สำรวจคดีทุจริตทรัพยากรธรรมชาติในมือ ป.ป.ช. พบ 6 ปี คดีพุ่งสูง 1,500 เรื่อง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สัมภาษณ์พิเศษ “มงคล ศรีสว่าง” ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. สำรวจคดีทุจริตทรัพยากรธรรมชาติ 6 ปีมีมากถึง 1,500 คดี

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การบุกรุกยึดครองทรัพยากรธรรมชาติปรากฎเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง และปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายกรณีมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย 

ทำให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรงอย่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง และเป็นเหตุผลให้มีการตั้ง สำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อเข้ามาปราบปรามเรื่องนี้โดยเฉพาะ

สำรวจ 6 ปี ป.ป.ช.คดีทุจริตสิ่งแวดล้อมพุ่ง 1,500 คดี ช่างภาพพีพีทีวี
สำรวจ 6 ปี ป.ป.ช.คดีทุจริตสิ่งแวดล้อมพุ่ง 1,500 คดี

ภาพรวม 6 ปี การปราบปรามเรื่องนี้เป็นอย่างไร หาคำตอบผ่านบทสัมภาษณ์พิเศษ “มงคล ศรีสว่าง” ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ภาพรวมคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร ?

ปัจจุบันคดีที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากกว่า 1,500 คดี ถือว่าเยอะมาก ซึ่งยังไม่นับรวมคดีที่ยังไม่ปรากฏหรือยังไม่ได้สืบสวนในเชิงลึก เชื่อว่ายังมีซ่อนอยู่อีกเยอะที่เจ้าหน้าที่ต้องไปตามสะสางคดีประเภทนี้ เพื่อนำที่ดินของรัฐหรือทรัพยากรธรรมชาติของรัฐกลับคืนสู่แผ่นดิน เรื่องนี้ถือว่าเป็นหน้าที่หลักและหัวใจของคดีทรัพยากรธรรมชาติที่เราจะต้องทวงคืนทรัพย์สินของแผ่นดินกลับคืนมาให้ได้

สำหรับคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นถึงปัญหาตรงนี้ จึงจัดโซนนิ่งในการทำคดี โดยสํานักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แบ่งออกเป็น 4 ภาค คือ กลุ่มที่ 1 ภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาคตะวันออก กลุ่มที่ 2 คือ ภาคอีสาน กลุ่มที่ 3 คือ ภาคเหนือ และ กลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มที่มีมากที่สุดคือภาคใต้ เพราะเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง แม้ว่าพื้นที่จํากัดแต่ว่าให้ผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจได้ค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นพื้นที่เหล่านี้ ผลตอบแทนกับความเสี่ยงมันคุ้ม คุ้มต่อการทําการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย

ป.ป.ช. ตั้งสํานักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2561 รวมระยะเวลาประมาณ 6 ปี เพราะเห็นว่าคดีแบบนี้มีวิธีการไต่สวนและการรวบรวมพยานหลักฐานไม่เหมือนคดีประเภทอื่น นอกจากพนักงานไต่สวนในแต่ละพื้นที่
จะต้องรู้จักประวัติในพื้นที่นั้นๆ ดีอยู่แล้ว ก่อนที่จะดําเนินคดีอย่างเช่นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ก่อนที่จะเป็นอุทยานฯ เคยมีการประกาศหวงห้ามมาก่อนหรือไม่ ต้องตรวจสอบมาตั้งแต่อดีต

ยกตัวอย่างคดีที่จังหัวดภูเก็ต เเราเคยใช้พยานหลักฐานจากกรมทรัพยากรธรณี พิสูจน์ว่าเมื่อ 10,000 ปี เพื่อดูพื้นที่เดียวกันหรือไม่ โดยพิสูจน์จากหลักฐานทางธรณีวิทยา 

พฤติการณ์แตกต่างกันตามภูมิภาค แต่บางคดีเป็นกลุ่มเดียวกัน ?

