น.ส.รักชนก ศรีนอก และ น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 11 ปักธงส้มสายไหมแดนดินถิ่นทหาร ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง สส. ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้
โดยก่อนการช่วยหาเสียง น.ส.รักชนก ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงในช่วง 35 วันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง โดยได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่มีการเผชิญหน้ากับผู้ที่ไม่เห็นด้วยเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2569 ขณะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงที่ตลาดต้นสัก จังหวัดนนทบุรี
ว่าเป็นเรื่องปกติที่ผู้สมัครทุกคนมีโอกาสได้เจอ ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ตอบยาก หรือท่าทีที่ไม่เป็นมิตร ซึ่งตนมองว่าทุกพรรคการเมืองน่าจะประสบพบเจอเช่นกัน แต่อาจมีความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป
ส่วนที่ถูกโจมตีว่าเน้นแต่การแก้ไขมาตรา 112 น.ส.รักชนก กล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมาแทบจะไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ในสภาฯ เลย แต่กลับถูกฝ่ายตรงข้ามนำเรื่องนี้มาแปะป้ายโจมตี พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการงดตอบคำถามนี้ เนื่องจากมีคำสั่งจากศาลรัฐธรรมนูญที่ห้ามนำมาใช้ในการรณรงค์หาเสียง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อการถูกยุบพรรคอีกครั้ง และขอให้สังคมโฟกัสที่นโยบายด้านอื่น เช่น เศรษฐกิจ SME และสวัสดิการสังคม พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาพรรคได้ผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่พยายามผลักดันการเพิ่มวันลาคลอดจาก 90 วัน เป็น 180 วัน แม้สุดท้ายจะได้ 120 วัน และยังเสนอให้พ่อสามารถลาไปช่วยเลี้ยงลูกได้ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า,พ.ร.บ.อากาศสะอาด ซึ่งมีการผลักดันจนถึงที่สุดแต่ไม่ผ่านเนื่องจากมีการยุบสภาไปก่อน
ส่วนที่ถูกถามว่า "ทหารมีไว้ทำไม" หรือการด้อยค่ากองทัพ น.ส.รักชนก กล่าวว่าเรื่องนี้เป็นกระบวนการข้อมูลข่าวสารที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ในความเป็นจริงพรรคของตนแทบจะเป็นพรรคเดียวที่ยืนเคียงข้างทหารชั้นผู้น้อยที่ถูกกระทำ ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือถูกซ่อมจนเสียชีวิตในค่ายทหาร
"ดิฉันถามย้อนกลับไปดีกว่าว่า ในวันที่ทหารชั้นผู้น้อยโดนซ้อมจนเสียชีวิต ท่านอยู่ที่ไหน" น.ส.รักชนกกล่าว พร้อมระบุว่าคณะกรรมาธิการการทหารของพรรค เช่น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, นายเชตวัน เตือประโคน ต่างทำงานอย่างหนักเพื่อหาความจริงในเรื่องเหล่านี้
น.ส.รักชนก ศรีนอก กล่าวต่อว่า ความจริงใจของนักการเมืองที่บอกว่ารักทหาร ให้ดูที่การลงมติโหวตกฎหมาย โดยพรรคประชาชนได้ยื่นกฎหมายเสนอให้คดีทุจริตและการทารุณกรรมในกองทัพต้องขึ้นศาลพลเรือน เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่เป็นธรรม ไม่ใช่ให้คนในรุ่นเดียวกันหรือพวกพ้องมาตัดสินกันเองในศาลทหาร และย้ำว่าตนเองไม่ได้มีอคติต่ออาชีพทหาร แต่ยืนอยู่เคียงข้างผู้ที่ถูกกระทำและทหารชั้นผู้น้อยที่ได้รับความอยุติธรรมมาโดยตลอด
ส่วนประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล น.ส.รักชนก ยืนยันตามคำประกาศของหัวหน้าพรรคว่าจะไม่มี สส.พรรคประชาชนคนไหนไปขานชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีอีก ไม่ว่าพรรคจะชนะเลือกตั้งด้วยจำนวนเท่าใดก็ตาม
น.ส.รักชนก ทิ้งท้ายว่าวันนี้จะมีการเปิดตัวรายชื่อคณะบริหารพรรคฯ ซึ่งจะประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างๆ โดยท้าให้ประชาชนลองนำหน้าตาและประวัติของคณะบริหารจากพรรคประชาชน ไปเปรียบเทียบกับรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม คมนาคม หรือคลัง เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง
จากนั้นเวลา 08.40 น. ได้ลงพื้นที่ช่วยทนายแจมผู้สมัคร สส. เขตสายไหมหาเสียงโดยมีประชาชนแห่เข้ามาพูดคุย ถ่ายรูป และให้กำลังใจ น.ส.รักชนก