“ธาริต” แฉเบื้องหลังคดี 99 ศพสลายนปช. ต้นเหตุรัฐประหาร ผู้มีอำนาจหวังล้างผิด


โดย PPTV Online

เผยแพร่




“ธาริต” เผยข้อมูลใหม่ ถูกเรียกเข้าค่ายทหาร กรณีคดีการสลายชุมนุม นปช. เสียชีวิต 99 ศพ แฉเจอคำขู่หนัก “หากดำเนินคดี พวกอั๊วจะปฎิวัติ แล้วลื๊อจะถูกย้ายคนแรก” มั่นใจการดำเนินคดีเป็นต้นเหตุรัฐประหารเพื่อฟอกขาวผู้มีอำนาจล้างความผิด ยันยอมติดคุก ขอให้นายกฯคนใหม่เข้ามาแก้ไขข้อผิดพลาดให้ 99 ศพ ด้านญาติผู้เสียชีวิต เปิดใจสู้กับทหารมา 13 ปี สุดท้ายคดีถูกศาลทหารเก็บเงียบ

ออกหมายจับ "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อดีตอธิบดี DSI ผิด ม.157 แจ้งข้อหาฆ่าคนตาย "อภิสิทธิ์ - สุเทพ"

ศาลเลื่อนอ่านฎีกา "ธาริต" แจ้งข้อหา "อภิสิทธิ์-สุเทพ" สั่งฆ่าประชาชน

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ “ธาริต”

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2566 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้นำญาติผู้เสียชีวิตในคดี 99 ศพ จากเหตุสลายการชุมนุมของ นปช. ปี 2553 ซึ่งทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ออกคำสั่งให้ทหารใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 เข้าสลายการชุมนุม จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

 

โดยหลังจากนั้น ตัวนายธาริต ที่เป็นอธิบดี ดีเอสไอ จึงสั่งดำเนินคดีเรื่องดังกล่าว แต่สุดท้ายถูกยื่นฟ้องกลับตามมาตรา 157 มาตรา 200 โดยกล่าวหาว่าพนักงานสอบสวนกลั่นแกล้งพวกตนให้ถูกดำเนินคดี

 

“ธาริต” แฉเจอคำขู่สารพัด หยุดทำคดี 99 ศพสลายนปช.

ล่าสุด นายธาริต ประกาศว่าจะขอเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยการดำเนินคดีในเหตุการณ์ 13 ปีที่ผ่านมานั้น ตนงถูกเรียกเข้าไปคุยโดยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ไม่ให้ดำเนินคดีเรื่อง 99 ศพ แล้วถ้าหากไม่ฟังกัน พวกทหารจะดำเนินการรัฐประหาร พร้อมข่มขู่ว่าตนจะโดนโยกย้ายตำแหน่งเป็นคนแรก

ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนได้ยินกับหู แต่ไม่เคยออกมาเปิดเผยตลอด 13 ปีที่ผ่านม าแม้แต่ในชั้นศาลก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองวันนั้น เป็นสาเหตุสำคัญของการออกมาทำรัฐประหารเพื่อล้มล้างความผิดที่เกิดขึ้น จนมีผลพวงมาถึงทุกวันนี้

ผมถูกเรียกเข้าไปในค่ายทหารแห่งหนึ่งบนถนนราชดำเนิน คนที่เรียกผมเข้าไป ผมไม่ขอเปิดเผยชื่อ แต่เป็นทหารชั้นผู้ใหญ่มาก และเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ บอกกับตนว่า ธาริต อย่าดำเนินคดีเรื่อง 99 ศพ ถ้าไม่ฟังกัน พวกอั้วปฏิวัติ

ผมถือว่าเป็นการขู่ ครั้งนั้น เขาบอกว่า พวกอั้วปฏิวัติ และลื๊อจะโดนย้ายคนแรก 9 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการพูดความจริงชัดเจนว่า ปฏิวัติ เพราะอะไร พูดเรื่องจำนำข้าวบ้าง จริงหรือเปล่า พูดเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยบ้าง จริงหรือเปล่า มีกปปส.เข้ามา ถูกดำเนินคดี แล้วยังไง แต่ที่แน่ๆ ปฏิวัติ ยังไม่ครบ 24 ชั่วโมง คนที่ถูกย้ายทันที คือนายธาริต และอดีตอัยการสูงสุด ผู้รับผิดชอบดำเนินคดี 99 ศพ เป็นความเชื่อของผม ภายใต้ข้อเท็จจริงว่านี่คือเหตุสำคัญของการปฏิวัติ”

 

"ธาริต" ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ม.157 ม.200 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

