สภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมเป็นพิเศษ วันที่ 16 สิงหาคม 2567 โดยมีวาระสำคัญเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยจะเริ่มตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไป
พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้มีมติเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊งค์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ท่ามกลางการสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลขั้วเดิม
การประชุมสภา เพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะต้องลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร โดยปัจจุบันมี สส. 493 คน ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องได้รับเสียงมากกว่า 248 เสียง
สำหรับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่มีการเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ครั้งนี้ เกิดขึ้น 2 วัน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยให้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 พ้นจากตำแหน่ง กรณีแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
“ของไหว้สารทจีนแบบประหยัด” ยุคของแพงก็ไหว้ได้ ไม่กระเป๋าฉีก!
สรุปผลโหวตนายกฯคนที่ 31
จากนั้นเวลา 12.26 น. จบการลงคะแนน โดยประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดโอกาสให้ สส.ที่พลาดลงคะแนนโหวตรอบแรก ออกเสียงโหวตได้ แต่ไม่มี สส.ลงคะแนนเพิ่ม และมีการแจ้งในที่ประชุมว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บํารุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลาประชุม
จากนั้นเวลา 12.28 น. ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปิดการลงคะแนน จากนั้นมีขั้นตอนการตรวจนับคะแนนเพื่อความถูกต้องและเรียบร้อย โดยสรุปผลการลงคะแนนเห็นชอบ 319 เสียง ไม่เห็นชอบ 145 เสียง งดออกเสียง 27 เสียง
เสียงเกินกึ่งหนึ่ง "อุ๊งอิ๊งค์" ไม่พลาดนายกฯคนที่ 31
จากนั้นเวลา 12.10 น. ระหว่างการลงคะแนนให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 มีการขานชื่อ สส.ไปแล้ว 400 คน มีเสียงเห็นชอบให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 31 มากกว่า 248 เสียงแล้ว ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด
ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บํารุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อลงคะแนนโวตเลือกนายกรัฐมนตรี
เริ่มลงคะแนนโหวตเลือกนายกฯ คนที่ 31
จากนั้นเวลา 11.20 น.ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดให้ สส.ในที่ประชุมกดบัตรแสดงตน ก่อนลงคะแนนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้แสดงตน ทั้งหมด 481 คน ซึ่งถือว่าครบองค์ประชุม
จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการลงคะแนนให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 โดยจะมีการเรียกชื่อ สส.แต่ละคนตามลำดับ หากคนที่เห็นชอบให้ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องพูดว่า “เห็นชอบ” แต่หากไม่เห็นชอบจะต้องพูดว่า “ไม่เห็นชอบ”
"เท้ง - ณัฐพล" เดินหน้าแก้ อำนาจศาล รธน. - องค์กรอิสระ
จากนั้น เมื่อเวลา 10.55 นายณัฐพล เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ลุกขึ้นอภิปราย ว่าวันนี้ไม่ใช่เวลาที่พรรคประชาชน จะมาอภิปรายคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อ และไม่ใช่เวลาที่จะมาอภิปรายนโยบาย แต่วันนี้เรา ไม่เห็นด้วยในกระบวนการนิติสงคราม ที่ดำเนินการโดยกลุ่มชนชั้นนำ มาทุบทำลายอำนาจของพ่อแม่พี่น้องประชาชน
นายณัฐพล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้เราต้องไปแก้ปัญหาที่ต้นตอ จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการยุบพรรค การตัดสิทธิ์ทางการเมือง รวมถึงการวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง อย่างกรณีล่าสุดนายเศรษฐา ทวีสิน นั้นเอง ดังนั้นเรานี้ตนคิดว่าเป็นปัญหาของการวางอำนาจหน้าที่ ของศาลรับธรรมนูญ รวมถึง องค์กรอิสระอื่นๆ ที่จะทำอย่างไรไม่ให้มีการรุกล้ำอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารจนล้นเกิน
นายณัฐพล ยังทิ้งท้ายว่า วันนี้เราอยู่ในระบบประชาธิปไตยที่ไม่เต็มใบ การที่วันนี้ตนยกความจริงขึ้นมาเล่าให้ฟัง ก็เพื่อมาเตรียมสานภารกิจต่อหลังจากนี้ คือ ปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ ทบทวนการยุบพรรค ให้พรรคเกิดง่ายและยุบยาก เพื่อสร้างฐานสมาชิก ให้ประชาธิปไตยเกิดความเข้มแข็ง ทบทวนมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน ไม่ใช่แค่ใครบางคน
ถกวุ่น! ปมอภิปรายก่อนโหวตนายกฯ
ภายหลังมีการเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ก่อนจะเริ่มลงคะแนนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 มีปัญหาข้อถกเถียงกันในสภา เนื่องจากพรรคฝ่ายค้าน ขอให้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.พรรคไทยสร้างไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายก่อนการลงคะแนนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ สส.ฝ่ายรัฐบาลหลายรายไม่เห็นด้วย แม้นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาลจะชี้แจงว่าได้หารือกับวิปฝ่ายค้านแล้ว จะให้อภิปรายคนละไม่เกิน 20 นาที
