คุณฐิติวรดา เอกบงกชกุล ผู้อำนวยการสำนักเผ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต เปิดเผยผ่านรายการ "ปิดไมค์ถาม" ทาง PPTV HD36 โดยมีคุณสุชาดา นิ่มนวล เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งเผยถึง การทำงานรวมถึงผลงานของศูนย์ CDC มีบทบาทสำคัญมากๆ ในการสกัดกั้น ตรวจสอบ ป้องกันการทุจริตที่เกิดขึ้น ว่าศูนย์ CDC เปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2565 ซึ่งเลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงข่าวเปิดศูนย์ ก่อนหน้านั้นเราก็มีการเตรียมความพร้อมและเริ่มมีการดำเนินการมาพอสมควร
แต่ว่าถ้าเป็นทางการจริงๆ ก็ขอนับวันที่ท่านเลขา ป.ป.ช. ในฐานะเป็นผอ. ศูนย์ CDC ก็คือ Corruption Deterrence Center หรือว่าศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ คือ การทำงานของเราอยากทำงานในมิติใหม่ อยากให้เห็นว่าการทำงานในส่วนของสำนักงาน ป.ป.ช. ชื่อเต็ม คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
สอดคล้องกับนโยบายของผู้บริหาร คือ ป้อง นำ ปราบ โดยเน้นการป้องกัน และใช้ป้องปราม มานำการปราบปราม ซึ่งการปราบปรามเราจะต้องใช้กระบวน ใช้เวลา รวมถึงงบประมาณในการที่จะพิสูจน์ ว่าผู้ถูกที่กล่าวหาเป็นผู้กระทำการทุจริตจริง ก่อนถูกดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ซึ่งตรงนั้นไม่ได้เป็นผลดีเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นกับใคร เพราะว่าเกิดความสูญเสีย แล้วก็เสียหายไปแล้ว ดังนั้นเราก็เลยคิดถึงมิติใหม่ๆ ว่าทำอย่างไรให้เกิดการระงับยับยั้ง ไม่ให้เกิดการทุจริต แล้วก็ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับประเทศได้ เพราะฉะนั้นเราก็เน้นป้องกันและป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริตหรือว่าทำให้เค้าทุจริตได้ยากขึ้นเราไปสกัดในกระบวนการระหว่างทาง
เมื่อถามว่า ถือเป็นการดักตั้งแต่ต้นทางเลยดีกว่ามาแก้ปลายทางหรือไม่ คุณฐิติวรดา กล่าวว่า ใช่ เพราะปลายทางจะเห็นว่าเราจะต้องไปพิสูจน์ผู้ถูกกล่าวหา ในเวลานั้นเค้าทำความผิดจริง มีการทำทุจริตแล้ว กระบวนการของเค้ามีใครบ้าง ที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาลงโทษ แต่ว่าความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องงบประมาณแผ่นดิน หรือว่าอาจจะสูญเสียต่อทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งอาจะถูกบุกรุกที่ดินหรือถูกดูดทรัพยากรไปใช้ อย่างเช่น ดูดทราย หรือในส่วนของตัดไม้ทำลายป่าความเสียหายแบบนี้เอากลับคืนมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรามาเน้นแก้ที่ต้นทางในสิ่งที่ทำได้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน
