คปท.บุก กกต.ทวงคดีฮั้ว สว. แฉ กกต.ตั้งอนุฯ ใหม่ ล้างมติชุดเดิม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คปท.บุก กกต. ทวงคดีฮั้ว สว. แฉ กกต. ตั้งอนุฯ ใหม่ชุดที่ 36 ล้างมติชุดที่ 26 พบ 138 รายชื่อ มีความเชื่อมโยงเข้าข่ายกระทำความผิด

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล พร้อมด้วย นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ และ นายนัสเซอร์ ยีหมะ เข้ายื่นหนังสือถึงประธาน กกต. เพื่อขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย กรณีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายหลังมีการพิจารณามากกว่า 2 ปี

นายพิชิต เปิดเผยว่า วันนี้เครือข่ายมาติดตามมหากาพย์แห่งการฮั้วเลือกตั้ง โดย 2 ปีที่ผ่านมา หลายคนนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และได้นำเสนอต่อสังคมเป็นจำนวนมาก  

คปท.บุก กกต. ทวงคดีฮั้ว สว. แฉ กกต. ตั้งอนุฯ ใหม่ชุดที่ 36 ล้างมติชุดที่ 26 ช่างภาพพีพีทีวี
คปท.บุก กกต. ทวงคดีฮั้ว สว. แฉ กกต. ตั้งอนุฯ ใหม่ชุดที่ 36 ล้างมติชุดที่ 26

ซึ่งสังคมเห็นว่าพฤติการณ์ และการกระทำในการฮั้ว สว. เป็นที่น่าสงสัย แต่ กกต. กลับใช้เวลาร่วม 2 ปี กว่าจะพิสูจน์เรื่องนี้ได้ แม้แต่คำวินิจฉัยหรือดุลพินิจในการพิจารณาในการเลือกหรือพิจารณาว่าการลงสมัครผิดกลุ่มหรือไม่ กกต. ยังใช้ดุลพินิจที่ขัดต่อข้อเท็จจริงทางสังคม

นายพิชิต กล่าวต่อว่า กกต. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางชุดที่ 26 มาสอบสวนเรื่องนี้ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 มีการไต่สวนและมีองค์ประกอบที่ค่อนข้างชัดเจน และมีกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้ามามีส่วนร่วม และมีการประชุมร่วมกันหลายครั้ง รวมถึงมีรายงานกว่า 100 หน้า มีมติที่จะต้องส่งฟ้องศาลกว่า 200 คน แต่วันนี้ กกต. กลับตั้งอนุกรรมการฯ ชุดใหม่ขึ้นมาเป็นชุดที่ 36 และใช้คนเพียงไม่กี่คน เปลี่ยนมติของชุดที่ 26 ซึ่งวันนี้ได้ข่าวว่าจะมีการส่งฟ้องเพียงไม่กี่คน และไม่ใช่ สว. ยุคปัจจุบัน แต่เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ปลายเรื่อง

ดังนั้น การฮั้วครั้งนี้ไม่ใช่แค่การฮั้วเลือกตั้ง สว. แต่จะกลายเป็น กกต. ฮั้วกันเอง คือการใช้คณะอนุกรรมการฯ ล้างข้อพิจารณาของอีกคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมากก่อน จึงถือเป็นมหากาพย์ของฮั้ว ไม่ต่างอะไรจากการโกงเลือกตั้งหรือการทุจริตสอบท้องถิ่น

ด้าน นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ระบุว่าประเด็นที่ตนเองและ คปท. เรียกร้อง คือขอให้ กกต. พิจารณาโดยใช้คำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เท่านั้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการที่ กกต. ตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ซึ่งเป็นชุดพิเศษขึ้นมาถือว่ามีพิรุธ เพราะโดยปกติจะต้องเลือกจากชุดที่ 1 ถึง 35 เท่านั้น

นอกจากนี้ยังเตือนว่าหาก กกต. ใช้วิธีการยื่นเรื่องต่อศาลในจำนวนที่น้อยกว่า 229 คน ก็ถือว่ามีพิรุธเช่นเดียวกัน และขอแจ้งให้ทราบว่า วิธีการดังกล่าวไม่มีทางสำเร็จ เนื่องจากศาลฎีกาจะต้องทำการไต่สวน และศาลจะต้องเรียกสำนวนของชุดที่ 26 จาก กกต. อย่างแน่นอน

นายแพทย์ตุลย์ได้ฝากถึง กกต. ชุดปัจจุบันว่า หากไม่อยากเดินตามรอย กกต. ชุดของ นางสาววาสนา เพิ่มลาภ ซึ่งเคยมีคำพิพากษาให้จำคุกมาแล้ว ขอให้ กกต. นำเรื่องนี้ไปพิจารณา โดยคาดว่า กกต. จะมีการประชุมกันเร็ว ๆ นี้ จึงขอย้ำให้ กกต.ใช้คำวินิจฉัยของอนุฯ ชุดที่ 26 เป็นหลัก

ในช่วงท้าย นายแพทย์ตุลย์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงภาพรวมขององค์กรอิสระ โดยขอให้สังคมร่วมกันพิจารณาว่าองค์กรอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งโดย สว. ชุดนี้ ซึ่งมองว่าน่าจะมีความเป็นโมฆะเกินกว่าครึ่งหนึ่งของสภา สมควรที่จะต้องตกเป็นโมฆะตามไปด้วยหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน การตรวจสอบ และการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ

ขณะเดียวกัน สมาชิกวุฒิสภาสำรอง หรือ สว. สำรอง พร้อมกลุ่มผู้สมัคร สว. มารวมตัวกันที่ กกต. เพื่อขอให้เร่งรัดส่งสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง หลังมองว่าคดีดังกล่าวไม่มีความคืบหน้ามาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี

 

พลตำรวจโทคำรบ ปัญญาแก้ว แกนนำกลุ่ม สว.สำรอง เปิดเผยว่า แม้คณะไต่สวน กกต. จะยืนยันว่าคดีดังกล่าวจะมีความชัดเจนในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ แต่ตนเองมองว่าคดีดังกล่าวยังมีสิ่งที่ล่าช้าและกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม การมาที่ กกต.วันนี้ เพื่อต้องการแสดงออกให้สังคมได้จับตาตรวจสอบพฤติกรรมของ กกต. ว่าเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมหรือไม่ โดยเฉพาะจำนวนรายชื่อของผู้ที่จะต้องถูกส่งไปให้ศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิ์การดำรงตำแหน่ง สว. ซึ่งส่วนตัวมองว่ามี 138 คน เพราะจากหลักฐานทั้งเส้นทางการเงิน และข้อมูลคลิปภาพต่าง ๆ ที่ภาคประชาชนรวมถึงนักการเมือง และกลุ่มตัวเองนำมาเปิดเผย พบว่าทั้ง 138 คน มีความเชื่อมโยงเข้าข่ายกระทำความผิด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