ศาลสั่ง “ศักดิ์สยาม” พ้นรมต.เซ่นปมหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง “ศักดิ์สยาม” พ้นรมต.คมนาคม เซ่นปมหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ ชี้พิรุธหลายจุด เชื่อเงินจ่ายค่าหุ้นมาจากเงินศักดิ์สยามเอง

วันที่ 17 ม.ค. ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเรื่องพิจารณาที่ 8/2566 คดีกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ กรณียังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่นอย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วน เป็นการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ

ย้อนปม “ศักดิ์สยาม” คดีหุ้น “หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น”

ประวัติ "ศักดิ์สยาม" น้องชาย "เนวิน" คนตระกูลชิดชอบ บ้านใหญ่บุรีรัมย์

คดีศักดิ์สยาม ศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ศักดิ์สยาม พ้นรมต. เซ่นปมหุ้น

โดยศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาแล้วสรุปได้ว่า จากการตรวจสอบเอกสารบริษัทหลักทรัพย์และบัญชีธนาคารของนายศักดิ์สยาม บัญชีธนาคารของนายศุภวัฒน์และบัญชีของบริษัทศิลาชัยฯ พบว่าเงินที่นายศุภวัฒน์นำมาชำระค่าโอนหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ รวม 3 งวด จำนวนเงิน 119.5 ล้านบาทนั้น พบว่าเป็นเงินมาจากการขายกองทุน โดยจากการตรวจสอบบัญชีธนาคารพบว่าเงินที่นายศุภวัฒน์นำมาซื้อกองทุนเป็นเงินที่ถูกโอนมาจากบริษัทศิลาชัยฯ และยังพบว่ามีเงินที่โอนจากบัญชีของนายศักดิ์สยามให้แก่บริษัทศิลาชัยฯ และยังพบว่ามีเงินที่โอนมาจากบัญชี หจก.บุรีเจริญฯ มาให้นายศุภวัฒน์ใช้ซื้อกองทุนด้วยเช่นกัน

แม้จะมีการอ้างว่าการโอนเงินจากบริษัทศิลาชัยฯ และ หจก.บุรีเจริญฯ ให้แก่นายศุภวัฒน์ เพื่อคืนเงินสำรองจ่ายให้แก่นายศุภวัฒน์ แต่ข้อเท็จจริงขัดแย้งกับคำชี้แจงของนายศุภวัฒน์ ที่ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งพบข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับการทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างบริษัทศิลาชัยฯและนายศุภวัฒน์ ซึ่งไม่สอดคล้องกับงบการเงินบริษัท และการอ้างว่าบริษัทศิลาชัยฯได้รับความเสียหายจากการทุจริต จนขาดสภาพคล่อง และต้องให้นายศุภวัฒน์จ่ายเงินสำรองการเตรียมเครื่องจักรและเตรียมโม่หินไปก่อนนั้น ก็ขัดแย้งกับงบการเงินบริษัท อีกทั้งในปี 2560 บริษัทมีการจัดซื้อเครื่องบินด้วย และยังไม่พบหลักฐานว่านายศุภวัฒน์ได้จ่ายเงินให้กับคู่ค้าบริษัทศิลาชัยฯแต่อย่างใด เช่นเดียวกับกรณี หจก.บุรีเจริญฯ ที่อ้างว่ากู้ยืมเงินจากนายศุภวัฒน์กลับย้อนแย้งกับงบการเงินของบริษัท และยังไม่พบเอกสาร

เมื่อพิจารราจากข้อพิรุธหลายประการ และพยานแวดล้อมที่น่าเชื่อถือ ย่อมเชื่อได้ว่าเงินที่นายศุภวัฒน์ นำมาซื้อกองทุน 2 รายการ จำนวน 35 ล้านบาท และ 56 ล้านบาท ไม่ได้เกิดจากธุรกรรมการกู้ยืมเงินหรือสำรองค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามที่กล่าวอ้าง ประกอบกับแม้เงินที่นายศุภวัฒน์นำมาซื้อกองทุนดังกล่าวไม่ได้โอนเงินมาจากบัญชีนายศักดิ์สยาม แต่นายศักดิ์สยามขณะนั้นมีอำนาจในบริษัททั้ง 2 แห่ง ซึ่งมีอำนาจใช้จ่ายเงินของบริษัท พิสูจน์ได้จากการซื้อเครื่องบินตามความประสงค์ของนายศักดิ์สยาม จึงเชื่อได้ว่าเงินที่นาศุภวัฒน์นำมาชำระค่าโอนหุ้นเป็นเงินของนายศักดิ์สยาม