เมื่อถามว่า บทบาทของศูนย์ CDC มีอะไรบ้าง คุณฐิติวรดา กล่าวว่า ศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ คือคำว่าป้องปราม เราไม่ได้เป็นการปราบ ถ้าปราบคือคุณทำผิดแล้ว แต่เราก็ดำเนินการอย่างรวดเร็วฉับพลัน นำผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่อันนี้เป็นการป้องกันและปรามอย่าทำนะ ถ้าทำเราจับตาคุณอยู่ และคุณอาจถูกปราบเข้าสู่กระบวนการไต่สวน
ซึ่งนำมาความสูญเสียของผู้กระทำผิดเหมือนกัน เพราะอาจจะถูกยึดทรัพย์หรือโทษจำคุกทางกระบวนการอาญาต่อไป เราก็จะมีวิธีการที่จะใช้เครื่องมือนี้ในการกระตุกเตือนใจผู้ที่คิดจะกระทำผิดให้คิดใหม่นะกลับใจกลับตัวได้ หรือว่าในกรณีที่อาจจะไม่ได้มีความตั้งใจอยากจะกระทำ แต่ด้วยความไม่รู้ หรือถูกบังคับข่มขู่ให้กระทำการ โดยผู้มีอำนาจบังคับบัญชาเหนือกว่าขึ้นไป เราเองก็จะช่วยในส่วนนี้ด้วย
เมื่อถามต่อว่า หากขยายภาพให้ชัดเจนขึ้นแล้วบทบาทในการเข้าไปป้องปรามทำยังไงบ้าง คุณฐิติวรดา กล่าวว่า เริ่มจากกระบวนการที่จะนำเรื่องเข้ามา ที่เราจะเฝ้าระวัง ในส่วนนี้เราจะมีเจ้าหน้าที่คอยมอนิเตอร์ สอดส่องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียให้ความสนใจในประเด็นอะไร พูดถึงประเด็นอะไร ที่คิดว่าสุ่มเสี่ยง แล้วจะเกิดการทุจิตเหมือนเป็น Social listening ในส่วนนึง
อีกส่วนเราเปิดรับข้อมูลจากการมีส่วนร่วมของประชาชน อาจะเป็นภาคประชาชนที่เรามีการสร้างความเข้มแข็งอย่าง Strong เป็นภาคประชาชนชื่อเต็มๆคือ Strong จิตพอเพียงต้านทุจริตให้ข้อมูลมา หรือแม้กระทั่งประชาชนในภาคส่วนอื่นๆ หรือภาคเอกชน หรือเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนั้นเองแต่ไม่อยากจะเผยตัวก็แจ้งเบาะแสข้อมูลมาให้เรา พอเราได้รับเรื่องเราก็มาตรวจสอบก่อนว่าในประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของ ป.ป.ช.หรือไม่ มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดทุจริตหรือไม่ และเคยมีเรื่องร้องตรงนี้หรือเปล่า อยู่ในความรับผิดชอบของใครจะดูในประเด็น และถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ ที่อยู่ในต่างจังหวัดซึ่ง ป.ป.ช. เอง ก็จะมีสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ และก็มีสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ที่อยู่ประจำภาคอยู่ 9 ภาค เราจะแจ้งเรื่องไปให้พื้นที่เค้าให้รับทราบเมื่อพื้นที่เค้าได้รับข้อมูลเค้าจะไปตรวจสอบว่าในเรื่องนั้น ที่ได้รับแจ้งมามีข้อมูลอะไร เกี่ยวข้อกับหน่วยงานอะไรบ้างแล้วก็ต้องสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าของเรื่องเจ้าของพื้นที่ว่ามีประเด็นแบบนี้จริงมั้ย มีการร้องเรียนว่าแบบนี้ หรือแม้กระทั้งอาจจะต้องลงพื้นที่นั้นๆ ด้วยตัวเอง
"โดยที่บางเรื่องถ้าเป็นเรื่องที่ลับมากๆ เหมือนกับว่าถ้าได้รับข้อมูลมาว่า ณ วันนี้เวลานี้จะมีการลักลอบดูดทรายหรือเข้าไปตัดไม้ทำลายป่าหรืออะไรพวกนี้ เรื่องพวกนี้ต้องลับและเร็วคือบางทีเราอาจแจ้งพื้นที่ได้ไม่ทัน เราก็อาจจะมีเฉพาะทีม ปปช. เอง ซึ่งจะมีทั้งเจ้าหน้าทีสืบสวนสอบสวนหรือเจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต หรืออาจจะมีเจ้าพนักงานการไต่สวนการทุจริตร่วมไปกับท่าน ผอ. ที่อยู่ประจำจังหวัดนั้นลงไปดูพื้นที่ก่อนว่าเป็นยังไง เพราะบางเคสก็จะเห็นมีการกระทำผิดแต่ว่าในเรื่องมันเร็วไม่แน่ใจว่าเค้าได้ขอมูลมาจากไหนว่าเราจะเข้าก็ไม่พบผู้กระทำผิดแต่พบอุปกรณ์เครื่องมือ"
