วันที่ 25 พฤษภาคม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงความคืบหน้าการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล ว่าหลังจากการลงนาม MOU ร่วมกัน 8 พรรค ก็มีทิศทางได้รับการตอบรับในเชิงบวกทั้งจากพรรคร่วมและจากประชาชน และหลังจากที่เรามีความชัดเจนในเรื่องจุดยืนและนโยบายพรรคแล้ว ส.ว.ก็มีความเข้าใจมากขึ้น และยอมรับหลักการที่จะยกมือโหวตให้พิธาเป็นนายกฯมากขึ้น แอละเดินหน้าเจรจากับ ส.ว.รายบุคคลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนได้ครบ และเชื่อว่าจะได้เสียงสนับสนุนมากพอที่จะโหวตให้นายพิธาเป็นนายกฯ ได้
ส่วนกรณีประธานสภาพรรคก้าวไกลยืนยันว่าเราจำเป็นที่จะต้องมีตำแหน่งประธานสภา เพราะยังมีอีก 3 วาระที่จะต้องผลัดดัน ทั้งการผลัดดันกฎหมาย 45 ฉบับของพรรค เพื่อให้ได้ทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงเอาไว้ รวมทั้งสามารถพิจารณากฎหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชนได้รวดเร็ว และเพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8 พรรคเห็นตรงกัน และบรรจุใน MOU ร่วมกัน นอกจากนั้นเราจะผลักดันให้เกิดรัฐสภาที่โปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่วนเรื่องจำนวน ส.ส.เขตของพรรคก้าวไกลที่ลดลงจาก 113 ที่นั่ง เหลือ 112 ที่นั่ง ยืนยันว่าไม่ได้กระทบกับการจัดตั้งรัฐบาลแต่อย่างใด
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะมีการเจรจากับพรรคร่วม ทั้งการแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรี และตำแหน่งสำคัญอื่นๆ รวมทั้งหารือพูดคุยนโยบายต่างๆที่ยังเห็นต่างกัน อาทิ นโยบายค่าแรง 450 บาท ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ให้สัญญาณในทางบวก และยังมีอีกหลายนโยบายที่ต้องพูดคุย รวมถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องพูดคุยว่าสรุปแล้วจะดำเนินนโยบายนี้หรือไม่ รวมทั้งนโยบายอื่นๆ ก็จะเป็นแนวทางที่จะพูดคุยให้ได้ข้อสรุป เพื่อที่สุดท้ายจะเป็นนโยบายในการแถลงต่อรัฐสภา
เมื่อถามถึงกรณีตำแหน่งประธานสภามีความกังวลหรือไม่ที่จะเป็นเงื่อนไขให้พรรคเพื่อไทยถอนตัว น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยน่าจะเล็งเห็นความหวสังที่ประชาชนมอบให้ที่จะจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จลุล่วง น่าจะมีความสำคัญ และเป็นเรื่องที่จะพูดคุยเจรจากันในภายหลังต่อไป และมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะอยู่ร่วมรัฐบาลต่อไม่ว่าจะมีตำแหน่งประธานสภาหรือไม่ก็ตาม และยืนยันว่าไม่มีการแทงข้างหลัง จากทางฝั่งของพรรคก้าวไกลแน่นอน ยังพยายามสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา ถ้าตรงไหนที่เป็นข้อกังวลที่จะไม่จริงใจต่อกันก็สามารถพูดคุยกันได้
ตอนนี้เราไม่มีความเชื่อใดๆว่าพรรคเพื่อไทยจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ หลังจากที่ได้มีการพูดคุยกันในหลายๆครั้ง ได้มีการแถลงข่าวร่วมมือกัน และได้ลงนาม MOU ร่วมกันเรียบ้อยแล้ว ดิฉันมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่มีการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลในครั้งนี้
เมื่อถามว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นการกินรวบนั้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรายังยืนยันว่าจะยึดตัววาระและนโยบายที่จะทำเป็นหลัก ส่วนการเจรจาต่อรองก็คงต้องไปพูดคุยกันในรายละเอียดว่าใครได้กระทรวงไหนอะไรอย่างไร ซึ่งการที่พรรคที่ได้เสียง ส.ส.เป็นอันดับหนึ่ง จะขอตำแหน่งประธานสภาเพื่อเป็นประมุขในฝ่ายนิติบัญยัติด้วยในเวลาเดียวกันนั้นก็ไม่ใชเรื่องที่ผิดแปลกอะไร และเราก็มีวาระที่ชัดเจนว่าจะขับเคลื่อนในตำแหน่งประธานสภาอย่างไร คงต้องพูดคุยกันว่าวาระเหล่านี้จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร ทั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องตัวบุคล แต่คิดว่าในพรรคก้าวไกลเองมี ส.ส.กลายคนที่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนี้
เมื่อถามว่าสาเหตุที่พรรคก้าวไกลต้องการตำแหน่งประธานสภา เพราะไม่ไว้ใจว่าพรรคเพื่อไทยจะตั้งรัฐบาลแข่งหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา ยืนยันว่า ไม่ได้กังวลเรื่องนี้ว่าจะมีการเสนอชื่อคนอื่นเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อแข่งกันตั้งรัฐบาล เพราะเชื่อใจพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มที่ว่าจะร่วมหัวจมท้ายไปกับพรรคก้าวไกล พร้อมยืนยันว่าพรรคก้าวไกลไม่ได้ยึดติดเก้าอี้ แต่ยึดวาระที่ต้องการขับเคลื่อน
ส่วนกรณีมีชื่อนายณัฐวุฒิ บัวประทุม หลุดออกมานั้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า คงจะเป็นการคาดการณ์ของสื่อเช่นเดียวกับโผ ครม.ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ เมื่อถามว่าหากได้รับตำแหน่ง รมว.คลัง ตามโผที่หลุดออกมา พร้อมดำรงตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ถ้าพรรคมอบหมายและเป็นมติของพรรคก็ยินดีที่จะรับตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ทั้งนี้คิดว่าในการเจรจาตำหน่งประธานสภา จะได้ข้อสรุป ก่อนที่จะไปถึงข้อสรุปที่จะให้มีการฟรีโหวต อย่างไรก็ตามคิดว่าเรื่องเจรจาระหว่างพรรคร่วมประมาณ 2 สัปดาห์น่าจจะจบ ถ้าไม่มีปัญหาอื่นมาแทรก