ย้อนเหตุการณ์ "ต้าร์ วันเฉลิม" ผู้ลี้ภัยการเมืองถูกอุ้มหาย 4 ปียังไร้เงา


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ย้อนรอยเหตุการณ์อุ้มหาย "ต้าร์ วันเฉลิม" นักเคลื่อนไหวผู้ลี้ภัยทางการเมือง ผ่านมาเกือบ 4 ปียังไร้เงา ด้านพี่สาวช่วยเรียกร้องความยุติธรรม

เป็นเวลาเกือบ 4 ปีแล้ว นับตั้งแต่ปี 2563 ที่ "ต้าร์ วันเฉลิม" หรือ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ถูกอุ้มหายในประเทศกัมพูชา หลังถูกออกหมายจับข้อหาไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปจนถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเมื่อปี 2558 กระทั่งพี่สาว "แจน-สิตานัน" หรือ น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้น้องชาย ทั้งในประเทศไทยและกัมพูชา นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ย้อนความสัมพันธ์ 32 ปี “สมเด็จฮุน เซน – ทักษิณ” แนบแน่นแค่ไหน?

ประวัติ “ฮุนเซน” แขกคนสำคัญบ้านจันทร์ส่องหล้า

“สมเด็จ ฮุน เซน” โพสต์ภาพเยี่ยม “ทักษิณ” ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า

อุ้มหาย วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ช่างภาพพีพีทีวี
พี่สาว "วันเฉลิม’ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์" ขอเข้าพบ "ฮุนเซน" ทวงถามความคืบหน้าคดีน้องชายถูกอุ้มหาย

นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือ "ต้าร์ วันเฉลิม" เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2525 ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี จบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจบการศึกษา ได้ทำหน้าที่ประสานงานศูนย์กิจกรรมเยาวชนเพื่อชุมชนและสังคม หรือ Y-act และสถาบันเยาวชนเพื่อไทย สังกัดพรรคเพื่อไทย

ต่อมาในช่วงการประท้วงการเมือง ปี 2557 ต้าร์ วันเฉลิม ได้ไปเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านเผยแพร่ข่าวสารและประชาสัมพันธ์ โดยการแต่งตั้งของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

ขณะที่ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานกับ พรรคเพื่อไทย "ต้าร์ วันเฉลิม" เคยทำงานในส่วนประชาสัมพันธ์ให้กับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และเป็นผู้ถ่ายภาพของ นายชัชชาติ ขณะเดินเท้าเปล่าเข้าวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ จนต่อมากลายเป็นมีมบนโลกอินเทอร์เน็ต

ลี้ภัยการเมือง หลัง คสช. ยึดอำนาจ

22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร โดย คสช. นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่เขากลายเป็นนักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และการป้องกันเชื้อเอชไอวีในหลายประเทศ ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ต่อมา คสช. ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทางการเมืองมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “ต้าร์ วันเฉลิม” ที่ถูกออกหมายเรียกจาก 2 คดี ได้แก่ คดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันในปี 2558 และคดีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ กรณีโพสต์ข้อความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติด ในปี 2561 ทำให้ต้องลี้ภัยทางการเมืองไปยังประเทศกัมพูชาในปีเดียวกัน

ถูกอุ้มหายที่ "กัมพูชา"

ระหว่างที่ ต้าร์ วันเฉลิม ลี้ภัยการเมืองมายังกัมพูชา ก็ได้ติดต่อกับเจน-สิตานัน” หรือ น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวต่างมารดาอยู่เรื่อย ๆ กระทั่งวันที่ 4 มิถุนายน ปี 2563 ราว 17.54 น. มีรายงานว่า เขาถูกลักพาตัวบริเวณหน้าที่พักแม่โขงการ์เดน (Mekong Garden) โดยชายกลุ่มหนึ่ง พร้อมรถฮอนด้าไฮแลนเดอร์สีดำ

มีรายงานข่าวระบุด้วยว่า ระหว่างเกิดเหตุ เขาคุยโทรศัพท์กับพี่สาว และปลายสายได้ยินเสียงสุดท้ายว่า "โอ๊ย หายใจไม่ออก" ก่อนที่สายจะตัดไป

หลังพยายามติดต่อกลับกว่าครึ่งชั่วโมง รวมทั้งติดต่อเพื่อนให้ช่วยตรวจสอบกับที่พัก จึงทราบว่า ต้าร์ วันเฉลิม หายตัวไป

อุ้มหาย วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ช่างภาพพีพีทีวี
พี่สาว "วันเฉลิม’ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์" ขอเข้าพบ "ฮุนเซน" ทวงถามความคืบหน้าคดีน้องชายถูกอุ้มหาย

ตำรวจไทยไม่รู้เรื่อง ใครอุ้ม "วันเฉลิม"

หนึ่งวันหลังข่าวการสูญหายของ “ต้าร์-วันเฉลิม” แพร่สะพัด ในวันที่ 5 มิถุนายน 2563 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น เปิดเผยว่า ทราบจากสื่อมวลชนว่า นายวันเฉลิม มีหมายจับตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ในปี 2561 จากการโพสต์และแชร์ข้อความ โดยกลุ่มที่ทำแบบเดียวกันได้ถูกจับกุมไปแล้ว 8-9 คน

ส่วนตำรวจก็ได้ปฏิบัติเหมือนคดีอื่น ๆ หากทราบว่ามีผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศ เป็นอำนาจอธิปไตยประเทศนั้น การประสานงานนั้นทำตามปกติ ก็ไปดูเรื่องของ พ.ร.บ. ความร่วมมือทางคดีอาญา เรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และการโอนตัวนักโทษกลับมา ในการประสานงาน เราใช้ช่องทางตำรวจสากลประสานงานไปตามปกติ ซึ่งเป็นการประสานไว้นานแล้วตั้งแต่ทราบว่ามีการหลบหนี การดำเนินการในประเทศใด ๆ เป็นกิจการภายในประเทศนั้น

