สรุปผลศึกษาดิจิทัลวอลเล็ต ป.ป.ช. พบช่องโหว่เอื้อทุจริต-เสี่ยงผิดกฎหมาย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เปิดข้อสรุป คกก.ศึกษาดิจิทัลวอลเล็ต ป.ป.ช. พบช่องโหว่เอื้อทุจริตเชิงนโยบาย-สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายหลายฉบับ-มีผลเสียกว่าผลดี พร้อมข้อเสนอรัฐบาล 8 ประเด็น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล กรณีการเติมเงิน 10,000บาท ผ่านระบบดิจิทัล วอลเล็ต ที่มีน.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช.เป็นประธานนั้น หลังจากที่ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวขึ้นมา จำนวน 23คน เมื่อวันที่ 27ต.ค.2566 โดยประกอบด้วยตัวแทนหน่วยงานเศรษฐกิจ นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูล ข้อเท็จจริง เพื่อศึกษาถึงความเสี่ยงและผลกระทบการดำเนินการโครงการดังกล่าว

เลื่อนประชุม คณะกรรมการดิจิทัลฯ ชุดใหญ่ รอหนังสือ ป.ป.ช.

แจง คกก.ศึกษาเงินดิจิทัล ป.ป.ช. รอถกอีกรอบ-ยังไม่ได้ส่งรัฐบาล

ผลศึกษาดิจิทัลวอลเล็ต พรรคเพื่อไทย
สรุปผลศึกษานโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ป.ป.ช.

ล่าสุดคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้สรุปผลการศึกษาเรื่องความเสี่ยงการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเสร็จเรียบร้อยแล้ว และส่งให้คณะกรรมการป.ป.ช.พิจาณา เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผลการศึกษาของคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตฯที่มี น.ส.สุภาเป็นประธาน ได้สรุปข้อมูลว่า โครงการดังกล่าวมีความเสี่ยงหลายเรื่องได้แก่

1.ความเสี่ยงการทุจริตเชิงนโยบาย พบว่า แหล่งที่มาของเงินในโครงการดังกล่าวที่มาจากการกู้เงิน และเงื่อนไขการแจกเงิน ไม่ตรงกับที่แจ้งต่อกกต. เมื่อเงื่อนไขการแจกเงินเปลี่ยนไป ไม่ให้ทุกคน และเปลี่ยนแหล่งที่มาเงินเป็นการออกพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จะเห็นว่า การเสนอนโยบายช่วงหาเสียง การแถลงนโยบายรัฐบาล และการดำเนินการตามนโยบายไม่มีความชัดเจน  ไม่ปรากฎหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการเป็นหน่วยงานใด บ่งชี้เป็นการหาเสียงโดยไม่มีความพร้อม ไม่พิจารณาปัจจัยต่างๆอย่างรอบคอบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ และกฎหมาย ว่านโยบายจะทำได้หรือไม่ เมื่อพิจารณารายละเอียดโครงการที่เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น การกำหนดเงื่อนไขขึ้นเงินของร้านค้าที่ร่วมโครงการ อาจมีความเสี่ยงเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้

ดังนั้นรัฐบาลต้องศึกษาให้เห็นผลเป็นรูปธรรมว่า ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการจะไม่ตกแก่พรรคการเมือง บุคคลหรือกลุ่มใด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีศักยภาพมากกว่าผู้ประกอบการรายย่อย ต้องมีวิธีการเป็นรูปธรรมชัดเจนให้โครงการกระจายการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง  ไม่ให้มีความเสี่ยงรับจ้างลงทะเบียนร้านค้าในลักษณะนอมินีให้อยู่นอกระบบฐานข้อมูลภาษีกรมสรรพากร เพื่อเลี่ยงภาษี หรือใช้ฟอกเงินทำผิดกฎหมาย หรือความเสี่ยงสมคบคิดกันทุจริตระหว่างร้านค้ากับกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับเงิน โดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง ต้องมีมาตรการป้องกันชัดเจน มีประสิทธิภาพ

2.ประเด็นความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ คำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาระบุว่า นโยบายดังกล่าวไม่ใช่การสงเคราะห์ประชาชนผู้ยากไร้ แต่เป็นการเติมเงินลงในระบบเศรษฐกิจ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศ จึงต้องพิจารณาภาวะเศรษฐกิจประเทศในปัจจุบันมีความจำเป็นต้องกระตุ้นเพียงใด เมื่อพิจารณาข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ พบว่ามีการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทย ปี2566 ไปทิศทางเดียวกัน ข้อมูลสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทย จะขยายตัวร้อยละ2.5 ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) คาดการณ์ขยายตัวร้อยละ 2.4

ข้อมูลจากหลายหน่วยงาน อาทิ ธปท. สศช. นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ อาจารย์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันว่า ไม่เข้าข่ายวิกฤต ไม่เห็นสัญญาณวิกฤตเศรษฐกิจไทย แต่อาจเจริญเติบโตที่ชะลอตัวหรือต่ำกว่าศักยภาพ เมื่อเทียบสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน กับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ เช่น วิกฤติต้มยำกุ้ง ปี2540 วิกฤตมหาอุทกภัย ปี2555 วิกฤตโควิด ปี2563 –2564 พบว่ายังไม่เข้าข่ายภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ

ขณะที่ข้อมูลสำนักงบประมาณของรัฐสภา (สงร.)ประเมินผลกระทบทางการคลังที่สำคัญของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะมีภาระดอกเบี้ยหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 15,800 ล้านบาทต่อปี สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.65 การชำระต้นเงินกู้เพิ่มจากเดิมปีละ 125,000ล้านบาท ดังนั้นการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า และมีความจำเป็นเพียงใด ตลอดจนผลกระทบ ภาระทางการเงิน การคลังในอนาคต ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายช่วยเหลือประชาชนภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เข้าขั้นวิกฤต ตามนิยามวิกฤตเศรษฐกิจของธนาคารโลก การจัดลำดับความสำคัญ การพิจารณากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง อาทิ กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน จึงอาจเป็นทางเลือกที่จะไม่ส่งผลกระทบทางการคลัง โดยเฉพาะดอกเบี้ยและสัดส่วนของหนี้สาธารณะได้มากกว่า

3.ประเด็นความเสี่ยงด้านกฎหมาย การดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตต้องชอบด้วยกฎหมาย จะต้องรักษามาตรฐานวินัยการเงินการคลัง ซึ่งเงื่อนไขการใช้วิธีกู้เงินจะทำได้โดยอาศัยอำนาจการตรากฎหมายขึ้นเป็นการเฉพาะ และเป็นกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อแก้ไขวิกฤตประเทศ โดยไม่อาจตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ทัน ดังนั้น โครงการดิจิทัลวอลเล็ต รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบจะเป็นกรณีจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนและต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศหรือไม่ แต่จากข้อมูลด้านเศรษฐกิจที่สรุปชัดเจนว่า สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันยังไม่เข้าข่ายวิกฤติ 

ดังนั้นหากรัฐบาลจะตราพ.ร.บ.กู้เงิน 5แสนล้านบาท เพื่อมาดำเนินโครงการ จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ มิฉะนั้น จะมีความเสี่ยงผิดเงื่อนไขตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง รวมถึงผิดพ.ร.บ.เงินคงคลัง พ.ศ.2491 พ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ.2501 หรือไม่ รัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ให้ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติกฎหมาย

 

ผลศึกษาดิจิทัลวอลเล็ต freepik
ป.ป.ช. พบดิจิทัลวอลเล็ต ช่องโหว่เอื้อทุจริต-เสี่ยงผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ป.ป.ช.มีข้อเสนอแนะต่อครม.เพื่อป้องกันการทุจริตนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตดังนี้

1.รัฐบาลต้องศึกษาการดำเนินโครงการให้ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมว่าผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ จะไม่ตกแก่พรรคการเมือง บุคคล หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีศักยภาพมากกว่าผู้ประกอบการรายย่อย ต้องมีวิธีการชัดเจนให้ สามารถกระจายการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

2.การหาเสียงพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้ง กับสิ่งที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา มีความแตกต่างกัน กกต.ควรตรวจสอบว่า ขัดรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่  มิฉะนั้นจะเป็นบรรทัดฐานพรรคการเมืองหาเสียงอย่างไรก็ได้ เมื่อได้รับเลือกตั้งก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม

3.ตัวเลขภาวะเศรษฐกิจของหน่วยงานต่างๆ ปรากฏอัตราความเจริญเติบโตประเทศไทยยังไม่เข้าข่ายภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ เพียงแต่ชะลอตัวเท่านั้น ดังนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ต้องพิจารณาโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เช่น การบริโภคภาคเอกชน อัตราการว่างงาน การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ การเพิ่มทักษะให้แก่แรงงาน เป็นต้น

4. โครงการดิจิทัลวอลเล็ตต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า ความจำเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนผลกระทบ และภาระทางการเงิน การคลังในอนาคต ภายใต้หลักธรรมาภิบาล 4 ด้านคือ ความโปร่งใส  การถ่วงดุล  การรักษาความมั่นคงของระบบการคลัง และความคล่องตัว โครงการนี้มีผลเสียมากกว่าผลดีคือ ต้องกู้เงิน 5แสนล้านบาท การกู้เงินเป็นการสร้างภาระหนี้แก่รัฐบาลในระยะยาว จะต้องตั้งงบประมาณชำระหนี้จำนวนนี้ เป็นเวลา 4-5ปีกระทบต่อตัวเลขการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ

5. ครม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรพิจารณาประเด็นความเสี่ยงด้านกฎหมายอย่างรอบคอบ ได้แก่ รัฐธรรมนูญ มาตรา172  พ.ร.บ.การเงินการคลังของรัฐ มาตรา 53 พ.ร.บ.มาตรา 4-6 เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป็นไปตามกฎหมาย

6.ครม.ควรประเมินความเสี่ยงการดำเนินโครงการอย่างรอบด้าน โดยกำหนดแนวทางหรือมาตรการบริหารความเสี่ยง การป้องกันการทุจริต มีกระบวนการตรวจสอบทั้งก่อน ระหว่าง และหลังดำเนินโครงการ เพื่อให้โครงการดำเนินการอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้

7.การดำเนินนโยบายรัฐบาลที่มีวัตถุประสงค์ช่วยเหลือประชาชนภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่เข้าขั้นวิกฤต ควรพิจารณากลุ่มประชาชนเป้าหมายที่เปราะบางที่สุดที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง อาทิ กลุ่มมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน

8.การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้กับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ครม.ควรพิจารณาความจำเป็นและความเหมาะสม ระยะเวลา และงบประมาณที่ต้องใช้ในการพัฒนาระบบ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และระยะเวลาในการดำเนินโครงการ โครงการดังกล่าวเป็นการแจกเงินครั้งเดียว ให้ใช้จ่ายภายใน 6 เดือน การพิจารณาใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง จะเป็นประโยชน์และเหมาะสมกว่า

ตรวจหวยงวดนี้ - ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 17 มกราคม 2567 ลอตเตอรี่ 17/1/67

เปิดประวัติ "วันครู" ทำไมถึงตรงกับวันที่ 16 มกราคม

ครอบครัวแจ้งข่าวเศร้า “หญิง จุฬาลักษณ์” อดีตดารายุค90 เสียชีวิตแล้ว

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP การเมือง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