชนบางกลุ่มบางก้อน ยังรู้สึกลังเล หวาดระแวงในการเมืองแบบที่พวกเราอยากทำ เขาตัดสินใจกาพวกเราให้แค่ครึ่งใจ นั่นคือลงคะแนนบัญชีรายชื่อให้ ปชน. แล้วบัตรแบ่งเขตเลือกแบบเดิม ๆ ถ้าเป็นแบบนี้ บอกได้เลย ว่าหลังวันที่ 8 ก.พ. เราก็คงได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิม ๆ ไม่ต่างกับ 2 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา แบบนี้เอาหรือไม่ กับตัวเลือกอีกแบบ เทคะแนนเสียงให้กับพวกเราหมดใจ ให้เรามี สส.เกินครึ่งสภาฯ ให้พวกเขาปฏิเสธการตั้งรัฐบาลประชาชนไม่ได้อีกใช่หรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในทุกเวทีปราศรัย ต้องบอกตามตรง เคอะเขินเวลาเรียกนายกฯ ไม่ใช่ว่าไม่พร้อมนะ พร้อมเป็นนายกฯ เพียงแต่ว่าความเชื่อมั่น เครดิตที่ทุกคนมอบให้ในวันนี้ สร้างมาด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ อยากขอเสียงปรบมือให้ทุกคนนิดหนึ่ง ขอปรบมือให้อดีตตัวแทนของพวกเรา พร้อมกรรมการบริหารพรรคก่อนหน้านี้ทุก ๆ คน สัญญาว่าจะไม่เขิน ถ้า 8 ก.พ.ได้เป็นนายกฯ จะไม่เขินอีกเลย

วันนี้ไม่ใช่แค่ตนมีความพร้อม พรรค ปชน.เรามีความพร้อมอย่างยิ่งในการตั้งรัฐบาลประชาชน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมในเรื่องจุดยืนและหลักการ ความพร้อมในส่วนผู้สมัคร และทีมบริหาร รวมถึงความพร้อมในส่วนนโยบาย ที่เปรียบเสมือนเป็นพิมพ์เขียวของไทย ความพร้อมเรื่องจุดยืนและหลักการ เราจะไม่เอารัฐมนตรีทุจริต เราจะไม่เอาการเมืองแบบเดิม ๆ ที่ไปแบ่งโควตา แบ่งงบประมาณกันกิน เราจะไม่เอาวิธีการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ต่างคนต่างทำ แต่เราจะเอาภารกิจนำ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” ช่างภาพพีพีทีวี
เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน”

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า ผู้สมัคร สส.ของเราก็มีความพร้อม ทั้ง 498 คน พร้อมกับทีมบริหารพรรค ความพร้อมด้านนโยบายที่เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของประเทศ 200 กว่านโยบาย ภายใน 1 ปีแรก ต้องเห็นผลลัพธ์ เราจะเริ่มทำตั้งแต่ 3 เดือนแรก ที่ส่งมอบนโยบายต่าง ๆ และภายใน 4 ปี ภายใน 1 สมัยขอให้คำมั่นสัญญา ว่าเราจะมุ่งปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน กู้คืนเงินของพี่น้องประชาชนกว่าแสนล้านบาท มาทำสวัสดิการที่ก้าวหน้า คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคน นอกจากกาส้มทั้ง 2 ใบ อย่าลืมเรายังเหลือบัตรอีก 1 ใบ กาเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. องค์กรอิสระ ปล้นอำนาจของประชาชนไปอีก

“8 ก.พ.ย้ำอีกครั้ง อำนาจในปลายปากกาของทุกคน เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะอยู่ในไทยที่มีอนาคตแบบไหน อนาคตที่การเมืองถูกผูกขาด เศรษฐกิจถูกผูกขาด และโอกาสลูกหลานของพวกเราถูกผูกขาด หรือการเมืองที่เป็นของประชาชน เศรษฐกิจ เพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย โอกาสเท่าเทียมกันของทุกคน อนาคตที่ดีต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่ใช่แค่ตนกำหนด อยู่ที่ตัวพวกคุณทุกคนกำหนด อยากให้วันที่ 8 ก.พ. ทุกคนกาพรรค ปชน. 2 ใบ กาเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเปลี่ยนอนาคตในวันที่ 9 ก.พ. 2569 ให้เป็นอนาคตใหม่ที่ดีของลูกหลาน สร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า ก้าวไกล กว่าเดิม” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน” ช่างภาพพีพีทีวี
เวทีปราศรัยใหญ่ “พรรคประชาชน”

ภายหลังจบการปราศรัย หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคทั้งปัจจุบัน และในอดีต ตัวแทนประชาชนทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ปชน. ร่วมกันสาบาน ก่อนเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจให้พวกเราเข้าสู่ชัยชนะจัดตั้งรัฐบาล พวกเราทุกคนสาบานต่อหน้าประชาชน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในไทย สาบานว่าจะซื่อสัตย์ ไม่เป็นตัวแทนของใคร ไม่เป็นรัฐบาลของคน 1% จะเป็นรัฐบาลของคน 99% จะเป็นรัฐบาลที่รับใช้ประชาชนทุกคน นี่คือที่มาของคำว่า รัฐบาลประชาชน นี่คือแสงสว่างจะนำพาประเทศไทยไปข้างหน้า นำพารัฐบาลประชาชนเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

ช่วงท้ายการปราศรัยใหญ่ของพรรประชาชน เหล่าบรรดาผู้บริหารพรรค สส.บัญชีรายชื่อ และผู้ช่วยหาเสียงได้ขี้นมาบนเวที จากนั้นได้มีการร่วมกันถ่ายรูป ประกอบไปด้วย แคนดิเดตนายกของพรรค ถ่ายรูปร่วมอดีตหัวหน้าพรรค ทั้งสี่คน ทั้งนี้กรรมการบริหารพรรค นาทีนี้ถือเป็นไฮไลท์ที่สุดของค่ำคืน คือเมื่อไฟสปอตไลท์ทุกดวงถูกหรี่ลง แล้วแทนที่ด้วยแสงไฟจากโทรศัพท์มือถือของผู้สนับสนุนนับหมื่นคนที่ชูขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกันจนกลายเป็น "ทะเลดาว" ที่สว่างไสวสุดลูกหูลูกตา
ภาพของแกนนำพรรคที่ยืนถ่ายรูปร่วมกับทะเลดาวมวลชน คือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการต่อสู้ที่ได้รับแสงนำทางจากประชาชน แสงเล็กๆ แต่ละดวงรวมกันเป็นความสว่างที่ยิ่งใหญ่ สะท้อนถึงคำมั่นสัญญาว่าพวกเขาจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับคนธรรมดาเหล่านี้ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และพร้อมที่จะเป็นตัวแทนในการเปลี่ยนแปลงประเทศตามเจตนารมณ์ที่ประกาศไว้บนเวที
การปิดท้ายปราศรัยใหญ่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแสดงความพร้อมในสนามเลือกตั้ง แต่เป็นการตอกย้ำวัฒนธรรมองค์กรของพรรคที่ยึดโยงอยู่กับคนรุ่นใหม่และความทันสมัย ในขณะเดียวกันก็ให้เกียรติประวัติศาสตร์และรากเหง้าของตนเอง ทะเลดาวในค่ำคืนนั้นอาจดับลงเมื่อจบงาน แต่ "ไฟในใจ" ของผู้สนับสนุนดูเหมือนจะยิ่งโชติช่วงขึ้นกว่าเดิม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