สิ้นเดือนนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะเกษียณอายุราชการ และก็จะต้องมีการคัดเลือก และแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ แม้ก่อนหน้านี้แคนดิเดตคนสำคัญ คือ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาลแต่เส้นทางต้องชะงักไป หลังถูกตัดสินให้ออกจากราชการ และถูกสั่งสอบวินัยจากการพัวพันเว็ปพนันออนไลน์ แม้จะยังมีโอกาสร้องศาลปกครอง แต่ดูจากห้วงเวลาแล้วไม่น่าจะทันสมัยนี้ ส่วนโอกาสต่อไปยังจะมีโอกาสกลับมาชิงอีกหรือไม่ วันนี้ทีมข่าวพีพีทีวี ได้คุยกับ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ
พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวี ถึงเก้าอี้พิทักษ์ 1 ซึ่งยอมรับว่า กระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจประจำปีนี้ เพื่อทดแทนข้าราชการตำรวจที่จะเกษียณในวันที่ 30 กันยายนนี้ ถือว่าล่าช้ากว่าปกติ อย่างตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปกติแล้วจะต้องดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม
แต่ปีนี้ล่าช้าเนื่องจากว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจจะต้องเป็นไปตามกฎหมายพระราชบัญญัติข้าราชการตำรวจปี 2565 และต้องเป็นไปตามกฎ ก.ตร. ซึ่งก็มีรายละเอียดเรื่องวันเวลา การกำหนดความอาวุโส ที่นายกรัฐมนตรีเพิ่งลงนามไปเมื่อวันที่ 5 เมษายน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ ต่อเมื่อพ้น 180 วันนับตั้งแต่ที่วันลงนาม จึงจะใช้กฎนี้ได้ซึ่งจะครบในวันที่ 2 ตุลาคม ดังนั้นกระบวนการแต่งตั้ง ผบ.ตร. และข้าราชการทุกระดับ จะเริ่มต้นวันที่ 3 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป
เมื่อให้มองแคนดิเดต ผบ.ตร. ที่เข้าหลักเกณฑ์ พล.ต.อ.เอก บอกว่า ในเรื่องของตำแหน่งงานตามกฎหมายกำหนดไว้ 2 เงื่อนไข คือ 1.ต้องมียศเป็นพลตำรวจเอก 2. ตำแหน่งต้องเป็นรอง ผบ.ตร. หรือ จเรตำรวจ ซึ่งถือเป็นยศเทียบเท่า โดยนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้เสนอชื่อคัดเลือก ผบ.ตร. ซึ่งจะต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ ตามกฎหมายกำหนด อย่างเรื่องความอาวุโส ความสามารถ ประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวนป้องกันปราบปราม
ขณะนี้มีบุคคลที่เข้าหลักเกณฑ์ 3 ท่าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ. ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจ และ พล.ต.อ. ชธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ซึ่งส่วนตัวมองว่า ทั้ง 3 ท่าน มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดทั้งหมด หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่านายกฯ จะหยิบยกท่านใดเสนอให้ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบ
พยากรณ์ฝนล่วงหน้า 1-10 ก.ย. ร่องมรสุมพาดผ่าน ฝนตกหนักถึงหนักมาก
ทั้งนี้ในรอบที่ผ่านมา เกิดปัญหาร้องเรียนเรื่องการไม่เสนอตั้งแคนดิเดตตามอาวุโสสูงสุด ในครั้งนี้ควรต้องยึดอาวุโส 1 ขึ้นมาก่อนหรือไม่ พล.ต.อ.เอก อธิบายว่า ตามกฎใช้คำว่า คำนึงถึงอาวุโสสูงสุด ซึ่งคำว่า "คำนึงถึง" ไม่ใช่การกำหนดชัดว่าจะต้องอาวุโส 1 เท่านั้นที่จะได้รับการพิจารณา โดยการให้คำนึงถึง หมายถึงว่าจะต้องมีเหตุผลอื่นประกอบด้วย และก็ต้องมีเหตุผลชี้แจงให้ได้ว่าทำไมถึงไม่เลือกอาวุโส 1 ซึ่งในครั้งที่ผ่านมา มีการเลือกผู้อาวุโสลำดับ 4 เข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งตนเองก็เป็นเสียงส่วนน้อยที่คัดค้าน แต่ท้ายสุดก็ต้องเคารพเสียงคณะกรรมการส่วนใหญ่ และขึ้นอยู่กับแนวทางการพิจารณาของนายกรัฐมนต รีที่มีอำนาจเสนอชื่อ
พล.ต.อ.เอก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ ซึ่งจะเป็นคณะกรรมการชุดที่ตรวจสอบการใช้อำนาจของ ก.ตร. และผู้บังคับบัญชาในการแต่งตั้งโยกย้าย ว่าใช้อำนาจอย่างถูกต้องโดยชอบธรรมหรือไม่อยู่แล้ว ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว หากแคนดิเดต ผบ.ตร. ที่อาวุโสอันดับ 1-3 ร้องเรียนให้ตรวจสอบการแต่งตั้ง ก็อาจมีผลพิจารณาเกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าก็ไม่มีใครร้องเรียนคณะกรรมการชุดนี้ แต่ท้ายที่สุดกลับไปมีการร้องเรียน ป.ป.ช.แทน
ส่วน พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ที่ถูกให้ออกจากราชการ พ้นจากตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ทำให้ไม่มีชื่ออยู่ในแคนดิเดต พล.ต.อ.เอก ระบุว่า ทางคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม วินิจฉัยเป็นที่สุดแล้วว่าให้ คำสั่ง พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน ชอบด้วยกฎหมาย และคดีทางวินัยตอนนี้ก็อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งตรงนี้หากจะสู้ต่อก็ต้องไปฟ้องศาลปกครองภายใน 90 วัน คาดว่ากระบวนการต่อสู้ทั้งสามส่วนนี้ ไม่น่าจะแล้วเสร็จทันกระบวนการเสนอชื่อคัดเลือก ผบ.ตร. ในปีนี้
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงประเด็นที่มีกระแสข่าวว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะมอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย มาดูกำกับดูแลตำรวจแทน
พล.ต.อ.เอก ระบุว่า ถึงอำนาจหน้าที่ของ นายกรัฐมนตรี ว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถือเป็นผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสามารถมอบหมายให้คนอื่นมากำกับดูแลงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ แต่นายกฯ ยังมีตำแหน่งเป็นประธาน ก.ตร. ซึ่งตำแหน่งประธาน ก.ตร. นี้นายกฯ จะต้องเข้าประชุมด้วยตัวเองทุกครั้ง มอบหมายคนอื่นเป็นประธานแทนไม่ได้