คดีศักดิ์สยาม ช่างภาพพีพีทีวี
ศักดิ์สยาม พ้นตำแหน่ง รมต. เซ่นปมหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ

และยังพบว่าเงินในบัญชีของนายศุภวัฒน์เป็นการโอนเข้าและโอนออก ไม่ได้มีเงินฝากในบัญชีมากถึง 1,000 ล้านบาทตามที่กล่าวอ้าง และไม่ปรากฎพยานหลักฐานใดว่านายศุภวัฒน์ประกอบธุรกิจกับบริษัทศิลาชัยฯ หจก.บุรีเจริญฯ ตามที่กล่าวอ้าง ส่วนที่กล่าวอ้างว่าการที่เป็นพนักงานบริษัทศิลาชัย เนื่องจากเรื่องประกันสังคมและไม่ได้คำนึงเรื่องจำนวนเงินเดือนที่ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 9,000 บาท ซึ่งจุดนี้คำชี้แจงของนายศุภวัฒน์มีพิรุธหลายจุด จึงเชื่อได้ว่านายศุภวัฒน์ไม่สามารถชำระค่าโอนหุ้นดังกล่าวได้

นอกจากนั้นยังพบว่าที่ตั้ง หจก.บุรีเจริญฯ มีการเปลี่ยนที่อยู่จากบ้านของนายศักดิ์สยาม ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเพียง 23 วัน และยังพบว่าอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และอยู่ในพื้นที่ของบริษัทศิลาชัยฯ ด้วย และมีข้อน่าสงสัยว่านายศักดิ์สยามยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว

ส่วนการบริจากเงินของนายศุภวัฒน์ให้พรรคภูมิใจไทยขณะที่นายศักดืสยามเป็นเลขาธิการพรรคนั้น พบว่านายศุภวัฒน์บริจากเงินให้พรรคภูมิใจไทย โดยบริจาคในนามส่วนตัวเป็นงานวิจัย จำนวน 2.7 ล้านบาท ในปี 2562 และบริจาคในนาม หจก.บุรีเจริญฯ 4 ล้านบาท ในปี 2562 และ 6 ล้านบาท ในปี 2565 ซึ่งพบว่าก่อนหน้านั้นนายศุภวัฒน์และ หจก.บุรีเจริญ เคยบริจาคเงินหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยมาก่อนที่จะมีการดอนหุน้ แต่หลังจากโอนหุ้นแล้วกลับมีการโอนเงินให้พรรคการเมืองที่นายศักดิ์สยามเป็นเลขาธิการได้

จากพฤติการณ์คดีฟังได้ว่านายศักดิอ์สยามตกลงกับนายศุภวัฒน์ โดยใช้เงินของนายศักดิ์สยามชำระเงินค่าโอนหุ้น โดยนายศักดิ์สยามยังคงไว้ซึ่งหุ้นในบริษัทดังกล่าว ศาลรัฐธรมนูญจึงมีมติเสียงข้างมาก ให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยามสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.2566

ทั้งนี้สำหรับตุลาการเสียงข้างน้อย 1 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ที่เห็นว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรับธรรมนูญ

เปิดสถิติหวยออกงวดวันที่ 17 มกราคม หวยวันครู ย้อนหลัง 15 ปี

วันหยุดกุมภาพันธ์ 2567 เช็กวันหยุดราชการ-วันสำคัญ ตรงกับวันไหนบ้าง

ประกาศฉบับสุดท้าย เตือนภาคเหนือ 4 จังหวัด รับมือพายุฝนฟ้าคะนอง

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP การเมือง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ถ่ายทอดสด FIM Asia Road Racing Championship 2024

ถ่ายทอดสด FIM Asia Road Racing Championship 2024

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