“เงินสงเคราะห์บุตร 2567” เช็กเลยแต่ละเดือนโอนเข้าบัญชีวันไหนบ้าง
นักวิทย์ถ่ายภาพความละเอียดสูงพื้นผิว “ดาวเหนือ” ได้เป็นครั้งแรก
เมื่อถามว่า วันนี้ ป.ป.ช. ทำหน้าที่คล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเลยหรือไม่ คุณฐิติวรดา กล่าวว่า จริงๆ แล้วเราอาจจะยังไม่ถึงการจับกุม เพราะเราไม่มีอำนาจในการจับ แต่เราไปดูข้อเท็จจริงก่อน ว่ามีแบบนั้นจริงหรือไม่ บางทีถ้าเราบอกหลายๆ หน่วย อาจจะสุ่มเสี่ยงในการที่ข้อมมูลหลุดรั่ว ดังนั้นเราลองไปดูก่อนว่ามีจริงหรือไม่ มีลักษณะพื้นที่แบบนั้นจริงหรือไม่ พอเข้าไปดูก็พบจริงแต่ไม่พบคนกระทำผิดแต่พบอุปกรณ์เครื่องมือและรถต่างๆ ทิ้งอยู่
เมื่อถามว่า กรณีอย่างเคสร้องเรียนการดูดทราย ที่เจอการร้องเรียนเข้ามา เรื่องนี้ คุณฐิติวรดา กล่าวว่า ก็จะมีลงไปดู แต่ว่าก่อนจะไปลงดูต้องประเมินดูก่อนความสุ่มเสี่ยงสำคัญแหละว่าเจ้าหน้าที่เราต้องปลอดภัย สมมุติถ้าเราเข้าไปเองโดยลำพังโดยที่ไม่ได้บอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปด้วย หรือว่าแม้กระทั่งตำรวจ ต้องประเมินด้วย ถ้าไม่ไหวต้องประสานของความร่วมมือจากหน่วยงานที่เป็นเจ้าของพื้นที่ หรือว่าอยู่ในหน้าที่ อำนาจโดยตรง หรือว่าถ้าอยู่ในเขตพื้นที่ของป่าไม้ก็ต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้หรือว่าอุทยานต่างๆ ลงไปด้วยกัน เพื่อที่จะไปดูว่ามีเหตุการณ์ที่ได้รับแจ้งมาจริงหรือไม่
"บางทีอาจเป็นที่ค่อนข้างเปิด ไม่ปิดมาก เราอาจขับรถไปดูไปวนดูก่อนได้ อาจจะเป็นการหาข่าวเรียกว่าหาข่าวล่วงหน้า เพราะบางสถานการณ์ทาง ผอ. จังหวัดต่างๆ ท่านก็ใช้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของ ป.ป.ช. ลงไปดูพื้นที่ก่อนแล้วสมมุติว่าที่แจ้งพิกัดหรืออะไรต่างๆ ตรงตามนั้นมีโครงการแบบนั้นและมีความสุ่มเสี่ยงก็มารายงานท่านผอ. จังหวัดนั้น แล้วก็อาจจะลงไปอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ หรือเจ้าของโครงการนั้น"
เมื่อถามว่า มีเคสไหนบ้าง ที่ลงพื้นที่ไปแล้ว แล้วเจอการกระทำความผิดซึ่งหน้า คุณฐิติวรดา กล่าวว่า เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ อย่างกรณีเจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต เรียกสั้นๆ ว่าเจ้าป้อง พอดีมาอบรมกับเรา คือเป็นเจ้าป้องระดับสูงก็มาเล่าให้ฟังว่าเหตุการณ์ล่าสุดเค้าเพิ่งได้รับแจ้งว่าจะมีการบรรทุกดินเกินตามที่กฎหมายกำหนด ที่จะทำให้ถนนเสียหายรถบรรทุกน้ำหนักเกินจะมีผ่านเส้นทางนี้ มีกันบ่อยๆ แล้วก็มีการเคลื่อนย้ายอยู่ตลอด เจ้าหน้าที่เราก็ลงไปเลยลองไปดูข้อมูลก่อนลองไปขับรถตามปรากฎว่าไม่แน่ใจว่าเค้าทราบได้ไงว่าเราเป็นรถของ ป.ป.ช.ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีโลโก้ ไม่ได้มีอะไรป็นรถ เขาอาจจะมีสายของเค้าอีกทีเหมือนกัน
