"ชยพล" แฉ 5 อนุฯ ชุด 36 สอบโกง สว. พบเรียนหลักสูตรร่วม "อนุทิน" เพียบ!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ชยพล" แฉโครงข่าย 5 อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 คดีฮั้ว สว. เป็นจักรวาลล้อมรอบ "อนุทิน" เรียนหลักสูตร พตส.-นธป. ด้วยกันเพียบ สงสัยคอนเน็กชันทำให้เกิดข้อกังขาหรือไม่

นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงข่าวเปิดข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยนายชยพลได้พุ่งเป้าไปที่อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ชี้ว่าการเลือก สว. ไม่ผิด ตนอยากให้เห็นโครงข่ายจักรวาลที่ล้อมรอบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายชยพลกล่าวว่า เปิดภาพและประวัติของอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ไล่ไปทีละคน คนแรกคือ นายอนุชา จันทร์สุริยา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน ช่างภาพพีพีทีวี
นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน

เป็นที่ปรึกษาประจำประธาน กกต. เรียนหลักสูตร พตส. รุ่น 6 เรียนหลักสูตร นธป. รุ่น 7

คนที่สอง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ที่เป็นคนไปรับนายกรัฐมนตรีถึงสนามบินบุรีรัมย์ ซึ่งนายอนุทินในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งเป็นกรรมการการประปานครหลวงด้วย เรียน พตส. รุ่น 10 เรียนหลักสูตร นธป. รุ่น 11

"ระหว่างที่เป็นกรรมการวินิจฉัยได้ไปรับนายอนุทินถึงสนามบิน ไม่รู้ว่ามีกิจอันใด เขาบอกว่าเข้าไปดูกีฬา แต่แวะทำไม กีฬาคงไม่ได้แข่งกันอยู่ในสนามบินหรอก" นายชยพลกล่าว

นายชยพลกล่าวต่อว่า คนที่สามคือนายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต เป็นที่ปรึกษาบอร์ด กกต. 2568 เรียนหลักสูตร นธป. และ พตส. รุ่น 6 คนที่สี่คือนายเชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ เรียนหลักสูตร พตส. รุ่น 36

นายชยพลกล่าวว่า คนสุดท้ายคือนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ เป็นประธานบอร์ดการท่าเรือ ในสมัยที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนหน้านี้เคยเป็นอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่แต่งตั้งโดยนายพิพัฒน์ด้วยเหมือนกัน เรียกว่าพี่ไปไหน ผมไปด้วย เรียนหลักสูตร พตส. รุ่น 14

หลักสูตร พตส. คือหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง เป็นหลักสูตรที่ กกต. สร้างขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้แทนพรรคการเมือง บุคลากรทางการเมือง พูดง่าย ๆ คือหลักสูตรคอนเน็กชัน คล้าย วปอ. แต่อยู่ใน กกต. เอง ซึ่งในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 เรียนหลักสูตรนี้ 5 คน

นายชยพลระบุว่า หลักสูตร พตส. มีคนในพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายศุภชัย ใจสมุทร, นายอนุทิน, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ น้องชายของนายเนวิน ชิดชอบ, นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย, น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาคนที่หนึ่ง, นางแว่นฟ้า ทองศรี ภรรยาของนายทรงศักดิ์ ทองศรี, นายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต., นายเขมพล อุ้ยตยะกุล ผู้ช่วยงานนายพิพัฒน์ และนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.พรรคภูมิใจไทย

หลักสูตรนี้มีกรรมการหลักสูตรคือนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อดีตบอร์ด กกต. และนายอิทธิพล บุญประคอง อดีตประธาน กกต. ทั้งนี้ นายกสมาคมหลักสูตร พตส. ประกอบด้วยนายสรอรรถ นายอนุทิน และนายศุภชัย ซึ่งตนคิดว่าหลักสูตร พตส. อาจจะเดินระบบด้วยสีน้ำเงินก็เป็นได้

นายชยพลกล่าวว่า อีกหนึ่งหลักสูตรคือ นธป. ย่อมาจากหลักสูตรนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย จัดขึ้นโดยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นหลักสูตรคอนเน็กชัน ซึ่งอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 เรียน 3 คน คือนายอัฌษไธค์ นายอนุชา และ ร.ต.อ.ปิยะ ส่วนฝั่งพรรคภูมิใจไทยมีนายอนุทิน นายสรอรรถ และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน โดยมีนายเชาวนะ ไตรมาศ เป็นผู้อนุมัติจบหลักสูตร เป็นพื้นที่ที่เขาได้ไปทำความรู้จัก