ก่อนที่ประธานในที่ประชุม จะอนุญาตให้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.พรรคไทยสร้างไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายก่อนการลงคะแนนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี รวม20 นาที บนเงื่อนไขไม่อภิปรายในเรื่องคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ
เริ่มประชุมสภาโหวตเลือกนายกฯ
เวลา 10.00 น. มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุม โดยมีการเปิดรับฟังความเห็นจาก สส.เพื่อตกลงวิธีการโหวตเลือกนายกฯ
จากนั้นเวลา 10.11 น. มีการเปิดให้เสนอชื่อบุคคลผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 โดย นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นผู้สมควรเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 โดยมีผู้รับรอง 291 เสียง โดยมีการเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร เพียงชื่อเดียว
บรรยากาศก่อนประชุมสภา
ก่อนประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีหัวหน้าพรรคการเมืองหลายคนได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าห้องประชุม โดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า สมาชิกพรรคมีทิศทางเดียวกันในการลงคะแนน พรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงยืนยันแนวทางเดิมในการ สนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ให้เป็นนายกฯ ทั้งนี้ขออย่าดูที่วัยวุฒิ เพราะเห็นว่าคนรุ่นใหม่ล้วนมีศักยภาพ และการมีคุณพ่อ เป็นถึงอดีตนายกฯ คิดว่าเป็นผู้ให้คำปรึกษาอย่างดีในการทำงาน ทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ และอื่นๆ
ส่วนเรื่องการปรับ ครม.ขอให้ได้นายกฯก่อน แล้วค่อยพูดคุยทีหลัง เชื่อว่าสามารถพูดคุยกันได้ไม่มีปัญหา เพราะนายกฯแต่ละคนมีแนวทางในการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นองค์ประกอบของครม.ภายใต้การนำของแต่ละนายกแตกต่างเช่นกัน
สำหรับความท้าทายของรัฐบาลใหม่นั้น นายวราวุธ มองว่า ทั้งปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ รวมทั้งระดับนานาชาติ ที่ผ่านมาของนายเศรษฐาที่พยายามทำงานทุกมิติมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยมีที่ปรึกษาและคนให้คำแนะนำเยอะแล้ว เพียงแต่ว่ามีโอกาสทำงานร่วมกันก็รู้สึกดีใจ
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า การโหวตเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับตำแหน่งนายกฯ เป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ในการทำหน้าที่ฐานะฝ่ายค้าน จะใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรในการอภิปรายสอบถามเรื่องความเหมาะสม รวมทั้งแนวทางว่าจะขับเคลื่อนการทำงานของประเทศต่อจากนี้อย่างไร
ทั้งนี้คิดว่าสาระหลักคือการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลในอีก 3 ปีต่อจากนี้ เห็นได้ชัดว่ากฎกติกาในบ้านเราหลายอย่างยังคงมีปัญหา ส่วนเรื่องการโหวต จะโหวตอย่างไร มติในที่ประชุม สส. พรรคประชาชน ยืนยันในจุดเดิม เชื่อว่าการทำงานการเมืองเป็นการแสวงหาจุดร่วม ขณะเดียวกันต้องสงวน จุดต่าง ยังยืนในหลักการเดิมที่เคยเลือกนายเศรษฐาเมื่อปีที่แล้ว คือการลงมติไม่เห็นชอบ
โดยคำว่าไม่เห็นชอบของเราไม่ใช่ไม่เห็นชอบในแง่ที่ว่า ไม่ได้คิดว่าคนใดเหมาะหรือไม่เหมาะ แต่คิดว่าความสำคัญต่อจากนี้คือการกอบกู้เรื่องอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนจริงๆ ทั้งนี้แน่นอนว่าหากได้นายกฯคนใหม่ ทำหน้าที่แทน ไม่ว่าการอภิปรายใดๆ ในฐานะพรรคฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่
เมื่อถามถึงจุดยืนพรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าร่วมพรรคที่เสนอแก้ไข 112 นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คิดว่าเป็นเงื่อนไขเดิม เคารพในความเห็นของพรรคร่วมรัฐบาล ในเมื่อเรามีจุดต่างในเรื่องนี้ ก็เคารพท่าทีของเขา ในขณะเดียวกันเรายังมีจุดร่วมร่วมกันที่ต้องแก้ไขในเรื่องกฎกติกาบ้านเมืองอย่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามถึงบทบาทการเป็นนายกฯ ของ น.ส.แพทองธาร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนก็ให้กำลังใจ และถ้าวันนี้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบให้ น.ส.แพทองธารเป็นนายกฯ หวังว่าจะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องนายกฯตัวจริงหรือไม่ใช่ตัวจริงนั้น ตนไม่สามารถให้ความเห็นตรงนั้นได้ ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลในจะกลั่นกรองมาอย่างดีแล้ว
เมื่อถามถึงการมีนายกฯอายุน้อยที่สุด นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คิดว่าเรื่องอายุไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ ปัจจัยสำคัญมากกว่าคือเรื่องคุณสมบัติและคิดว่าถ้าวันนี้แพทองได้รับความเห็นชอบ 3 ปีต่อจากนี้จะเป็นเวทีพิสูจน์ความสามารถของเขาว่า เหมาะสมในการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่
"ธนพร-จตุพร" ฟันธง! นายกคนใหม่ชื่ออะไร? หลัง "เศรษฐา" พ้นเก้าอี้นายกฯ