วันที่ 29 สิงหาคม ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วเสร็จ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และอารมณ์ดี พร้อมระบุว่า ยังอยู่ทำหน้าที่อีกหลายวัน อย่าเพิ่งรีบเร่งให้ตนเองไปไหนเลย ยอมรับว่าวันนี้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีวันสุดท้ายของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ภายหลังจากประเมินสถานการณ์ขณะนี้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการตามปกติของการได้รัฐบาลใหม่ แต่รัฐบาลรักษาการยังคงต้องดูแล ในส่วนที่ทำได้และตามขั้นตอนของกฎหมาย
วันนี้ตนเองขอขอบคุณทุกคน ขอบคุณสื่อมวลชนที่รักทุกคน ไม่มีอะไรติดใจกันอยู่แล้ว เรารักกัน และอยู่ด้วยกันในหลานปีที่ผ่านมา ซึ่งตนเองก็เข้าใจในการทำงานของสื่อมวลชน และไม่ได้เข้าไปก้าวล่วง แต่ตนเองต้องขออภัยที่ดุไปนิดเดียว ขณะเดียวกันในวันนี้ ได้ขอบคุณคณะรัฐมนตรีและข้าราชการ ที่ได้ทำงานด้วยกันมาโดยตลอด และมีความเชื่อมั่นร่วมกัน เพราะได้ทำตามกฎหมายและระเบียบทุกประการที่มีอยู่
ส่วนการประชุมครม.ในวันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นการเสนอเรื่องมาตามปกติ ซึ่งก็มีเรื่องที่พิจารณาน้อยลง เพราะจะต้องระมัดระวัง ในการมใช้อำนาจของรัฐบาลรักษาการ ตามมาตรา 169 ซึ่งทุกคนทราบกันดี
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ไม่ขอฝากอะไรกับรัฐบาลใหม่ เพราะถือเป็นมารยาทและต้องปล่อยให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการ ซึ่งก็จะมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของมารยาท ที่ตนเองไม่ควรจะไปพูดอะไรทั้งสิ้น เมื่อมี ครม.ชุดใหม่มาแล้ว ก็เป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีชุดนั้นดำเนินการต่อไป แต่ฝากให้สื่อมวลชนให้ช่วยกันดูแลแทนแล้วกัน ยืนยัน ว่าตนเองไม่มีห่วงอะไร ส่วนหลังจากนี้ตนเองเมื่อเกษียณจากการเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว จะพักผ่อนและให้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น ขณะเดียวกันทราบว่าจะได้รับงานที่ใหญ่ขึ้นหลังจากนี้ใช่หรือไม่ พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนตัวยังไม่รู้ ไม่ได้ทราบอะไรทั้งสิ้น แต่หลังจากนนี้จะเป็นประชาชนพลเมืองไทย คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีเจ้ายศเจ้าอย่าง หรือเกียรติยศ อะไรต่างๆ และจะกลายเป็นบุคคลธรรมดาเหมือนทุกคน โดยตนเองตั้งใจมาตลอด 9 ปีที่ผ่านมา เมื่อถึงเวลาที่พักผ่อน หรือ หยุด ก็จะเป็นประชาชนพลเมืองธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ ที่ต้องมาเคารพหรือยกย่องตนเอง
พลเอกประยุทธ์ ยังกล่าวถึงว่าได้อะไรจากการเมืองที่ผ่านมาว่า ผมไม่ได้อะไร แต่ต้องถามกลับว่าประเทศชาติได้อะไร เพราะตนเองทำงานทุกวันก็เพื่อประเทศชาติและประชาชน และทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ส่วนอนาคตก็เป็นเรื่องของรัฐบาลชุดต่อไปมาดำเนินการ
ส่วนจะมองย้อนในอดีตที่ผ่านมา และจะทำใหม่ในเรื่องใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มี ถ้าคิดแบบนั้นไม่ใช่ ไม่มีย้อนกลับไป ต้องเดินหน้าอย่างเดียว และระมัดระวังในการเดินหน้าว่าจะต้องไม่มีอันตราย ซึ่งไม่ใช่ตนเองเพียงคนเดียว ต้องรักษาทุกคนที่ร่วมกันทำงานกันมาด้วย ให้ปลอดภัยไม่มีอันตรายเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันมา ขณะเดียวกัน ยืนยัน ไม่ขอย้อน 9 ปี ที่ผ่านมา เพราะไม่มีเวลาไหนที่จะย้อนกัน เพราะย้อนไม่ได้อยู่แล้ว พร้อมระบุว่า ตนเองไม่ได้ใจหาย เพราะต้องพร้อมรับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา เพราะตนเองเคยบอกมาตลอด ว่าตนเองเข้ามาด้วยอะไร และไปด้วยอะไร เท่านี้ก็จบ
สำหรับความประทับใจของตนเอง ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ได้อยู่ร่วมกับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ 4 ปีเต็ม ทุกคนให้ความร่วมมือ พูดจาและทักท้วงกันด้วยเหตุผล ซึ่งตนเองก็รับได้ทั้งหมด นั้นคือ ความผูกพันในสิ่งที่ทำร่วมกันมา โดยไม่ได้มุ่งหวังประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตนเองมีนโยบายดังกล่าวมาโดยตลอด และสามารถทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้พอสมควร นั้นคือความประทับใจ ที่ตนเองมีให้กับคณะรัฐมนตรี และตนเองก็วาดหวังที่จะได้เห็น การเดินหน้าในอนาคต ซึ่งการเดินหน้าทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับทุกคนและถ่ายทอดไปสู่รุ่นใหม่ ที่ขณะนี้จะต้องสร้างความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น
พลเอกประยุทธ์ ยังระบุว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ไม่ห่วงเรื่องใดๆ เพราะเป็นไปตามขั้นตอนดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ ตนเองไม่มีคำตอบเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของงกระบวนการทางการเมือง ในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตนเองพูดอะไรไม่ได้ และไม่ได้มีการแนะนำใดๆ ทั้งสิ้น ตนเองยังไม่ได้เห็นโผ ครม. เลย เห็นแต่ตามที่สื่อนำเสนอ และมีว่าที่รัฐมนตรีมายื่นกรอกประวัติที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก็มากันในนามส่วนตัว บางคนก็เดินทางมาด้วยตนเอง ดังนั้นขอให้รอดู หลังจากการโปรดเกล้าฯ ซึ่งขออย่าให้ทุกคนอย่างไปก้าวล่วงอำนาจ แต่ทุกอย่างก็ต้องเดินไปตามขั้นตอนที่เสนอ ซึ่งเป็นตามกฎหมายและกระบวนการ
ส่วนหน้าตาครม. เศรษฐา 1 เป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ดูหน้าตาหล่อดีทุกคน
ทั้งนี้ อยากจะร้องเพลงใดเป็นเพลงแรก หลังจากนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอนึกก่อนมีหลายเพลง ก่อนจะพูดว่า “โอเค ขอบคุณ” และร่วมถ่ายภาพกับสื่อมวลชน ช่างภาพ ที่ทำข่าวในทำเนียบรัฐบาล อย่างเป็นกันเอง