เคยมีคดีที่เคยขึ้นสู่ศาลไปแล้วในพื้นที่ของจังหวัดทางภาคใต้ แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียดเราไปพบการประกอบอาชญากรรมในภาคอีสาน ซึ่งใช้วิธีการเดียวกัน ส่วนใหญ่แล้วหัวใจหลักเลย คือ เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องรู้เห็นเป็นใจ ทำให้การทุจริตประสบความสำเร็จ บางกรณีเป็นกลุ่มทุนระดับชาติ เพราะมีกําลังทุนในการที่จะเคลื่อนขับเคลื่อนการทุจริตให้ประสบความสําเร็จตามเป้าหมายของเขา 

ถ้าไม่มี ป.ป.ช.ไปหยุดยั้งสิ่งเหล่านี้ อนาคตทรัพยากรธรรมชาติจะหายไปยิ่งกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ในปี 2566 มีเรื่องร้องเรียนสูงสุดเกือบ 400 คดี แต่ปี 2567 ถือว่าเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตลดลงเยอะมาก ส่วนหนึ่งเพราะ ป.ป.ช. ทํางานจริงจัง

สำรวจ 6 ปี ป.ป.ช.คดีทุจริตสิ่งแวดล้อมพุ่ง 1,500 คดี ช่างภาพพีพีทีวี
สำรวจ 6 ปี ป.ป.ช.คดีทุจริตสิ่งแวดล้อมพุ่ง 1,500 คดี

อุทยานฯ สิรินาถ มีแต่คดีพีคๆ 

ในสมัยก่อตั้งสํานักใหม่ ๆ มีคดีที่พีคมาก โดยเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ์ในอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต เพราะในพื้นที่นี้ถือว่าเป็นพื้นที่ที่พีคมาก มีจํานวนคดีที่เยอะมาก เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนระดับชาติ และบางแห่งเป็นระดับโลก โดยเป็นกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนกับไทย ผ่านการตั้งนิติบุคคลในประเทศไทย

เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ เพราะกลุ่มทุนเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพ ถ้าพูดในแง่ของเศรษฐกิจ กลุ่มเหล่านี้เขาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูง ในขณะเดียวกันก็ไปก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจทางทรัพยากรธรรมชาติด้วย

ต้องยอมรับว่าคดีที่ยากที่สุดคือคดีที่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ต แต่ว่าด้วยทัศนคติของ ป.ป.ช.เอง ส่วนใหญ่แล้วเนี่ย โดยเฉพาะสํานักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเนี่ย เราจะพยายามเอาชนะปัญหาและอุปสรรคที่มันเกิดขึ้น คือทัศนคติของเจ้าหน้าที่เขาจะเป็นอย่างนั้น มันยาก ทุกคนรู้ว่ายาก แต่การเอาชนะปัญหาและอุปสรรคความยากนั้น คือสิ่งที่ท้าทายในวิชาชีพของเขา

เตือนเจ้าหน้าที่รัฐอย่าคิดเป็นต้นตอทุจริต 

จากที่เรารวบรวม หลักฐานที่เป็นคดีทุกประเภท เราพบว่า การทําหน้าที่ของตัวเอง การละเลยในการทําหน้าที่ของตัวเอง หรือการทําหน้าที่ของตัวเองโดยที่ไม่สมบูรณ์ หรือมีความบกพร่องในการทําหน้าที่ คือ บ่อเกิดช่องทางในการทุจริต และส่งผลให้ ป.ป.ช.ต้องเข้าไปตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ทําหน้าที่ตัวเอง หรือไม่ใส่ใจที่จะทําหน้าที่ของตัวเอง หรือว่าทราบเหตุแล้วละเลย เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ละเลยไม่ทําหน้าที่ พอไม่ทําหน้าที่ย่อมเกิดช่องว่างหรือข้อบกพร่องทําให้เกิดการทุจริตได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