นายชยพลกล่าวอีกว่า ยังมีคอนเน็กชันด้านนายทุนด้วย คือนายอัฌษไธค์ปรากฏชื่อเป็นกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายพิพัฒน์ และนายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล สมาชิกวุฒิสภาในปัจจุบัน

"มันใหญ่ไปหมด นอกจากเรื่องคุณสมบัติส่วนตัวและประวัติการทำงานของแต่ละท่าน ถ้าดูระดับผิวเผิน จะเป็นเหมือนข้าราชการธรรมดาที่ไต่เต้าขึ้นมา แต่บางทีตอนที่เรานั่งวิเคราะห์เรื่องนี้ เรากลับลืมไปนิดหนึ่งว่าแต่ละหน่วยงานของราชการมีหลักสูตรคอนเน็กชันต่าง ๆ เอาไว้รองรับการทำความรู้จักกันข้ามหน่วยงาน ข้ามสายงานนี้ด้วยเหมือนกัน" นายชยพลกล่าว

จากนั้น นายชยพลเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสอบถาม โดยผู้สื่อข่าวถามว่า ในหลักสูตร พตส. ก็มีนักการเมืองฝั่งพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนเรียนเหมือนกัน นายชยพลกล่าวว่า เท่าที่ตนรู้จัก หลักสูตรเหล่านี้เริ่มต้นมาที่อยากจะให้ความรู้ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับว่าใช้หลักสูตรทำอะไรต่อ กับการที่มีเพื่อนร่วมรุ่นมากหน้าหลายตาและเป็นบิ๊กเนมทั้งนั้น

คำถามก็ต้องย้อนกลับไปว่า คนในพรรคประชาชนที่ไปเรียนได้ใช้คอนเน็กชันเพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือไม่ แต่สาเหตุที่เราโฟกัสที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยทั้ง 5 คน เพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง มีอำนาจในการตัดสินคดี ฉะนั้น น่าจะเป็นการดีกว่าหรือไม่ที่คนกลุ่มนี้ไม่ได้เข้าไปนั่งมีอำนาจตัดสินชะตา สว. และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่า ไม่กังวลเรื่องข้อครหาว่าพรรคประชาชนก็ไปเรียนด้วยเช่นกัน นายชยพลกล่าวว่า ตนไม่ได้กังวล เพราะเราดูพฤติกรรมหลังจากที่ไปเรียนมากกว่า

เมื่อถามว่า ได้สอบถามคนที่ไปเรียนหรือไม่ว่าหลักสูตรนี้มีข้อกังวลหรือข้อสงสัยอย่างไร นายชยพลกล่าวว่า ขออุบไว้ก่อน มีข้อมูลอยู่บ้าง แต่ไม่อยากไปพูดเยอะ เดี๋ยวจะปิดโอกาสคนที่อยากเรียนเพื่อหาความรู้

จากนั้น นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนก็เป็นคนอภิปรายเรื่องหลักสูตรพวกนี้อยู่บ่อยครั้งว่าเป็นแหล่งรวมการบ่มเพาะคอนเน็กชัน ถ้าไปเรียนเพื่อหาความรู้ก็โอเค

แต่หลายครั้งคอนเน็กชันพวกนี้ผลัดกันเกาหลัง พวกนี้ถ้าไปทำเรื่องดี ๆ กันก็โอเค แต่หลายครั้งเครือข่ายยุบยับไปหมด คนกันเองทั้งนั้น ไปสร้างคอนเน็กชันที่สุดท้ายสร้างความเสียหายให้กับประชาชน

เมื่อถามว่าหลักสูตรเหล่านี้ไม่น่าเชื่อถือเลยใช่หรือไม่ นายภัณฑิลยกมือตอบว่า ตนไม่เห็นด้วย ที่เป็นข่าวล่าสุด มีการไปจ่ายเงินเพื่อให้ได้เรียนในหลักสูตรพวกนี้

"น่าจะทำเรื่องของตัวเองให้ดีดีกว่านะ จัดการเลือกตั้งให้ดี บริสุทธิ์ยุติธรรม การได้มาซึ่ง สว. อย่าไปหาทำเรื่องอื่น มันไม่ใช่หน้าที่ เอาเรื่องของตัวเองให้รอดก่อนดีกว่าไหม กกต." นายชยพลกล่าว

นายชยพลกล่าวทิ้งท้ายว่า บางครั้งตัวหลักสูตรอาจจะดี แต่วิธีการคัดกรองคนเข้ามามีความบกพร่อง รวมถึงการวัด KPI ทำให้ได้ผลผลิตที่ไม่ดีออกไป รวมถึงถูกบิดให้ไปใช้ในเรื่องของคอนเน็กชันมากกว่า

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