เพจอีซ้อขยี้ข่าว 3 โพสต์ข้อควมพร้อมภาพ โดยระบุว่า เรื่องใหญ่ปล่อยผ่านไม่ได้...ฝากสื่อข่วยตรวจสอบคุณสมบัติของ สว.กลุ่ม 18 ท่านนึงด้วยว่ากรณีเข่นนี้ยังสามารถเป็น สว.ได้อยู่หรือไม่ ? "ไทยแลนด์อะไรก็เกิดขึ้นได้"
ผู้สื่อข่าวได้โทรสอบถาม ว่าที่พันตรีกรพต รุ่งหิรัญวัฒน์ สว.กลุ่มสื่อสารมวลชน ว่ารู้เรื่องนี้แล้วหรือไม่ โดยมองว่าเป็นการเล่นสกปรก หวังดิสเครดิต กัน ส่วนภาพที่ปรากฎต้องไปขอตรวจสอบอีกครั้ง โดยจะให้ฝ่ายกฎหมายไปดูเรื่องนี้
ส่วนตัวมั่นใจคุณสมบัติ 100% จึงกล้าการลงสมัคร ส่วนในอดีตยอมรับเคยมีคดีติดตัว แต่ได้เคลียร์เรื่องนี้จบไปเรียบร้อยแล้ว เตรียมให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบ ดำเนินการกับผู้ที่ปล่อยภาพดังกล่าว
ด้าน น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 18 สื่อมวลชนและผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม กล่าวถึงกรณีมีข้อมูลว่า มี สว.กลุ่ม 18 ถูกจำคุกและเพิ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2561
เรื่องนี้ถือว่า ขาดคุณสมบัติการสมัคร สว.ตามลักษณะต้องห้าม 26 ข้อตามที่ กกต.กำหนด โดยมี 2 ข้อที่กำหนดว่า 1.ผู้สมัครไม่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล และ 2.เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกในระดับอำเภอ เว้นแต่ ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
“หากเรื่องนี้เป็นจริงเท่ากับว่า สว.คนนี้ยังพ้นโทษไม่ถึง 10 ปี จึงถือว่า เข้าข่ายขาดคุณสมบัติในการสมัครเป็น สว.ตั้งแต่ต้น ซึ่งความจริงผู้สมัครเองน่าจะรู้ตัวและไม่ควรสมัครด้วยซ้ำไป แต่ในเมื่อได้รับเลือกแล้ว กกต.ควรสืบสวนและดำเนินการเพิกถอนออกจากตำแหน่ง”อดีตผู้สมัคร สว. กล่าว
น.ส.หทัยรัตน์ กล่าวอีกว่า เธอยังกล่าวอีกว่า ขณะเดียวในกฎหมายผู้สมัครที่มีลักษณะต้องห้ามนั้นตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ยังกำหนดว่า หากผู้ใดฝ่าฝืน รู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกไม่ว่าเพราะเหตุใดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000–200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ส่วนผู้รับรองหรือเป็นพยานซึ่งลงลายมือชื่อรับรองเอกสารหรือหลักฐานที่ใช้ประกอบการสมัครเป็นเท็จต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี
นอกจากนี้ น.ส.หทัยรัตน์ยังเรียกร้อง กกต.อีกว่า ขอให้ตรวจสอบผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ในกลุ่ม 18 อีกคนหนึ่งที่มีประวัติอาชญากรรมด้วยข้อหาจ้างวานฆ่าภรรยาตัวเองนั้นกระบวนการตามกฎหมายสิ้นสุดแล้วหรือยัง หากยังไม่สิ้นสุด กกต.ก็ควรดำเนินการเพิกถอนเช่นเดียวกัน เพราะถือว่า ยังเป็นคดีอยู่ ซึ่งทำให้ไม่มีความสง่างามในการดำรงตำแหน่งเป็น สว.อีกทั้งขาดคุณสมบัติด้วย
“ยังมีอีกหลายกรณีที่ กกต.ยังไม่ดำเนินการเอาผิด ทั้งที่เป็นเรื่องฉาวโฉ่อย่างกรณีของ พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. ที่เขียนประวัติตัวเองใน สว.3 ที่เข้าข่ายหลอกลวงผู้สมัครและประชาชน จนถึงตอนนี้ กกต.ก็ยังไม่ดำเนินการเอาผิด ทั้งที่มีความผิดชัดเจน แต่กลับต้องให้ชาวเน็ตเป็นคนสืบสวนแทน ทั้งที่เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องทำการสอบสวนเมื่อพบความผิดและมีบทลงโทษตามกฎหมาย” น.ส.หทัยรัตน์กล่าว