นายจักรกฤช ตันเลิศ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ผ่าน รายการเปิดโต๊ะข่าว ทาง PPTV HD 36 เกี่ยวกับความคืบหน้าคดี 2 บิ๊กตำรวจประกอบด้วย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ. สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร.
นายจักรกฤช กล่าวว่า สำหรับคดีของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ มีเรื่องถูกร้องมาทาง ป.ป.ช.ทั้งหมด 3 คดี ประกอบด้วย 1.คดีเกี่ยวกับบ้านย่านสโมสรตำรวจ ที่ถูกร้องถึงการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด กรณีมีคนออกค่าน้ำค่าไฟให้
2.คดีมินนี่ ซึ่งเป็นคดีที่ตำรวจไซเบอร์ส่งคำร้องมา และ ป.ป.ช.ได้มีมติรีบไว้ดำเนินการ 3.คดีที่เกี่ยวกับเว็บพนันอีกเว็บหนึ่ง โดยทั้ง 3 คดี ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะพนักงานไต่สวนขึ้นมาตรวจสอบเบื้องต้น พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก่อนที่จะเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาต่อว่าจะรับไว้ไต่สวนหรือไม่ต่อไป
ในส่วนของคดีเกี่ยวกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ มีจำนวน 2 คดีแต่เป็นเรื่องเดียวกัน เป็นคดีที่ตำรวจ ปปป.และภาคเอกชน ส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามา โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งมีการตั้งคณะพนักงานไต่สวนขึ้นมาตรวจสอบเช่นเดียวกับกับคดีของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์
ปภ.รายงานน้ำท่วม 5 จว. ภาคเหนือ-ภาคกลางตอนบนยังอ่วม!
“เงินสงเคราะห์บุตร 2567” เช็กเลยแต่ละเดือนโอนเข้าบัญชีวันไหนบ้าง
นักวิทย์ถ่ายภาพความละเอียดสูงพื้นผิว “ดาวเหนือ” ได้เป็นครั้งแรก
นายจักรกฤช กล่าวย้ำว่า เนื่องจากคดี 2 บิ๊กตำรวจ เป็นคดีใหญ่ และเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ป.ป.ช.จึงเน้นย้ำในเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนทำงานด้วยความระมัดระวัง ป้องกันข้อครหาว่าเลือกปฏิบัติ พร้อมกำชับให้การตรวจสอบคดีของนายตำรวจทั้ง 2 นาย ต้องทำควบคู่กันไป โดยปกติ ป.ป.ช.จะมีกรอบการทำงานประมาณ 6 เดือน แต่สำหรับคดีทั้งหมดนี้ ได้ถูกกำชับให้เร่งรัดการทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าคดีทั้งหมดน่าจะตรวจสอบเสร็จพร้อมกันหรือใกล้เคียงกัน
“คดีของนายตำรวจทั้ง 2 นาย เรามีรูปแบบการทำงานที่เหมือนกัน และ เน้นย้ำให้พนักงานไต่สวนของแต่ละคณะที่มีมากกว่า 10 คน ช่วยกันทำงานด้วยความระมัดระวัง ตรงไปตรงมา และไม่เลือกปฏิบัติ”
นายจักรกฤช ยังกล่าวถึงการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ที่เกี่ยวข้องกับบ้านในต่างประเทศว่า ป.ป.ช.อยู่ระหว่างตรวจสอบและได้รับคำชี้แจงจาก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์แล้ว โดยขณะนี้คณะพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินได้สั่งให้มีการสอบพยานเพิ่มเติมในอีก 2-3 ประเด็น ก่อนที่จะเสนอให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณาต่อไป
ส่วนอีกคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ร้องนายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เป็น ผบ.ตร. โดยไม่คำนึงถึงลำดับอาวุโส นายจักรกฤช กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว ก่อนมีความเห็นว่าข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัย จึงได้ตั้งประเด็นให้ไปตรวจสอบเพิ่ม 2-3 เรื่อง บางประเด็นต้องรอคำตอบจากหน่วยงานภาครัฐ ซื่งมีกรอบเวลากำหนด หากพ้นกำหนดเวลาแล้วยังไม่มีหนังสือตอบกลับ ก็จะต้องทำเรื่องทวงถามไปอีกครั้ง
“ป.ป.ช.ค่อนข้างระมัดระวังเรื่องความเป็นกลาง ระมัดระวังข้อครหาเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ ดังนั้นทุกคดีต้องทำควบคู่กันไปให้เสร็จใกล้เคียงกันหรือพร้อมๆ กัน แม้แต่นัดประชุม เรายังทำพร้อมกัน เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาว่าเลือกช่วยฝั่งใดฝั่งหนี่ง”