"ว่าจะมีคนตามหรือมีอะไรยังไง ปรากฎว่าน้องเค้าก็ถ่ายคลิปมานะคะ คือรถคันนั้นปกติต้องเลื่อนมาข้างหน้าแต่รถคันนั้นขับถอยๆๆๆมาเรื่อยๆ รถของ ปปช. ก็ต้องถอยร่นออกมา ซึ่งเหมือนกันว่ารถที่ทำผิดเนี่ยเค้าจะมีรถนำหน้ากับรถตามหลังคอยประกบอยู่ ทำให้เรารู้สึกว่ามีความสุ่มเสี่ยงเหมือนกันนะ แค่เราไปดูพื้นที่ไปดูข้อเท็จจริงไปตามที่เค้าแจ้งมา ยังไม่ได้คิดว่าจะจับกุมเพราะเราไม่มีหน้าที่จับกุมเค้าอยู่แล้วคือเหมือนการไปหาข้อมูลเบื้องต้นตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลเบาะแสมา แต่ก็มีความสุ่มเสี่ยงเหมือนักกับเจ้าหน้าที่ คือ ณ ตอนนั้นเหมือนหนังเหมือนกันที่เราดูรถถอยหลังมาเพื่อจะให้เราไป"
คุณฐิติวรดา ยังเล่าเพิ่มเติมด้วยว่า ในบางเคสก็มีความเสี่ยง หากเจอในลักษณะนี้ เราจะเน้นย้ำไปที่เรื่องความปลอดภัยก่อน เพราะฉะนั้นดูแล้วสถานการณ์ประเมินแล้วเราไม่น่าจะได้เปรียบ แล้วเราก็ไปเองไม่ได้มีอาวุธไม่ได้มีหน้าที่ที่ต้องไปจับด้วย เราก็เอาข้อมูลเก็บไว้ เพราะมั่นใจว่าคนทำผิดไม่น่าจะทำผิดแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว และเขาอาจจะมีการทำใหม่ ทำซ้ำ เรารอจังหวะใหม่ แล้วก็มารวบรวมข้อมูลเพิ่มขึ้น ครั้งนี้ต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ไปกับเราจริงๆ แล้วก็ไปหาดูหลักฐานเพิ่มเติม กล้องวงจรปิด หรือว่าการเดินรถทางนั้นมีอะไรบ่อยๆ ที่ใช้เส้นทางนั้น
เมื่อถามว่า เคสที่เห็นเป็นรูปธรรม แล้วถูกพูดถึงในสังคมมากที่สุด โครงการของทาง กทม. ที่เกี่ยวข้องกับรถขยะ เรื่องนี้ศูนย์ CDC ไปเกี่ยวข้อง มีบทบาทอย่างไรบ้าง คุณฐิติวรดา ยอมรับว่าใช่ เรื่องนี้มีการแจ้งข้อมูลมาว่า จะมีการโครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอย ซึ่งเปลี่ยนจากพลังงานดีเซลเป็นพลังงานไฟฟ้า แต่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจัดทำ TOR หรือว่าราคากลางแล้วก็ความพร้อมในการดำเนินโครงการซึ่งจะมีการหมดสัญญา 4 สัญญาแต่ว่าไม่พร้อมกัน รวมแล้วมูลค่าเกือบ 4 พันกว่าล้าน ในการเช่า น่าจะมีความสุ่มเสี่ยงในการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มบุคคลใดบุคคลนึง หรือไม่เป็นโดยชอบด้วยกฎหมาย
ก็มีคนร้องเรียนให้ข้อมูลมา ทางที่ได้รับมาเรื่องมาศูนย์ CDC ได้รับเรื่องก็แจ้งมายังสำนักว่ามีเรื่องนี้เข้ามา ขอให้ลงไปดู เราได้รับข้อมูลมา เราก็ดูแล้วว่าโครงการนี้ เป็นโครงการขนาดใหญ่ เขาต้องมีขบวนการ มีขั้นตอน ในการดำเนินการ เราก็เริ่มจากการหาข้อมูลก่อน ในส่วนของโครงการต่างๆ แล้วก็นัดหมายอย่างเป็นทางการที่กับ กทม. ว่าขอหารือขอข้อมูลเรื่องนี้ เพราะว่ามีเรื่องแจ้งมาเราจึงอยากจะไปขอข้อมูล ว่ามีประเด็นสุ่มเสี่ยงอย่างที่ได้เบาะแสได้ข้อมูลมาจริงมั้ย แล้วก็ไปพูดคุยพร้อมกับไปลงพื้นที่ที่เค้าจัดเตรียมจะเป็นจุดจอดรถและเป็นจุดชาร์ตไฟฟ้า
