ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างต่อเนื่องสำหรับเส้นทางการเมืองของ “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ซึ่งแม้ขณะนี้จะยังอยู่ในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลและยังไม่ได้เริ่มทำหน้าที่เต็มตัว แต่ตอนนี้มีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบ “นายกฯอิ๊งค์” และพรรคเพื่อไทย รวมกันแล้ว 9 ประเด็น
ซึ่งอาจจะประเด็นร้อนเหล่านี้อาจจะกลายมาเป็นอุปสรรค์บนเส้นทางการเมืองของ “นายกฯอิ๊งค์” หรือไม่ วันนี้พีพีทีวีจึงได้รวบรวมประเด็นร้อนทั้ง 9 ประเด็น สรุปได้ดังนี้
ประเด็นที่ 1
กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบว่า น.ส.แพทองธาร ในฐานะรองประธานยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ฯ ถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูยว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 4 หรือไม่ เพราะในคำสั่งแต่งตั้งระบุให้เบิกจ่ายเบี้ยประชุมจากงบประมาณสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ประเด็นที่ 2
กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2567 น.ส.แพทองธารกับครอบครัวไปกินข้าว ร้องเพลงท โรงแรมแรนโชชาญวีร์ เขาใหญ่ ใครจ่ายเงินให้ หากมิได้จ่ายเงินเอง เข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูยว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 128 วรรคหนึ่ง ที่ห้ามเจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้หรือไม่ เพราะ น.ส.แพทองธาร เป็นรองประธานประธานยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ฯ รองประธานพัฒนาระบบสุขภาพฯ และประธานพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ฯ ถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูยว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 4
ประเด็นที่ 3
กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบว่า น.ส.แพทองธารลาออกจากกรรมการ 21 บริษัทในเครือชินวัตร ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.2567 จริงหรือไม่ เพราะพบว่ามีการไปจดทะเบียนแจ้งการลาออกต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 19 ส.ค.2567 หลังจากได้รับโปรดเกล้าฯเป็นนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 18 ส.ค.2567 หากลาออกหลังจากวันที่ 18 ส.ค.2567 ความเป็นนายกรัฐมนตรี จะสิ้นสุดลงหรือไม่ เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 ห้ามรัฐมนตรีเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นหรือลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
ประเด็นที่ 4
กรณีบุคคลนิรนาม ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ในคำวินิจฉัยกรรีถอดถอนนายเศรษฐา ทวีสิน ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุว่านายทักษิณชี้นำนายเศรษฐาให้เสนอแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี เท่ากับพรรคเพื่อไทยยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร ครอบงำพรรค
ประเด็นที่ 5
กรณีบุคคลนิรนาม ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สั่งให้กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ (น.ส.แพทองธาร ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดดังกล่าว) เพราะยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร ครอบงำพรรค
ประเด็นที่ 6
กรณีบุคคลนิรนาม ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยื่นถอดถอน น.ส.แพทองธาร ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ที่ยอมให้นายเศรษฐา ทวีสิน นำชื่อนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี ซึ่งถือว่า น.ส.แพทองธาร ขาดจริยธรรมร้ายแรง
ประเด็นที่ 7
กรณีบุคคลนิรนาม เตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ยุบพรรคร่วมรัฐบาลต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่อวจากไปประชุมจัดตั้งรัฐบาลที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เมือ่วันที่ 14 ส.ค.2567 เท่ากับยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกครอบงำ
ประเด็นที่ 8
กรณีบุคคลนิรนาม เตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ยืนถอดถอน น.ส.แพทองธาร ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะขาดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีทุจริตในการสอบเข้าเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประเด็นที่ 9
กรณีบุคคลนิรนาม เตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ยืนถอดถอน น.ส.แพทองธาร ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะขาดจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากกรณีถือหุ้นสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่มีปัญหาเรื่องที่ดินธรณีสงฆ์