หลังจากที่รัฐบาล "อิ๊งค์ 1" ยังอยู่ในระหว่างการจัดหารัฐมนตรีมาร่วมรัฐบาล ขณะเดียวกัน สิ่งที่ประชาชนยังคงพูดถึงและถกเถียงอย่างกว้างขวางคือ บทบาทของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บิดาของนางสาวแพทองธาร ว่านายทักษิณอยู่ในบทบาทใด หรือนางสาวแพทองธารจะสามารถนำรัฐบาลเดินหน้าได้โดยมีความเป็นตัวของตัวเอง และเป็นผู้นำตัวจริง
ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) และ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ร่วมพูดคุยกับ PPTV ถึงกรณีดังกล่าวในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk ไว้อย่างน่าสนใจ
"นิด้าโพล" เผย ส่วนมากมอง "ทักษิณ" เป็นซูสีไทเฮาหลังบ้าน
ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนนิด้าโพล คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นไปไม่ได้ที่นางสาวแพทองธารจะสามารถบริหารงานได้โดยปราศจากนายทักษิณ รวมถึงมองว่าไม่น่าเป็นไปได้ รวมกันประมาณ 70 กว่าเปอร์เซนต์ เชื่อว่าจะอย่างไรต้องมีนายทักษิณประกบ
คำถามต่อมาคือ นายทักษิณจะมีการประกบหรือแนะนำนางสาวแพทองธารอย่างไร คนส่วนใหญ่ประมาณ 37% ระบุว่า ให้คำปรึกษาในฐานะพ่อ-ลูก หมายความว่า ไม่ดำรงตำแหน่งใด ๆ ไม่อยู่หลังฉาก กลับบ้านแล้วนั่งคุยนั่งกินข้าวกัน
จนมาถึงคำถามข้อที่ 3 คิดว่าจะเห็นภาพอะไรจากกรณีนี้ กลับกลายเป็นว่ากว่า 39% เชื่อว่านายทักษิณอยู่หลังฉาก ไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ให้คำปรึกษาอยู่หลังม่าน คอยกระซิบบอกคล้ายซูสีไทเฮา
ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวต่อว่า โพลชุดนี้แสดงให้เห็นว่า นางสาวแพทองธารกำลังโดนปรามาส กำลังโดนท้าทาย ฉะนั้นแนะนำว่าจึงต้องแสดงความเป็นผู้นำขึ้นมา ฉะนั้นนางสาวแพทองธารต้องแสดงตัวตนออกมาว่าสามารถบริหารจัดการงานของประเทศไทยได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีนายทักษิณประกบตลอดเวลา
ตนเชื่อว่าอย่างไรก็ตาม นายทักษิณก็ยังคงไม่ไปไหน ยังอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าให้แปรสภาพเป็นการปรึกษากันแบบพ่อ-ลูกเมื่อถึงบ้าน
แนท เกศริน คว้า 2 เหรียญทองการแข่งขันเพาะกาย ที่ฟิลิปปินส์
เชื่อ "อิ๊งค์" เตรียมเฉิดฉายหลังถวายสัตย์ฯ
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า เชื่อในคำกล่าวในทางการเมืองที่ว่า 1 วัน ก็ยาวนานเกินไปเสียแล้ว การเมืองมีสถานการณ์มีโมเมนตัม วันนี้จากผลโพลแม้คนจะคิดเห็นอย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าอีก 3 ปีเกิดการเลือกตั้งแล้วคนจะคิดเช่นนี้ การเมืองเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งจากผลโพลเป็นเพราะช่วงที่นายทักษิณเข้ามามีบทบาทมาก ทำให้ผลโพลออกมาเป็นเช่นนี้
ต่อมาพอนางสาวแพทองธารได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งแข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทย จนมาถึงช่วงดินเนอร์ทอล์ก แม้แต่ฝ่ายที่ไม่ชอบนายทักษิณก็ไม่รู้จะหาอะไรมาค้าน ก็ต้องยอมรับ ทำให้โมเมนตัมไหลมายังนายทักษิณ
