ครม. "แพทองธาร" ปัญหาอยู่ที่การต่อรอง ชี้ "นายน้อย" ไม่ได้ถูกครอบงำ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วิเคราะห์ ครม. "แพทองธาร" "ธนพร" มองปัญหาอยู่ที่วิธีการต่อรอง "นายน้อย" ไม่ได้ถูกครอบงำ ด้าน "ยุทธพร" แนะปัดรับ ธรรมนัส-ชาดา-เอกนัฏ ร่วมวง

การเมืองไทยในขณะนี้ เรียกได้ว่าอยู่ในสภาพปั่นป่วนค่อนข้างมาก มีการต่อรองต่าง ๆ ในการเตรียมการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดแรกในรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ ครม. "แพทองธาร" ซึ่งเพียงแค่ก้าวแรกในการจัดตั้ง ก็มีการหยิบยกเรื่องจริยธรรมซึ่งเคยเป็นมาตรฐานของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการต่อรองจากพรรคร่วมมากมายมาพูดคุยกัน

สิ่งที่ "อิ๊งค์" แพทองธาร ชินวัตร ต้องเผชิญ จะมีอะไรบ้าง? รวมถึงหน้าตาของ ครม. แพทองธาร ที่เราจะได้เห็นกัน จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?

คอนเทนต์แนะนำ
สะพัด! ปชป. ชิงส่งชื่อว่าที่ รมต.แล้วตั้งแต่ 2-3 วันก่อน

 

ภาพรศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง และ รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ได้ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง และ รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ได้ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk

รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง และ รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ได้ร่วมพูดคุยกับ PPTV เกี่ยวกับประเด็นนี้ ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk เอาไว้อย่างน่าสนใจ

ประวัติ “อุดม สิทธิวิรัชธรรม” ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

"ธนพร" มอง ครม. "แพทองธาร" โจทย์คือ วิธีการต่อรอง

รศ.ธนพร มองว่า การจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ เป็นธรรมชาติของการเมือง การเมืองไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็เต็มไปด้วยการต่อรองแบบนี้โดยธรรมชาติ เป็นหลักการที่ยอมรับได้ ตนเชื่อว่าสภาวะการต่อรองดังกล่าวทุกคนไม่ปฏิเสธ แต่ประเด็นที่เป็นโจทย์คือ วิธีการในการต่อรอง ว่าเหตุใดนักการเมืองไทยโดยเฉพาะปีกที่จะเป็นรัฐบาลไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เพราะลีลาที่ใช้ยังเป็นเหมือนเมื่อราว 30 ปีที่แล้ว

หากยังจำกันได้ กรณีพรรคไทยสร้างไทย พบงูเห่า 6 ตัว หรือกรณีของพรรคพลังประชารัฐ ที่เกิดเหตุ “แตงโมผ่าซีก” และนายใหญ่หนุนหลังให้ด้วย มีความคล้ายคลึงกับการเมืองในสมัยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นยุคงูเห่า จึงสามารถพูดได้ว่า การเมืองแบบนี้เป็นการเมืองแบบเก่าที่คนรุ่นใหม่ไม่อยากเห็น

รศ.ธนพร กล่าวว่า ความต้องการอยากเป็นรัฐบาล คือต้นเหตุของทุกพรรคที่กำลังแก่งแย่งกัน เพราะการเป็นฝ่ายค้านนั้นอดอยากปากแห้ง ตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปี 2567 ยกเว้นพวกสีส้ม เพราะเป็นเหมือนปลาหมอคางดำ เป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ที่ถูกมองว่าต้องถูกกำจัด

การแก่งแย่งกันเป็นรัฐบาลนั้น มีที่มาจากวาทกรรมการเป็นฝ่ายค้านนั้นอดอยากปากแห้ง เพราะพรรคที่แก่งแย่งนั้นใช้สตางค์ เมื่อใช้สตางค์ก็ต้องหาหนทางดิ้นรนในการระดมทรัพยากร เพื่อนำมาใช้ในการเลือกตั้ง แต่รอบนี้มีเครื่องมือในการมาจัดระเบียบ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเครื่องมือในการมาจัดระเบียบ นายใหญ่ และ นายน้อย ร้องไห้ให้นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีเพียงวันเดียว แต่ต่อมากลับมองว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวดี เพราะสามารถนำข้ออ้างด้านจริยธรรมมาขับคนอื่นได้ และในเมื่อทั้งสองได้ใช้ประโยชน์จากคำวินิจฉัยดังกล่าว ก็สามารถไม่ตั้งรัฐมนตรีที่วิญญูชนมีความระแวงสงสัย ไม่ตั้งรัฐมนตรีที่หน้ายับ ๆ เป็นโอกาสของคนรุ่นใหม่ที่จะขยับเข้ามา

