"นักร้องปริศนา" ยื่นร้องเพิ่ม ตัดสิทธิ์ อิ๊งค์-กก.บห.เพื่อไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผู้ร้องเรียนคนเดิมที่เคยยื่นเรื่องเพื่อให้ยุบพรรคเพื่อไทย โดยไม่ขอเปิดเผยตัวตน ครั้งนี้มายื่นเพิ่มเติมอีก 2 คำร้อง โดยคาดกะว่าจะเอาให้ครอบคลุม เพราะครั้งที่แล้วร้องยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ครั้งนี้ลงรายละเอียดเพิ่ม คือ ขอให้ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค และวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรี ของน.ส.แพรทองธาร ให้สิ้นสุดลงด้วย

นักร้องไม่ เปิดเผยตัวตน ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2567 ขอให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำสั่งยุบพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับที่ กกต. เคยยื่นเรื่องให้ยุบพรรคก้าวไกล กรณีที่พรรคเพื่อไทยยินยอมให้บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกชี้นำกิจกรรมของพรรค

ในหนังสือร้องเรียน อ้างถึง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตอนหนึ่งว่า นายเศรษฐา ทวีสิน มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในการนัดพบนายพิชิต ชื่นบาน 

ครม. รายการเข้มข่าวค่ำ
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ก่อนที่ต่อมาจะนำความกราบบังคมทูล เพื่อเสนอแต่งตั้งนายพิชิต เป็นรัฐมนตรี ทั้งที่เคยถอนชื่อจากบัญชีเสนอแต่งตั้งรัฐมนตรีไปก่อนหน้านี้ เป็นพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า นายเศรษฐา อาจจะมีการเอื้อประโยชน์ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีโดยมิชอบ (ในคำร้องแรกขอให้ยุบพรรค )

ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2567 "ไอ้โม่ง" คนดังเดิม ยื่นร้องเรียนต่อ กกต. เพิ่มอีก 2 เรื่อง โดยใช้ฐานแห่งข้อเท็จจริงเดียวกันกับที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้วินิจฉัยให้ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง 

คำร้องที่ 2 คือ ขอให้ออกคำสั่งให้คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เนื่องจากคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เห็นชอบหรือยินยอมให้นายเศรษฐา เสนอแต่งตั้งนายพิชิต เป็นรัฐมนตรี

ซึ่งตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.2561 กำหนดไว้ในข้อ 112 ว่า “ การคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ต้องให้สมาชิกมีส่วนร่วมอในการดำเนินการดังกล่าว และพรรคการเมืองต้องมีคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง

และจากคำร้องที่ 2 จะโยงมาสู่คำร้องที่ 3 คือ  ขอให้ กกต. ใช้อำนาจยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรี ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลที่กำลังจัดตั้ง ว่าต้องสิ้นสุดลงหรือไม่  เนื่องจากบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย  ตามคำร้องที่ 2  ซึ่งอาจทำให้เป็นผู้ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และอาจมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง  อาจทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)

เท่ากับว่าในการร้องชุดนี้ หากท้ายที่สุดแล้วกลายเป็นประเด็นความผิดจริง โทษที่จะเกิดขึ้น จะโดนถึง 3 เด้ง คือ ยุบพรรค ตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคทั้งชุด และยังให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลงด้วย

นักวิทย์ถ่ายภาพความละเอียดสูงพื้นผิว “ดาวเหนือ” ได้เป็นครั้งแรก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