โหวตนายก : "พิธา" ขออย่าใช้ข้อบังคับห้ามเสนอชื่อซ้ำ สกัดโหวตนายก รอบ 2

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"พิธา" ขออย่าใช้ข้อบังคับห้ามเสนอชื่อซ้ำ สกัดโหวตนายก รอบ 2 มองจะมัดพรรคอื่นด้วย

ความเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกลในวันนี้ มีการประชุม สส. ก่อนที่จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีรอบ 2 ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ค.66) โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกยังไม่ทราบผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย เรื่องการตีความข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป เลยไม่รู้จะกังวล หรือไม่กังวลดี แต่มองว่า หากตีความห้ามเสนอชื่อซ้ำ เพื่อสกัดตัวเองคนเดียว จะมัดพรรคอื่นไปด้วย

 

 

 

ทั้งนี้ หากมีการตีความว่า ห้ามเสนอชื่อซ้ำ นายพิธา มองว่า ก็มีความกังวล หากจะใช้วิธีการนี้ เพื่อสกัดกั้นตัวเองคนเดียว และทำให้กลายเป็นเรื่องของระบบทั้งหมด ต่อไปหากเรื่องนี้มีตัวเอง ก็จะมัดพรรคอื่นๆด้วยเช่นกัน  และจะเป็นการผูกที่แก้ยาก และเป็นปัญหาในอนาคต ย้ำว่า ต้องดึงสติ และแยกให้ชัดว่า เป็นความแตกต่างระหว่างการเสนอชื่อ และญัตติ 

ขณะที่ การโหวตนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ คะแนนเสียงจะต้องได้เท่าไหร่ ถึงจะเรียกว่า เพิ่มอย่างมีนัยยะสำคัญ นายพิธา ระบุว่า  เหมือนที่เคยสื่อสารว่าถ้าเพิ่ม 10 กว่าเปอร์เซนต์ จำนวน 340 กว่าเสียง ถึง 350 เสียง ตัวเองก็มองว่า เป็นทิศทางที่ดี และเข้าใกล้เป้าหมาย รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ที่พรรคก้าวไกลเสนอ ไม่ได้ตัดสินใจด้วยอารมณ์ หรือถ่วงเวลา

และคาดว่า จะต้องโหวตอีกกี่ครั้ง หากโหวตพรุ่งนี้แล้วคะแนนเสียงไม่พอ นายพิธา ตอบว่า หากได้ผลลัพธ์ ก็จะปรับยุทธศาสตร์ได้เรื่อยๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ แต่หากไม่ได้ผลลัพธ์อะไร ก็แสดงว่า ยุทธศาสตร์ที่ผ่านมาไม่สามารถต้านแรงสกัดได้ ก็ต้องให้ประเทศไปต่อได้

กรณีที่พรรคเพื่อไทย เตรียมความพร้อม และแผนสำรองในการเสนอชื่อแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย นายพิธา บอกว่า ยังไม่เห็นสถานการณ์ที่จะต้องเป็นแบบนั้น ซึ่งจะรอฟังการอัพเดทสถานการณ์จากวงประชุมของส.ส. ขณะเดียวกันยังปฏิเสธว่า ยังไม่ได้มีพรรคการเมืองใด ติดต่อเข้ามา เพื่อขอแก้ไข MOU ยืนยันว่า รายละเอียด MOU ยังเหมือนเดิม

ทั้งนี้ ยังยืนยันหรือไม่หากพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกลจะยังคงสมการเดียวกัน นายพิธา ย้ำว่า  เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการ และเป็นรัฐบาลที่ร่วมกันจัดตั้ง 8 พรรค มี MOU ชัดเจน และทำงานกันมา ก็คิดว่า ตัวเองในฐานะที่เป็นพรรคอันดับ 1 หากไปต่อไม่ได้ก็ส่งไม้ต่อให้ ก็คิดว่า จะยังอยู่ในเรือลำเดียวกัน และเป็นรัฐบาลแห่งความหวังประชาชน

ส่วนกรณีเรื่องมาตรา 112 หากยังเดินหน้าแก้ต่อก็จะไม่มีการโหวตให้ แต่หากยอมลดเพดานก็จะโหวตให้ จะมีการปรับหรือไม่ นายพิธา ระบุว่า จากการอภิปรายเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทั้งสว. และพรรคก้าวไกล ตัวเองถือว่า เป็นโอกาสที่จะทำให้เห็นภาพมากขึ้น และบางคนก็มองว่า เรื่องนี้สามารถยืดหยุ่น และประเด็นที่ใครสามารถเป็นผู้ฟ้องได้ในมาตรา 112 เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายเดียวกันคือ ไม่ให้ใครนำมาตรา 112 มารังแกผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองได้ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่ฟ้อง และ การอภิปรายครั้งนั้นทำให้เห็นว่า ทุกฝ่ายเข้าใกล้กันมากขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะแค่การแก้ไข หรือไม่แก้ไข แต่เป็นการพูดคุยเรื่องรายละเอียด และข้อกังวลใจ 


 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