แนะ ครม. "แพทองธาร" ปัดรับ ธรรมนัส-ชาดา-เอกนัฏ หวั่น "อิ๊งค์" มีความเสี่ยงสูง

รศ.ยุทธพร กล่าวว่า กรณีของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รักษาการณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาจมีการเปลี่ยนตัวได้ เนื่องจากการเมืองไทยทุกวันนี้เป็นการเมืองในลักษณะเครือข่าย ไม่ได้บอกว่าหากคนนี้ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว อำนาจจะหลุดไปจากกลุ่มนี้ จริง ๆ แล้วมีตัวแทน มีเครือข่ายตระกูลการเมืองสลับตัวผู้เล่นได้ แม้จะเป็นลักษณะโบราณ แต่ก็เป็นความเป็นจริงของการเมือง

หากเทียบบริบทกับพรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2544 กับโผ ครม.ชุดนี้นั้นมีความแตกต่างกัน ณ วันนั้นพรรคไทยรักไทยชนะคะแนนเสียงที่เหนือกว่าค่อนข้างเด็ดขาด แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีคะแนนเสียงที่เด็ดขาด และพรรคเพื่อไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาอีกหลายอย่าง เช่น การแก้ปัญหาภายในพรรคตนเอง

จะได้เห็นว่าในสมัยรัฐบาลของนายเศรษฐา ความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคเพื่อไทย และตัวแทนฝ่ายรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ไม่ค่อยสอดคล้องกันเท่าไร ซึ่งครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสในการปรับแก้ปัญหาภายในพรรค แต่ในขณะเดียวกันก็มีโจทย์ที่จะต้องฟื้นฟูความนิยมจากประชาชน

รวมถึงโจทย์ที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนนโยบายต่อจากรัฐบาลเศรษฐา ไม่ว่าจะเป็นดิจิทัลวอลเล็ต ซอฟต์พาวเวอร์ แก้รัฐธรรมนูญกัญชา และอื่น ๆ

รศ.ยุทธพร กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ จึงมีส่วนที่จะทำให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องช่วยประกบนางสาวแพทองธาร ในการปฏิบัติภารกิจ แต่ต้องครอบครอง ไม่ใช่ครอบงำ

รศ.ยุทธพร กล่าวต่อว่า ในเรื่องจริยธรรมทางการเมืองมีความเป็นนามธรรมสูงมาก อีกทั้งยังมีการแบ่งเป็นจริยธรรมทั่วไป จริยธรรมร้ายแรง ซึ่งทั้งสองต่างก็มีความเป็นนามธรรมอยู่ดี เพราะฉะนั้นจึงเห็นได้ว่ามีการใช้หลักวิญญูชน ใช้สายตาสังคมมองเข้ามาประกอบ ซึ่งก็เรียกว่าใช้กระบวนการทางกฎหมายให้กลายเป็นการเมือง

คำถามต่อมาสำหรับฝ่ายบริหาร คือ จะมีใครกล้ายืนยันได้ว่าคนนี้เป็นรัฐมนตรีได้ คนนี้เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ แต่กลับไม่มีใครกล้ายืนยัน หรือในกรณีของนายพิชิต ชื่นบาน แม้ทางคดีอาญาพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง แต่ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธณรมนูญระบุว่า การสั่งไม่ฟ้องในคดีอาญานั้น ถือว่าบุคคลนั้นมีความน่าเชื่อถือ

รวมถึงในรัฐธรรมนูญระบุว่า หากยังไม่มีคำพิพากษาจนถึงที่สุด ให้บุคคลผู้นั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ ทว่าศาลรัฐธรรมนูญกลับนระบุว่าจะมองแค่นั้นไม่ได้ ฉะนั้น แค่การไปตรวจสอบคุณสมบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น เช่น กฤษฎีกา สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไม่เพียงพอ

ภาพรศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.)

รศ.ยุทธพร มองว่า หากแต่งตั้งร้อยเอกธรรมนัส นายชาดา รวมถึงนายเอกนัฏ ถือว่ามีความเสี่ยงสูง หากยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจับ แม้ว่าคดีต่าง ๆ ที่ผ่านมาจะจบแล้ว แต่ศาลก็ไม่ได้บอกว่าเป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือ

ซึ่งจริง ๆ แล้วในเรื่องของการตรวจสอบคุณธรรมจริยธรรมทางการเมือง ต้องเป็นเรื่องของทางการเมือง ไม่ใช่การตรวจสอบทางกฎหมาย แต่วันนี้เราเอาการตรวจสอบทางการเมืองกับการตรวจสอบทางกฎหมายมาปะปนกัน การตรวจสอบทางกฎหมายต้องเป็นสิ่งที่มีหลักฐาน เช่น การทุจริต กระบวนการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ

แต่หากเป็นเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมต่าง ๆ ต้องตรวจสอบทางการเมืองโดยสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน หรือการเติมเต็มจากภาคประชาสังคม พี่น้องประชาชนเข้ามาตรวจสอบ หรือการประเมินผ่านการเลือกตั้ง เป็นต้น ไม่ใช่ว่าให้ทุกอย่างเทไปที่กฎหมาย เพราะหากเราพูดถึงเรื่องตรวจสอบก็มักจะเข้าใจว่าเป็นการตรวจสอบทางกฎหมาย ทำให้กลไกทางการเมืองบิดเบี้ยวไปหมด

"นายน้อย" ไม่ได้ถูกครอบงำ แนะ "อิ๊งค์" เอาตัวเองให้รอดก่อน

รศ.ธนพร กล่าวว่า แม้นายทักษิณ ชินวัตรจะกล่าวว่าเข้ามาครอบครอง ไม่ได้ครอบงำ แต่ความจริงคือ นายกนายน้อยดุพ่อทุกวัน เป็นคนที่นายทักษิณเกรงใจ นายน้อยเป็นตัวของตัวเอง ถ้าหากนายใหญ่เข้ามาครอบงำจริง นายน้อยก็พร้อมออกจากตำแหน่ง ไม่มีการสั่งให้ทำนู่นทำนี่

ต่อให้พ่อจะสั่งการขนาดไหน แต่ต้องไม่ลืมว่า เราต้องทิ้งชีวิตความเป็นแม่ซึ่งลูกเพิ่งอายุ 1 ขวบ มารับแบกภาระตรงนี้ หากมีการรับภาระมากขึ้น ก็สามารถเลือกกลับไปรับภาระของความเป็นแม่ดีกว่า สำหรับคนเป็นแม่ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับลูก

วันนี้นายน้อยเข้ามารับตำแหน่ง และถ้าจะต้องมายอมรับคนนู้นคนนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามารับตำแหน่งก็ได้ และเชื่อว่านายทักษิณไม่เข้ามาเทคโอเวอร์นางสาวแพทองธารแน่นอน

รศ.ธนพร กล่าวต่อว่า ประเด็นต่อมาคือ มนุษย์ทุกคนสรุปบทเรียนทั้งนั้น ไม่เช่นนั้นมนุษย์คงไม่เดินมาจนถึงจุดนี้ แน่นอนว่าทุกพรรคเคยทำพลาด และทุกพรรคทุกกลุ่มต่างสรุปบทเรียนทั้งนั้น พร้อมวางแผนรับมือความเสี่ยงไม่ให้เกิดซ้ำ ซึ่งจะเห็นได้ว่า หากไม่มีจัดการความเสี่ยงเลย วันนี้คงได้ ครม. ชุดใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รศ.ธนพร กล่าวต่อว่า ตนไม่เข้าใจว่าในช่วง 2-3 วันนี้ ทำไมนายใหญ่และนายน้อยด้อยค่าตัวเอง พูดแต่ว่าให้กฤษฎีกาชี้มาว่าคนนี้ไปต่อได้คนนี้ไปต่อไม่ได้ ทำให้เกิดคำถามว่า อำนาจตามรัฐธรรมนูญของคุณอยู่ที่ไหน? ในการตัดสินใจให้ใครดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในคณะรัฐมนตรีนั้น เป็นความรับผิดชอบของนายกฯ ในฐานะผู้นำ

หน่วยงานราชการนั้นมีหน้าที่เพียงเสนอข้อมูลให้ แต่ที่ให้สัมภาษณ์ว่าคนนี้ไฟเขียวคนนี้ไฟแดงคนนี้ติดตรงนั้นคนนี้ติดตรงนี้ ไม่ใช่หน้าที่ของนายกฯ ควรจะแสดงออกถึงภาวะผู้นำอย่างชัดเจน และแนะนำว่า ให้ประกาศว่า ถ้ารัฐมนตรีที่พรรคร่วมส่งมามีความต้องสงสัยแม้แต่คนเดียว จะไม่มีการตั้งแม้แต่คนเดียว

รศ.ธนพร กล่าวว่า ถ้าพรรคการเมืองไหนที่คิดว่าจะต้องฝากชีวิตกับคนหน้าช้ำ ๆ เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคนั้นควรไปได้แล้ว นายน้อยถึงเสี่ยงไม่ได้ เพราะเป็นการเสี่ยงต่อเก้าอี้ คนที่อยู่ในข่ายของเจ้าตัว อย่างมากก็ชิงลาออกก่อน เช่นกรณีนายพิชิต แต่คนที่โดนสลักหลังจะเป็นแบบนายเศรษฐา คือโดนเรื่องจริยธรรม คำถามคือนายน้อยจะเอาอย่างนั้นหรือไม่