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศจะเป็นอย่างไรนั้น เป็นอำนาจอธิปไตยของประเทศนั้น ๆ ไม่ทราบรายละเอียด ส่วนจะเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กัมพูชา ตามหมายจับหรือไม่นั้น ไม่ทราบเช่นกัน และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันมาจากทางกัมพูชา

ในขณะที่ฝั่งตำรวจกัมพูชา ก็ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธการรู้เห็น พร้อมระบุว่าข่าวการลักพาตัวดังกล่าว เป็นข่าวปลอม

ขณะที่ หน่วยงานสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหรือกัมพูชารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ เช่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ฮิวแมนไรตส์วอทช์ และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และมีชาวเน็ตจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็น และแสดงความเป็นห่วงต่อวันเฉลิม โดยแฮชแท็ก #saveวันเฉลิม ได้ขึ้นเป็นเทรนด์อันดับหนึ่งของประเทศไทยในเวลานั้น

ครอบครัวจี้ภาครัฐ เร่งหาข้อเท็จจริง

ต่อมาในวันที่ 8 มิถุนายน 2563 ครอบครัวของนายวันเฉลิม ออกแถลงการณ์ โดยมีสาระสำคัญว่า เรามีความรู้สึกเสียใจที่ นายวันเฉลิม ได้ถูกลักพาตัวไปกว่า 3 วันแล้ว แต่ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมที่เกิดขึ้น

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นายวันเฉลิม ในครั้งนี้ ทางครอบครัวไม่เคยคิดโกรธแค้นใด ๆ ต่อผู้ที่กระทำการทั้งสิ้น เรายังหวังลึก ๆ ว่าผู้ที่ก่อเหตุได้ปล่อยตัวนายวันเฉลิมกลับคืนมาอย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ทางครอบครัว ยังขอเรียกร้องให้องค์กรภาครัฐของไทย และองค์กรนานาชาติ ช่วยดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน เพื่อทำให้ความจริงปรากฏ เพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง และทำให้สังคมไทยตกอยู่ในความหวาดกลัว หวาดระแวง สิ้นหวัง เนื่องจากเหตุการณ์เช่นนี้อาจจะเกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวที่เรารักก็ได้

สู่ "กัมพูชา" เพื่อค้นหาความจริง

ต้นเดือนธันวาคม 2563 สำนักข่าวไทยพีบีเอส รายงานว่า เจน-สิตานัน ได้ว่าจ้างทนายชาวกัมพูชา พร้อมเดินทางไปยังศาลในกรุงพนมเปญ เพื่อให้การด้วยวาจาและส่งเอกสารแปลไทย-เขมร จำนวน 177 หน้า ให้กับตุลาการผู้ไต่สวนคดี

รายงานระบุว่า ศาลใช้เวลาไต่สวนเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเศษเท่านั้น และผู้พิพากษายังไม่มีคำสั่งว่าจะรับเป็นคดีหรือไม่ พร้อมขอให้ไปหาพยานหลักฐานเพิ่มอีก 2 สิ่ง ซึ่งเปิดเผยไม่ได้ แต่หากได้มา ศาลก็อาจพิจารณารับเป็นคดี

หลังเสร็จสิ้นกระบวนการที่ศาล น.ส.สิตานันและทนายความสรุปว่า ความหวังที่ศาลจะรับเป็นคดีนั้นมีไม่มากนัก

ด้านสำนักข่าวบีบีซีไทย รายงานว่า นายไชย คิมเขื่อน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ว่า ตำรวจกัมพูชาทราบถึงการเดินทางมายังพนมเปญของ น.ส.สิตานันและทีมทนายความแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากญาติผู้เสียหายโดยตรง และแนะนำให้ญาตินำหลักฐานที่มีมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่จะเริ่มกระบวนการสืบสวนสอบสวน

จากนั้น น.ส.สิตานันและทีมทนายความ ได้ให้ข้อมูลต่อผู้พิพากษา ตามคำเชิญของศาลชั้นต้นกรุงพนมเปญ ทว่ายังไม่สามารถให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับคดีดังกล่าว เพราะอยู่ระหว่างการดำเนินการโดยฝ่ายกัมพูชา และยังได้ความร่วมมือในการสืบสวนร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ของไทยด้วย

กระทั่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 น.ส.สิตานัน ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ในวันที่ สมเด็จ ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางมาพบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งได้รับการพักโทษเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. มาเชิญตัว น.ส.สิตานัน และกลุ่มนักกิจกรรม ที่เตรียมรูปภาพวันเฉลิมมาเรียกร้อง ร่วมพูดคุยขอความร่วมมือไม่ให้เข้าพื้นที่ เนื่องจากเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย เพราะมีบุคคลสำคัญระดับประเทศเดินทางมา อาจทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสื่อมเสีย

ที่มา : บีบีซีไทย / Thai PBS / TICJ / ประชาไท 

ย้อนความสัมพันธ์ 32 ปี “สมเด็จฮุน เซน – ทักษิณ” แนบแน่นแค่ไหน?

ผลบอลพรีเมียร์ลีก แมนฯซิตี้ ชนะ เบรนท์ฟอร์ด ฮาลันด์ ซัดประตูโทน

ธปท.เพิ่ม “วันหยุดธนาคาร” รับลูก ครม. สงกรานต์นี้หยุดยาว 12-16 เม.ย.67

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP การเมือง
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