นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้พิพากษาที่ถอนหมายจับ กรณีสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่ง หรือ ส.ว.ทรงเอ ที่นายรังสิมันต์ ได้อภิปรายในสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า ส.ว.คนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดและการฟอกเงิน ซึ่งตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ได้ขอออกหมายจับเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2565 ในช่วงเช้า
แต่ปรากฏว่าช่วงบ่ายวันเดียวกันได้มีการถอนหมายจับ โดยอ้างว่าเป็นบุคคลสำคัญแต่ไม่ได้แจ้งให้ศาลทราบ จึงสั่งให้เพิกถอนหมายจับและหมายค้น และให้ออกหมายเรียกก่อนภายใน 15 วัน
นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ที่ตนจะยื่นให้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต.ตรวจสอบเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด 3 คน คือ อธิบดีศาล รองอธิบดี และผู้พิพากษาที่ขึ้นบัลลังก์ในวันนั้น
โดยวันนี้ได้รวบรวมหลักฐาน และเอกสารต่างๆ ที่หวังว่า จะนำไปสู่การดำเนินการ ตรวจสอบ เพื่อสร้างความเป็นธรรม และสร้างความยุติธรรมให้กับเรื่องนี้ และถ้าหากพิจารณาในเนื้อหาของกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คดีที่มีอัตราโทษสูงขนาดนี้ ซึ่งเป็นคดียาเสพติด และคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน โดยทั่วไปไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกหมายเรียกก่อน สามารถออกหมายจับได้เลย
ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่าในระบบกฎหมาย ไม่ได้แบ่งแยกว่าการปฎิบัติกับวุฒิสมาชิกและการปฏิบัติกับบุคคลธรรมดา ต้องมีความแตกต่างกัน แต่โดยหลักการของกฎหมายก็คือทุกคนต้องมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
นายรังสิมันต์ ระบุอีกว่า การออกหมายจับในห้วงที่มีการประชุมสมาชิกวุฒิสภาจะมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ทำให้ไม่สามารถออกหมายเรียกหรือออกหมายจับในขณะนั้นได้ และสุดท้ายจะกลายเป็นว่าคดีนี้ต้องฟ้องแยกกันไปโดยไม่มี ส.ว.คนนั้นอยู่ในคดีเลย
ส่วนการยื่นหนังสือถึง ก.ต.ในวันนี้ นายรังสิมันต์ เชื่อว่าไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรถึงคดี แต่ในฐานะที่ตนพยามจะตรวจสอบเรื่องนี้ และในฐานะเป็นพลเมืองดี ก็อยากจะเห็นความยุติธรรมที่โปร่งใส ซึ่งตนหวังว่าข้อมูลพวกนี้อาจจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ ก.ต.ดำเนินการอย่างถูกต้องต่อไป
หลังจากนี้นายรังสิมันต์ บอกว่า จะไปยื่นร้องอัยการสูงสุด ในประเด็นเรื่องทุนจีนสีเทา ซึ่งมีตัวละครที่เกี่ยวข้องและสืบเนื่องมาจากกรณีของตู้ห่าว เนื่องจากอัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ รวมไปถึงให้ตรวจสอบหลานชาย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เข้าไปมีส่วนพัวพันกับตู้ห่าว เพราะตั้งแต่มีการออกมาเปิดเผยข้อมูล จนถึงวันนี้ยังไม่มีการสอบหลานชายของพลเอกประยุทธ์ ซึ่งตนจะยื่นหลักฐานทั้งหมดในเรื่องนี้ต่ออัยการสูงสุดด้วย