"จากลงไปพูดคุยก็ได้ข้อมูลเราลงไปพร้อมกับผู้อำนวยการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรา ก็คือสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษลงไปด้วยกัน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของสองสำนักเลยแล้วก็คุยกับทางทีม กทม. ที่เค้าทำเรื่องนี้ก็เห็นว่าในเรืองของเอกสารก็มีความรวบรัดเร่งรัดจริงๆ ว่ากระบวนการอาจจะรวดเร็วไปมั้ย เกี่ยวกับเรื่องการหาราคากลางก็จะมีประเด็นที่น่าห่วงใยอย่างนี้ดีกว่าอยู่หลายประเด็น และพอเราได้ลงไปในพื้นที่ที่เค้าจัดเตรียมจะเป็นจุดจอดรถและชาร์ตไฟฟ้าเนี่ย เราก็ยังเห็นว่าเป็นทุ่งหญ้าอยู่ ซึ่งในส่วนนี้เค้าบอกว่าต่อไปจะมีการปรับเทปูนปรับพื้นให้มีสภาพแน่นหนาเพื่อที่จะติดตั้งหัวชาร์ตและก็เป็นจุดจอดรถได้ คือในส่วนนี้เราก็คิดว่าจะทันการมั้ยจะพร้อมมั้ยกับการที่สัญญาจะหมดพอดี แล้วคือสเปกไปกำหนดว่าต้องใช้รถไฟฟ้าซึ่งจุดจอดตรงนี้ก็ยังไม่มีความพร้อมก็เป็นประเด็นที่เราต้องมาศึกษาในรายละเอียด คือมีการเข้าประชุมในคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆด้านยานยนต์ด้านการไฟฟ้าเรื่องจุดจอดรถก็เชิญหน่วยงานเข้ามาด้วย และที่สำคัญก็เชิญ กทม. นั้นแหละมาให้ข้อมูลกับทางคณะกรรมการเราด้วยเหมือนกัน"
ส่วนความคืบหน้าในคดีนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพ โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้มีความห่วงใยในเรื่องนี้ และอยากให้พิจารณาดำเนินการให้รอบคอบรัดกุมขึ้น เช่น ประเด็นที่จัดทำ TOR บางอย่างอาจจะลงรายละเอียดหรือว่ามีการลงลึกดูเสมือนว่ามีอาจจะเป็นการล็อค หรือเอื้อประโยชน์หรือไม่ อาจจะต้องดูตรงนี้ด้วย แล้วก็ความพร้อมต่างๆ ในการดำเนินโครงการ
ที่สำคัญการที่จะเปลี่ยนจากดีเซลเป็นรถไฟฟ้าเนี่ยถือว่าเป็นการเปลี่ยนเทคโนโลยี ซึ่งวัตถุประสงค์อาจจะไม่เปลี่ยนว่าต้องการได้รถที่เก็บขนขยะเหมือนเดิม แต่พอเทคโนโลยีเปลี่ยนงบประมาณอาจมีการกระทบมั้ยอันนี้เป็นส่วนสำคัญ เพราะการใช้รถที่ใช้น้ำมันกับรถไฟฟ้า งบประมาณไม่น่าเท่ากัน อาจจะมีจุดแตกต่างต้องลองพิจารณาทบทวน ตอนนี้ผู้ว่าฯ รับทราบแล้ว และ ครม.ก็ทราบแล้วเช่นกัน
เมื่อถามว่า สถิติของศูนย์มีผลงานสถิติเป็ยอย่างไรบ้าง คุณฐิติวรดา เผยว่า ในเดือนมิถุนายน 2567 ของเราประมาณ 1,900 แต่เมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 2,028 เรื่องแล้วถ้าเริ่มจากที่เปิดศูนย์มา
"แต่มูลค่าของโครงการกับเรื่องที่เราได้มีส่วนไปเฝ้าระวังหรือมีส่วนในการตรวจสอบเบื้องต้น มูลค่าสังเกตุได้ว่าจากที่ 1,900 กว่าเรื่องสิ้นเดือมิถุนายนนะคะ มีมูลค่า 150,000 กว่าล้าน ตอนนี้เป็น 380,000 กว่าล้าน จะเห็นได้ว่าจาก 1 เดือนที่ผ่านมาเรื่องอาจจะเพิ่มไม่เยอะแต่งบประมาณที่เพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัวเลย ก็เลยว่าน่าจะเป็นเพราะว่ามีโครงการขนาดใหญ่ๆที่เราเข้าไปเฝ้าระวังไปคอยจับตาสอดส่องมีความใหญ่ขึ้น แล้วก็คนเริ่มให้ข้อมูลให้ความสนใจ ให้ความเชื่อมั่นกับศูนย์ CDC เราเยอะขึ้น"
