นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ภาพข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก เผยว่า หลักฐานไลน์หลุดชิ้นสำคัญนี้ แค่ออเดิร์ฟการเมืองเห็นชัดถึงการสั่งการ ครอบงำพรคการเมือง และการจ่ายเงินซื้อเสียง ผ่านกลุ่มบุคคล เพื่อเอาชนะเลือกตั้งของนาย ซึ่งกำลังจะทำให้พรรคการเมืองหนึ่งถึงกับแลนด์ไถลเข้าสู่การอาจถูกยุบพรรคได้ในเร็วๆ นี้
นายสมชาย ยังเรียกร้องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โดยขอให้เร่งตรวจสอบเรื่องนี้ โดยเร็วที่สุด
"คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจต้องเร่งดำเนินการสอบสวนและหากพบการกระทำผิดกฎหมายต้องดำเนินคดีตามพรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส และพรบประกอบรัฐธรรมนูญว่าพรรคการเมือง ที่ระบุไว้ชัดเจนครับ"
นายสมชาย ยังยกข้อกฎหมายชี้แจง ในประเด็นดังกล่าวว่า
มาตรา ๗๓ ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อ
จูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น
ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนน
ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
(๑) จัดทํา ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพ่ือจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคํานวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด……………
ความผิดตาม (๑) หรือ (๒) ให้ถือว่าเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่า
ด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และให้คณะกรรมการมี
อํานาจส่งเรื่องให้สํานักงานป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจได้
มาตรา ๗๕ ห้ามมิให้ผู้ใดหรือพรรคการเมืองใดเรียกหรือรับทรัพย์สิน หรือ
ผลประโยชน์อื่นใด เพ่ือลงสมัครหรือส่งผู้สมัคร หรือไม่ลงสมัครหรือไม่ส่งผู้สมัครอันก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้สมัครอื่นหรือ พรรคการเมืองอื่นในการเลือกตั้ง และทําให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
มาตรา ๑๕๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๓ (๑) หรือ (๒) มาตรา ๗๕ มาตรา ๗๖ หรือมาตรา ๙๔ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดยี่สิบปี
ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษผู้กระทําความผิดตามมาตรา ๗๓ (๑) หรือ (๒) ให้ศาลสั่งจ่ายเงินสินบนนําจับไม่เกินกึ่งหนึ่งจากจํานวนเงินค่าปรับแก่ผู้แจ้งความนําจับ
ในกรณีที่พรรคการเมืองกระทําความผิดตามมาตรา ๗๕ หัวหน้าพรรค
การเมืองหรือกรรมการ บริหารพรรคการเมืองของพรรคการเมืองนั้น
ซึ่งรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทําความผิดต้องระวางโทษ ตามท่ีกําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง และให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการ บริหารพรรคการเมืองของพรรคการเมืองนั้น และให้ถือเป็นเหตุที่จะยุบพรรคการเมืองนั้นตามกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
มาตรา ๙๒ เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใด
กระทําการ อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น………………………………
(๔) มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกําหนด
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดําเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า
พรรคการเมืองกระทําการ ตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ของคณะกรรมการ
บริหารพรรคการเมืองนั้น