การเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะมีขึ้น ในวันที่ 13 ก.ค. นี้ ซึ่งหลายคนกังวลว่า ชื่อของ นายกพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตจากพรรคก้าวไกล อาจจะไม่ผ่านการรับรองในรอบแรก จะต้องทำยังไง และจะสามารถเสนอได้อีกกี่ครั้ง
ล่าสุด นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะว่าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ให้ความเห็นถึงการโหวตเลือกนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค. ว่า ถ้าในวันดังกล่าว ยังไม่ได้นายกฯ ในการโหวตรอบแรก ก็จะให้เลือกรอบ 2 ในวันที่ 19 ก.ค. และรอบ 3 วันที่ 20 ก.ค. นี้
ซึ่งคาดว่า 3 วันนี้ น่าจะเพียงพอที่จะได้นายกรัฐมนตรีแล้ว โดยจะเปิดโอกาสให้ 3 ครั้งก่อน แต่ถ้ายังไม่ได้ก็จะคุยกันใหม่ เพราะการเรียกประชุมบ่อยๆ ใช้สมาชิก 750 คน ค่อนข้างลำบาก และเวลา 3 วัน ถือว่าเยอะแล้ว อยากให้ได้ภายใน 3 วันนี้ แต่หากกำหนด 3 ครั้งแรกแล้วยังไม่ได้ตัวนายกรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับที่ประชุมรัฐสภา และที่ประชุม 8 พรรค ที่ต้องทำตามเอ็มโอยู พูดคุยกันเป็นการภายใน เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ส่วนจำนวน ส.ว. ที่จะสนับสนุนโหวตให้ นายพิธา เป็นนายกฯ นั้น ไม่ทราบแน่ชัดว่ามีเท่าใด แต่เท่าที่พูดคุยกับ ส.ว. มีเจตนาดี ต้องการให้การจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพื่อประเทศเดินหน้าได้
ซึ่งวันนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา กล่าวถึงแนวคิดที่ นายพิเชษฐ์ ระบุว่า จะเปิดโอกาสให้นายพิธา ลุ้นโหวตเลือกนายกฯ 3 รอบว่า ยังไม่สามารถตอบได้ชัดว่า จะให้โอกาสโหวตชื่อ นายพิธา สูงสุดกี่ครั้ง เพราะอาจจะโหวตจบในรอบแรกก็ได้ ทั้งนี้ หากในรอบแรกไม่จบก็ไม่ได้หมายความว่า คนที่เสนอชื่อรอบแรก แล้วไม่ผ่านการโหวต ยังสามารถเสนอชื่อเดิมในรอบ 2 และรอบ 3 ได้ ขอแค่เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่ กกต. กำหนด
นายวันมูหะมัดนอร์ ยังเปิดเผยว่าวันนี้ มีการประชุมร่วมกับรองประธานสภาทั้ง 2 คน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อกำหนดทิศทางกานทำงาน และซักซ้อม พิธีรับพระบรมราชโองการในวันพรุ่งนี้