เมื่อวานนี้ (7 ก.ค.66) นายธาริต ได้ส่งให้ทนายความไปยื่นคำร้องต่อศาลฯ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ป.อาญา มาตรา 157 และมาตรา 200 ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยยื่นคำร้องผ่านศาลฎีกา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ศาลยุติธรรมจะต้องส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ซึ่งหมายความว่าศาลอาญาและศาลฎีกาจะวินิจฉัยเสียเองไม่ได้ และจะสอดคล้องกับที่ตนเคยกลับคำรับสารภาพ เพราะรับสารภาพเป็นแบบมีเงื่อนไขระบุไว้ชัดเจนว่า จะรับสารภาพต่อเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนื่องจากมั่นใจว่ามาตรา 157 กับมาตรา 200 ขัดกับรัฐธรรมนูญ ด้วยลักษณะการตีความแบบเหวี่ยงแห กระทบสิทธิของคนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไม่เป็นธรรม และยังเป็นมาตราที่เอาไว้กลั่นแกล้งกันอีกด้วย

ขณะที่ข้อสงสัยว่า นายธาริตเลื่อนการฟังคำพิพากษาศาลฎีกาหลายสิบครั้ง เพื่อเป็นการจงใจหลบเลี่ยงหรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า ขอศาลอาญาเลื่อนฟังคดีหลายครั้งจริง แต่มีสาเหตุมาจากเหตุ 4 ประการ ได้แก่ การส่งหมายศาลในครั้งแรกไม่ตรงกับภูมิลำเนา และมีอาการป่วยเป็นโควิดถึงสองครั้ง เส้นเลือดในสมองตีบ เข้ารับการผ่าตัดไตทั้ง 2 ข้าง โดยมีญาติผู้ตายของ 99 ศพ ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามในคดี และตนได้ยื่นขอให้ศาลยุติธรรมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายที่ใช้บังคับกับคดีขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงไม่ได้ต้องการหลบเลี่ยงไม่ฟังคำพิพากษา

 

ทั้งนี้ส่วนสาเหตุสำคัญว่าทำไมถึงเลือกออกมาเปิดเผยข้อมูลในช่วงเวลานี้ อาจเกี่ยวโยงกับการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีชื่อของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย หรือต้องการดิสเครดิตหรือไม่

นายธาริต ระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะตนมีความตั้งใจมานานแล้ว แต่สภาพบ้านเมืองไม่ปกติ ประเทศชาติไม่ได้อยู่ในระบอบประชาธิปไตย พอมาถึงว่านี้มีการเลือกตั้ง กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศ แล้วตนเองอาจจะต้องเข้าคุกภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ จึงคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการออกมาพูดเรื่องนี้ พร้อมทิ้งท้ายว่า ตนเองยอมติดคุก หากจะเป็นข้าราชการธรรมดาที่ทำงานอย่างมืออาชีพ

แม่ผู้เหยื่อปี 53 เปิดใจคดีเงียบหาย หลังสู้กับทหารมานาน 13 ปี

นางพะเยาว์ อัคฮาด หรือแม่ของน้องเกด พยาบาลอาสาถูกทหารยิงเสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม ปี 2553 ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน กล่าวว่า สู้กับเจ้าหน้าที่รัฐมาตลอด ทหารฆ่าคนจากคำสั่งของผู้มีอำนาจ ซึ่งคดีความของตนถูกทำให้ไม่มีผู้กระทำความผิด พอวันนี้ได้มานั่งฟังนายธาริต จึงเข้าใจว่าไม่ได้คิดไปคนเดียว ทุกอย่างมีผลต่อเนื่องกันมาตั้งแต่การทำรัฐประหารเพื่อฟอกขาวให้ผู้มีอำนาจ

โดยลูกสาวของตนที่ไม่เกี่ยวของกลับตกเป็นเหยื่อไปด้วย จนมาถึงทุกวันนี้ผ่านมา 13 ปี ต่อสู้กับทหารมาตลอด แต่คดีของลูกสาวกลับถูกเก็บเงียบไปเลย แม้จะไปติดตามกับทาง ดีเอสไอ แต่เรื่องก็เงียบไปอีก สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าคดีดังกล่าวถูกส่งไปที่อัยการศาลทหาร และศาลทหารสั่งไม่ให้ฟ้อง เรื่องทุกอย่างก็ทุกเก็บไว้ใต้พรมไปเลย ถือเป็นเรื่องที่ตนเองรับไม่ได้กับขบวนการยุติธรรมแบบนี้

อย่างไรก็ตาม นายธาริตกับญาติผู้สูญเสีย ได้เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่กำลังจะเข้ามาเป็นรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นคนใด แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระ หรือ Senior Super Board เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 99 ศพ ส่วนตัวของนายธาริต เองยืนยันว่าพร้อมที่จะเดินทางไปที่ศาลในวันจันทร์นี้ และพร้อมติดคุก

 

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP การเมือง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