จึงเกิดคำถามที่ว่านายทักษิณออกมาพูดขนาดนี้แล้ว นางสาวแพทองธารจะพูดอะไร ประกอบกับเมื่อโมเมนตัมมายังนางสาวแพทองธาร ก็เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม คนถามหานางสาวแพทองธารว่าทำไมไม่ลงพื้นที่ ก็มีการอธิบายกันว่าตามหลักการแล้วนางสาวแพทองธารยังไม่ถวายสัตย์ ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จนสุดท้ายก็ไปในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
รวมถึงยังมีฝ่ายที่จ้องจะร้องเล่นงานจนดราม่ามากมาย กระทั่งหัวหน้าพรรคประชาชนหรือพรรคฝ่ายค้าน ก็ไม่ได้มีคอนเทนต์เยอะเช่นกัน
นายอนุสรณ์ เชื่อว่า นางสาวแพทองธารจะเฉิดฉายได้ก็ต่อเมื่อได้พูดได้แถลงในฐานะนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถพูดได้ และมีคนจ้องจะร้อง การเมืองไทยดูเหมือนจะมีลุ้นตลอดเวลา และเชื่อว่าเมื่อถึงเวลา นางสาวแพทองธารจะต้องเฉิดฉายแน่นอน
หน้าตา ครม.ชุดต่อไป มีผลต่อคะแนนนิยม "อิ๊งค์" โดยตรง
ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า ที่ผ่านมา จากผลการสำรวจนิด้าโพล นางสาวแพทองธารเคยได้รับคะแนนสูงช่วงเดือนมีนาคม ปี 2566 จากนั้นคะแนนก็เริ่มลดลงมาเรื่อย ๆ และมาพลิกช่วงหลังเดือนเมษายน 2566 ที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล มีวลีที่ว่า "มีเราไม่มีลุง" ทำให้คะแนนของนางสาวแพทองธารลดฮวบลง
ต่อมาหลังจากที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง นางสาวแพทองธารก็ถูกโอนคะแนนไปให้กับนายเศรษฐา โดยมีคะแนนลดลงมาเรื่อย ๆ จนจากการสำรวจล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่าคะแนนนิยมทางการเมืองของนายเศรษฐา เหลืออยู่ประมาณ 12.85% นางสาวแพทองธารก็ลดลงมาเหลือ 4.85%
แต่ในขณะนี้นายเศรษฐาพ้นตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ผลการสำรวจครั้งต่อไปในช่วงเดือนกันยายน คะแนนของนายเศรษฐาอาจเทไปให้นางสาวแพทองธาร ซึ่งจะทำให้คะแนนนิยมของนางสาวแพทองธารจะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 17% ซึ่งก็ต้องรอดูในปลายเดือนกันยายนต่อไป
หากเป็นไปตามนี้จะสามารถสันนิษฐานได้ว่าฐานคะแนนยังเหนียวแน่น แต่หากลดลงก็ต้องตั้งคำถามต่อว่า หลังจากที่ปฏิบัติภารกิจแล้วทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว คะแนนจะขึ้นหรือไม่
ผศ.ดร.สุวิชา เชื่อว่าส่วนหนึ่งที่จะชี้คะแนนความนิยมของนางสาวแพทองธารคือ หน้าตาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำลังจะออกมาในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะส่งผลต่อตัวนางสาวแพทองธารทันทีว่าจะได้คะแนนขึ้นหรือลง
ภาพที่ผ่านมาคนอาจจะมองว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์พ่อ-ลูก ตัดไม่ขาดอยู่แล้ว เพียงแต่ต่อไปในอนาคตนายทักษิณจะมีบทบาทแบบใด ถ้าเป็นบทบาทแบบพ่อ-ลูก นายทักษิณไม่ออกฉากหน้าเยอะ อยู่หลังบ้านคอยให้คำแนะนำหลังบ้าน และหากนางสาวแพทองธารสามารถทำได้ดี คนก็จะมองว่าที่แท้นางสาวแพทองธารก็สามารถปฏิบัติงานเองได้
ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า ทุกคนรู้ว่านายทักษิณคืออดีตนายกรัฐมนตรี ถามว่าในคืนดินเนอร์ส ทอล์ก ทุกคนล้วนเข้าไปฟังนายทักษิณพูดอย่างเป็นทางการ เนื่องจากไม่ได้ยินกันมานาน ต่อมา ด้วยความที่นายทักษิณเป็นพ่อของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี จึงมีความเชื่อกันว่าสิ่งที่นายทักษิณพูดในวันนั้น อาจเป็นแนวทางสำหรับรัฐบาลก็ได้
ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวต่อว่า โดยส่วนตัวแล้วเข้าไปฟังงานดังกล่าวเพราะอยากรู้ว่าแนวทางนโยบายของนางสาวแพทองธารเป็นอย่างไร
"ทักษิณ" ไม่ได้ครอบงำ แค่ตอกย้ำนโยบาย "เพื่อไทย"
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า การตั้งคำถามดังกล่าวไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยของนางสาวแพทองธาร อดีตนายกเศรษฐาเองก็ถูกตั้งคำถามลักษณะแบบนี้ว่ามีอำนาจเต็มหรือไม่เช่นกัน
เพราะทุกครั้งที่นายทักษิณพูดก็กลบรัศมีนายเศรษฐา เพราะฉะนั้นปัญหาใหญ่คือไม่อยากให้นายทักษิณพูด เพราะทุกครั้วที่พูดแล้วจะเป็นแต้มเป็นคะแนนให้ฝ่ายที่เสียคะแนนมีความรู้สึกว่า ทำอย่างไรไม่ให้นายทักษิณพูด
เพราะเมื่อนายทักษิณพูดแล้วไม่ต้องมีการตีความหรือปีนบันได้ฟัง เช่นกระแสดิจิทัลวอลเล็ต ที่นายทักษิณอธิบายหลักคิดต่าง ๆ ได้อย่างเข้าใจและเป็นแต้มต่อ
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า กรณีที่มีผู้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการครอบงำไม่ครอบงำพรรคเพื่อไทย ถ้าจะตั้งคำถามเฉพาะพรรคเพื่อไทยก็สามารถตั้งได้ แต่ถ้าคนติดตามข่าวการเมืองจะเห็นว่า พรรคอื่นมีลักษณะเช่นนี้หรือไม่ ในความหมายคือมีเส้นบาง ๆ แบ่งกันอยู่ว่าผู้นำทางจิดวิญญาณ ผู้นำทางความคิด คนที่มีประสบการณ์ถูกตัดสิทธิทางการเมือง สามารถพูดและเข้ามาถึงการทำงานได้หรือไม่ และมีผลถึงขั้นกำหนดทิศทางของรัฐบาลได้เลยหรือไม่
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่นายทักษิณ ชินวัตรพูดในงานดินเนอร์ส ทอล์ก คือสิ่งผ่านประสบการณ์ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว ซึ่งนี่คือประสบการณ์ของนายทักษิณที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน 20 กว่าปี
จะเห็นได้ว่าทุกอย่างที่นายทักษิณพูด เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้อยู่แล้ว เป็นเพียงการตอกย้ำเส้นเรื่องให้หนักแน่นขึ้น มากกว่าการครอบงำเท่านั้น
"อิ๊งค์" ควรเป็นนายกฯ ช่วงคะแนนนิยม "เพื่อไทย" พุ่ง
ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า การครอบงำไม่ครอบงำอยู่ที่ตัวนายทักษิณคนเดียว ไม่ได้อยู่ที่นางสาวแพทองธาร ถ้านายทักษิณไม่แสดงอาการออกมาชัดเจน จะอย่างไรก็ดูไม่ออก ไม่มีคนกล่าวหาว่าครอบงำ ยกตัวอย่างเช่น หากนายทักษิณมีนโยบาย A อยากพูด ก็ไม่จำเป็นต้องพูด ให้นางสาวแพทองธารพูด เพราะถ้านายทักษิณพูดก่อนว่านโยบาย A ดี และวันรุ่งขึ้น นางสาวแพทองธารออกมาบอกว่านโยบาย A สุดยอด คนจะเริ่มมองแล้ว
กลยุทธ์ง่าย ๆ คือ นายทักษิณไม่ต้องพูด ให้นางสาวแพทองธารพูดก่อนแล้วนายทักษิณค่อยพูดสนับสนุน
หลังจากนี้บทบาทของนายทักษิณนั้นสำคัญต่อนางสาวแพทองธารมาก เพราะถ้าพลาดนิดเดียวจะทำให้คำว่าครอบงำนั้นถูกตรึงไว้ทันที เพราะหลายคนเฝ้าจับตามอง
ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวต่อว่า ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า นางสาวแพทองธารไม่มีโจทย์ แต่นายทักษิณมีโจทย์เพียบ มีคนต่อคิวรอเพียบ ต่อมาดันลูกสาวมาเป็นนายกรัฐมนตรี คนก็มองว่ามีเป้าหมายใหม่ ทีนี้ก็รอคอยทิ่มเต็มที่หากนายทักษิณพลาดหรือนางสาวแพทองธารพลาด
ฉะนั้น ตรงนี้คือสิ่งสำคัญที่ว่า ความอยู่รอดของนางสาวแพทองธารขึ้นอยู่กับนายทักษิณ ส่วนในเรื่องของผลงานคงต้องเดินหน้ากันไป ส่วนตัวยังมองว่าขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี
ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวต่อว่า ประเด็นต่อมาคือ ผู้ร้องสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ ว่ามีคนมาครอบงำอยู่เบื้องหลังการเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของนายพิชิต ชื่นบาน ในรัฐบาลนายเศรษฐา ก็ค่อยไปพิสูจน์กันต่อไป
การมีนักร้องในประเทศไทยนั้นมีข้อดีคือทำให้ทุกคนต้องระวังตัว แต่ก็มีข้อเสียคือทำให้ทุกคนไม่สามารถทำงานได้อย่างไหลลื่น ก็มีดีมีเสียกันไปตราบใดที่ยังอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย
ผศ.ดร.สุวิชา กล่าวว่า นางสาวแพทองธารควรเข้ามาเป็นรัฐมนตรีก่อน จากนั้นแสดงผลงาน สลัดภาพนายทักษิณออกไปก่อน ก้าวทีละขั้น แต่เผอิญว่าหนังดูจะวิ่งเร็วไปหน่อย
นางวสาวแพทองธารควรเป็นนายกรัฐมนตรีช่วงที่ความนิยมของพรรคเพื่อไทยกำลังพุ่ง หากเข้ามาในช่วงที่กระแสของพรรคเพื่อไทยกำลังลงนั้นเหนื่อย เพราะต้องผลักหัวลูกศรให้ขึ้นให้ได้
"เพื่อไทย" เตรียมพร้อม ไม่หวั่นโดนคดี "ทักษิณ" ครอบงำพรรค
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า สิ่งที่ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยดำเนินการศึกษา มีเรื่องของการยุบพรรคการครอบงำมาแล้ว และมีพัฒนาการโดยลำดับ เช่น พรรคการเมืองที่โดนยุบพรรคไปก็ต้องมาคุยกันว่า เหตุใดพรรคที่เลือกมาโดยประชาชนมากมายถึงโดนให้ยุบพรรคโดยคนเพียง 9 คน
ฉะนั้นจึงมีการศึกษาตลอดว่าอะไรคือครอบงำไม่ครอบงำ ก็ต้องไปแก้กฎหมาย ซึ่งการแก้กฎหมายดังกล่าวก็ต้องมีกระบวนการที่คนในสังคมมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
ตนคิดว่า คนที่จ้องจะร้องต้องไปรอดูคำวินิจฉัยที่ละเอียดมา แล้วมาหาว่ามีช่องใดที่จะเล่นงานได้บ้าง
ย้อนกลับไปในช่วงก่อนเลือกตั้งปี 2566 คะแนนเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยดีมาก ขณะนั้นนายทักษิณตั้งคลับเฮาส์จัดรายการคุยเรื่องการเมืองได้เสียงตอบรับล้นหลาม กระทั่งสิ้นสุดการเลือกตั้งนายทักษิณก็ถอยตัวเองออกมา ให้นายเศรษฐาได้บริหารราชการแผ่นดิน
นอกจากนี้ ตนเชื่อว่าการออกมาพูด วิพากษ์วิจารณ์ของนายทักษิณเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง และเชื่อมั่นว่านายทักษิณสามารถมองได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป พรรคเพื่อไทยมีความระมัดระวังอยู่แล้ว
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ประชาชน แฟนคลับ มีสิทธิ์คิดมีสิทธิ์เสนอให้นายทักษิณอยู่เงียบ ๆ ได้ แต่ตนยังยืนยันว่า ระยะเวลาช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน และนายทักษิณเพียงไปพูดในงานดินเนอร์ส ทอล์ก เท่านั้น เชื่อว่านายทักษิณก็ต้องระมัดระวัง และเมื่อเวลาโอกาสของนางวสาวแพทองธารมาถึงเชื่อว่าก็ต้องเฉิดฉาย