มีรายงานว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เลื่อนการประชุมหารือในรอบสัปดาห์จากเมื่อวาน 22 พ.ค.2567 เนื่องจากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เป็นวันนี้ 23 พ.ค.และเป็นที่คาดการณ์ว่าคำร้องของ 40 สว.ที่ประธานวุฒิสภาส่งถึงฝ่ายธุรการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมาจะเข้าสู่การพิจารณาด้วย
แต่หลังนายพิชิต ชื่นบาน ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงนายกรัฐมนตรี และขอให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.พร้อมร้องขอโอกาสให้นายกฯ เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศโดยไร้ข้อกังวล และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการขอถอนคำร้อง
คำร้องขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน และ นายพิชิต ชื่นบาน ต้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ เหตุกระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และกระทำการขัดรัฐธรรมนูญ กรณีเสนอชื่อ-แต่งตั้งนายพิชิต ทั้งที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญปี 2560
นอกจากข่าว นายพิชิต ชื่นบาน ลาออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แล้ว นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สว. หนึ่งใน 40 คนที่ร่วมลงชื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา และ นายพิชิต นั้นได้ยื่นลาออกจากการเป็น กมธ.การพัฒนาการเมือง โดยให้ เหตุผลว่า ไม่สะดวกใจในการปฏิบัติหน้าที่ใน กมธ. บางประเด็น จึงขอลาออก
ซึ่ง สว. ดิเรกฤทธิ์ เปิดใจกับทีมข่าวพีพีทีวี ถึงสาเหตุการลาออกว่า ไม่เกี่ยวกับการลงชื่อเป็น 1 ใน 40 สว. แต่เป็นเรื่องการทำงานภายใน กมธ. ที่ตัวเองเห็นในช่วงนี้เป็นปลายสมัย ภารกิจน้อยลง และที่ผ่านมาก็ทำงานเป็นที่น่าพอใจแล้ว เลยลาออกเพื่อไปทำงานด้านอื่น
ส่วนเหตุผลที่ระบุในจดหมายลาออก ที่บอกว่าไม่สะดวกใจในการปฏิบัติหน้าที่นั้น เป็นเหตุผลกว้างๆ เรื่องของการทำงาน แต่ยอมรับว่า น้อยใจ สว. บางคน ที่ออกมาพูดพาดพิงการมาเคลื่อนไหว กลุ่ม 40 สว.ว่า ไม่ได้อยู่ในสมัยปกติเป็น สว.รักษาการ น่าจะทำเรื่องจำเป็นมากกว่านี้ ซึ่ง สว.ดิเรกฤทธิ์ มองว่า การพูดแบบนี้เป็นเหมือนการตำหนิกลุ่มสว.ที่ร่วมลงชื่อว่าสร้างปัญหา แต่ก็เข้าใจ เพราะกรรมธิการมีความเห็นที่หลากหลาย เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน ที่จะลงชื่อ หรือ ไม่ลงชื่อ
ส่วนการที่ นายพิชิต ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สว.ดิเรกฤทธิ์ มองว่า เป็นเหมือนการตัดเชื้อไฟ แต่อาจจะยังไม่จบ เพราะในคำร้องมีผู้ถูกกล่าวหา 2 คน ทั้งนายกฯ และ นายพิชิต ซึ่งทั้งสองคนมีการเชื่อมโยงกัน สุดท้ายขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะออกมาได้ 2 แนวทาง แต่ สว. ดิเรกฤทธิ์ ชื่นชม นายพิชิต ที่ตัดสินใจลาออก เพราะการเป็นนักการเมืองถ้าเห็นว่าปัญหาอยู่ที่ตัวเอง และมีผลกับส่วนรวม ถือว่ามีความกล้าหาญและมีความรับผิดชอบ แต่ถ้ามีความพร้อมก็อยากให้นายพิชิต พิสูจน์ตัวเอง เห็นชูมือแสดงความมั่นใจที่ทำเนียบ ก็อยากให้สู้คดีน่าดีกว่า ถ้าชนะนายกฯ ก็อาจจะไม่มีความผิดเลยก็ได้
แฉเบื้องลึก เกมดัน “อุ๊งอิ๊งค์”เป็นตัวประกัน บีบ “ทักษิณ” อยู่ในกรอบ