สืบเนื่องจากกรณีที่นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษ ฝ่ายสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการรับผิดชอบคดีที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้ถูกอัยการสูงสุดคนปัจจุบัน (นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ ) พิจารณาสั่งฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ จากการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2558 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
ก่อนนัดหมายนายทักษิณ เข้าพบเมื่อวันที่ 29 พ.ค.2567 ที่ผ่านมา เพื่อนำตัวส่งฟ้องต่อศาล แต่ปรากฏว่านายทักษิณไม่ได้เดินทางเข้าพบอัยการในวันดังกล่าว แต่ได้ทำหนังสือแจ้งขอเลื่อนเข้าฟังคำสั่งคดีออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่าติดโควิด-19 พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ประกอบ
อย่างไรก็ตาม นายวิพุธ ได้พิจารณาคำร้องที่ทนายความของนายทักษิณนำมายื่นแล้วเห็นว่า เหตุขอเลื่อนเนื่องจากอาการป่วยเพราะติดโควิด-19 จึงอนุญาตให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 18 มิ.ย.67 เวลา 09.00 น. โดยนัดให้นายทักษิณมาพบที่สำนักงานอัยการสูงสุด รัชดาภิเษก เพื่อเตรียมยื่นฟ้องต่อศาล อีกทั้งทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ได้ยืนยันว่านายทักษิณไม่มีการขอเลื่อน และจะเข้าพบอัยการตามกำหนดนัดหมาย ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
วันนี้ 17 มิ.ย. 2567 นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า หากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว และมีคำสั่งฝากขังยังเรือนจำใด บุคคลนั้น ก็จะต้องถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวเข้าเรือนจำดังกล่าว โดยเป็นการแยกออกจากคดีเก่าที่เจ้าตัวมีโทษจำคุกและอยู่ระหว่างการพักโทษ เพราะคดีใหม่นี้ (ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพ์ฯ) เป็นคนละส่วนกัน ซึ่งจะต้องถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพราะเป็นเรือนจำระหว่างพิจารณาคดี
เมื่อถามว่าในส่วนที่นายทักษิณ ได้รับการพักโทษและถูกคุมประพฤติ ซึ่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้จะมีผลอย่างไรบ้าง จะถูกยุติไปเลยหรือไม่ เพราะเจ้าตัวมีห้วงเวลาพักโทษ 6 เดือน คือ สิ้นสุดที่เดือน ส.ค.นี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ต้องมองผลการพิจารณาของศาลในวันพรุ่งนี้ หากศาลไม่อนุญาตประกันตัวชั่วคราว การพักโทษก็จะไม่มีผลอะไร เพราะผู้ถูกคำสั่งศาลจะต้องถูกนำตัวเข้าเรือนจำฯ แต่การพักโทษจะไม่ได้มีอันยุติลง ยืนยันว่าสิทธิ์ในการพักโทษยังคงมีอยู่ ระยะเวลาก็ดำเนินไปตามปกติจนกว่าจะครบ 6 เดือน เพียงแต่ช่วงที่ศาลสั่งควบคุมตัว การพักโทษก็ไม่ได้ส่งผลอะไร
ส่วนประเด็นเรื่องข้อกังวลของสังคมที่อาจจะมองว่าหากนายทักษิณ ถูกคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หากมีอาการเจ็บป่วย จะต้องส่งตัวไปนอนพักรักษาภายนอกเรือนจำฯ เป็นครั้งที่สองอีกหรือไม่นั้น อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจงว่า การจะส่งไปรักษาตัวภายนอกเรือนจำ ขึ้นอยู่กับอาการเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง ถ้าเขาไม่มีการเจ็บป่วย ทางราชทัณฑ์ก็ไม่สามารถอนุญาตให้ส่งตัวออกรับการรักษาได้อยู่แล้ว
นอกจากนี้ ในส่วนข้อกังวลว่าอาจเข้าเงื่อนไขของระเบียบคุมขังนอกเรือนจำฯ หรือไม่นั้น ตนขอเรียนว่าระเบียบดังกล่าวยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ยืนยันว่า ณ ตอนนี้ยังไม่สามารถใช้กับผู้ต้องขังรายใดได้ แต่กรมราชทัณฑ์ก็พยายามเร่งรัดเรื่องการวางกรอบแนวทาง หลักการปฏิบัติสำหรับราชทัณฑ์และผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติ เพราะก็ค้างมานานแล้ว
ต่อข้อถามว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ก.พ. 2567 นายทักษิณได้รับการพักโทษ ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า หากคำนวณตามห้วงเวลาอัตราโทษคงเหลือ คือ 6 เดือน หมายความว่านายทักษิณจะได้พ้นโทษในวันอาทิตย์ที่ 18 ส.ค.67 ใช่หรือไม่ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบายว่า หากมีการคุมประพฤติจนครบตามกำหนด 6 เดือนเสร็จสิ้น ก็ถือว่าพ้นการพักโทษ ส่วนขั้นตอนหลังจากนั้น ทางกรมราชทัณฑ์ โดย ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการออกใบบริสุทธิ์พ้นโทษ และส่งเอกสารรายงานดังกล่าวแจ้งไปยังสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
เลือก สว.กทม. มาสาย 17 คน “สนธิญา-เหรียญทอง-สันธนะ” ไม่ได้ไปต่อ