รศ.ธนพร มองว่า ไม่ว่าจะเป็นร้อยเอกธรรมนัส นายชาดา นายเอกนัฏ หรือใครก็ตามที่สุ่มเสี่ยงเรื่องจริยธรรม แนะนำว่าอย่าเสี่ยงเอาเก้าอี้ตนเองมาค้ำประกันคนอื่น แม้จะถูกมองว่าขอบเขตทางกฎหมายจะไปคุกคามพื้นที่ทางการเมืองก็ไม่เป็นไร ก็ให้นายน้อยไปรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีปัญหา ทางแก้มีอยู่

รศ.ธนพร แนะนำว่า วันนี้เอาตัวเองให้รอดก่อน ใช้จุดนี้เป็นจุดเปลี่ยนทำคะแนนให้ขึ้นมาใกล้เคียงกับ สส.เท้ง หัวหน้าพรรคประชาชนให้ได้มากที่สุด ต้องสร้างความเชื่อมั่นแบบนี้ก่อน ซึ่งต้องมองกันในระยะยาว

ส่วนกรณีหากเกิดปัญหา ตนเชื่อว่าทุกคนมอบตัวหมด ไม่มีปัญหา คนที่ผ่านสมรภูมิการเมืองมาโชกโชนนั้นรู้ตัวว่าเวลาไหนต้องทำอย่างไร ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบขี้หน้าเขา แต่หากถึง ณ วันนี้พวกเขายังอยู่ได้ แปลว่าพวกเขารู้ตัวว่าตอนไหนควรทำตัวเป็นกบจำศีล

ตนจึงย้อนกลับไปยังความเป็นผู้นำของนายน้อย รัฐธรรมนูญกำหนดหน้าที่การเลือกให้เป็นหน้าที่ของนายน้อย ดาบอาญาสิทธิ์จากศาลรัฐธรรมนูญเองก็มี

ภาพรศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง

เปิดวิธีพา ครม. "แพทองธาร" เดินหน้าแบบมั่นคง 

รศ.ยุทธพร กล่าวว่า หากต้องการทำให้การเมืองสามารถเดินหน้าแบบมั่นคง ให้เอาคนที่คุยได้และให้ความร่วมมือดีที่สุดเอาไว้ก่อน ส่วนที่ไม่ให้ความร่วมมือหากอยากอยู่ก็อยู่ หากไม่อยากอยู่ก็ไม่เป็นไร ซึ่งจากที่เห็นว่ามีการโหวตนางสาวแพทองธารกว่า 319 เสียง เหนือกว่า 314 เสียงจากการเติมของพรรคไทยสร้างไทยและพรรคเล็ก เพราะฉะนั้นถือว่าท่วมท้น หายไปสัก 20-30 เสียงไม่มีปัญหา

เพราะฉะนั้น นางสาวแพทองธาได้เปรียบ ถือธงนำมากกว่า ส่วนจะนำพรรคประชาธิปัตย์หรืออื่น ๆ มาเติมนั้นไม่มีปัญหา หากย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของการเกิดปัญหานี้คือ การเกิดขึ้นของพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเกาะเกี่ยวทางอุดมการณ์ แต่เกิดจากกระบวนการในการรวมกลุ่มต่าง ๆ ทางการเมืองเข้าไว้ด้วยกัน และเวลานั้นมีอำนาจของ คสช. ที่เป็นพี่เลี้ยงอยู่

ซึ่งหลังจากอำนาจ คสช. หมดลง กระบวนการแตกตัวก็ทำให้เราเห็นมากขึ้น อย่างไรก็ดี นักการเมืองหลายรายก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร มีจุดที่เกาะเกี่ยวทางความคิดทางอุดมการณ์กันอยู่ แม้จะไม่เห็นด้วยกันทั้งหมด แต่ก็ยังมีความเป็นเอกภาพมากกว่า เอาตัวองค์กรไปต่อให้ได้ ในขณะที่พรรคพลังประชารัฐไม่สนใจความเป็นเอกภาพแล้ว

รศ.ยุทธพร มองว่า วันนี้เราจะเห็นการต่อสู้ทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเราจะมีผู้นำฝ่ายรัฐบาลที่เป็นคนรุ่นใหม่ ผู้นำทางฝ่ายค้านในอนาคตที่แม้ขณะนี้จะยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ แต่อนาคตคงจะเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน อายุก็เท่า ๆ กัน และวันนี้หากเปรียบเทียบ เหมือนฝั่งหนึ่งเป็นธุรกิจลูกเจ้าสัว อีกฝั่งเป็นธุรกิจสตาร์ตอัป 2 ธุรกิจต้องปรับตัวทั้งนั้น แต่ต้องปรับคนละแบบ เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้ว เมื่อทั้งสองมาชนกันบนเกมการเมืองสภา ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือประชาชน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