ขณะที่ในอนาคต ได้ตั้งเป้าให้ศูนย์ CDC ด้วยการพัฒนาแบบเต็มรูปแบบ โดยการที่เราได้รับงบประมาณมาพัฒนาเพื่อออกแบบ TOR ในการจัดทำศูนย์ CDC ทั้งพัฒนาระบบบริหารจัดการ ทั้งซอฟท์แวร์ แล้วก็ในส่วนของฮาร์ดแวร์ และก็จะมี War Room ที่สำหรับพนักงานมาประจำศูนย์ 24 ชั่วโมง ในส่วนของผู้บริหารสามารถจะมามอนิเตอร์ได้ตลอดเวลา ว่าในเรื่องนี้มีเคสส่งเข้ามามีภาพและเสียงคลิปจากในพื้นที่ส่งเข้ามา ให้ส่วนกลางได้ดู และบางทีอาจจะระดมความเห็น มีการระดมกันว่าเราจะทำกับเคสนี้ยังไง เพื่อที่จะสกัดกั้นระงับยับยั้งการทุจริตให้ทันท่วงที รวมถึงเราก็มีการรับฟังไปรับรอบแรก ซึ่งเราได้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มาปรึกษาในการออกแบบระบบให้เราก็จะไปปรับปรุง ในส่วนของปีงบประมาณต่อไปคือ 2568 เราก็ได้รับงบประมาณมาเพื่อที่จะจ้างในส่วนของผู้รับจ้างจะนำ TOR ที่ออกแบบในปีนี้ไปพัฒนาศูนย์ให้สามารถใช้งานได้ ในปี 2568 จะเป็นการพัฒนาในปี 2569 จะเป็นการใช้งานได้เต็มรูปแบบ
"ก็จะมีการพัฒนาระบบบริหารจัดการในการเฝ้าระวังการทุจริตและประเมินสถานการณ์ทุจริต ทั้งการแจ้งรายงานกลับมาแล้วก็ลงไปตรวจสอบในพื้นที่อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น แล้วก็จะเป็น 24 ชั่วโมง คือตอนนี้อาจจะเป็น Manual อาจจะเป็นข้อจำกัดในเวลาราชการตอนกลางคืนอาจจะไม่มีเจ้าหน้าที่มาแต่ตอนนี้เริ่มจะต้องมีแล้ว 24 ชั่วโมงจะต้องรองรับตลอด คือเป็นประตูดีกว่าศูนย์ CDC เป็นประตูสู่ความร่วมมือของทุกภาคส่วนต่างๆ ที่จะแจ้งข้อมูลเบาะแสเพื่อเฝ้าระวังการทุจริตแล้วก็ที่สำคัญเราจะมี Database เป็นฐานข้อมูลคอยวิเคราะห์ว่าตอนนี้สถานการณ์ทุจิรตของเราเป็นอย่างไร แล้วก็มีประเด็นอะไรที่ต้องเฝ้าระวังการทุจริตเป็นพิเศษและอยู่ในพื้นที่ไหน เพื่อที่เราจะนำข้อมูลนั้นมาวางแผนป้องกันและป้องปรามการทุจริตอย่างมีประสิทธิภาพ"
เมื่อถามว่า ศูนย์ CDC กระบวนการทำงาน ขั้นตอนการตรวจสอบ เมื่อเราแจ้งไปแล้ว ใช้เวลากี่วัน กว่าจะรู้ว่าโครงการที่ร้องเรียนไปผิดปกติหรือไม่ คุณคุณฐิติวรดา กล่าวว่า เราได้กำหนดเวลาไว้คราวๆ ต้องไม่เกิน 7 วัน ต้องได้ผล แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในทางปฏิบัติไม่เกิน 3 วัน
"บางเรื่องแจ้งเช้าบ่ายลงพื้นที่เลยก็มี ที่แน่ๆต้องรวดเร็วที่สุด แล้วก็สามารถตรวจสอบได้ว่าสิ่งที่ได้รับแจ้งมามีความสุ่มเสี่ยงมั้ย และที่สำคัญผู้ที่รับแจ้งต้องได้รับข้อมูลว่าเราไม่ได้นิ่งเฉย เราดำเนินตามข้อมูลที่คุณให้มาแล้ว เพราะศูนย์ CDC เราต้องการที่จะเฝ้าระวังแล้วก็แจ้งไปยังพื้นที่เพื่อตรวจสอบ และสำคัญให้เค้ารายงานกลับมาในส่วนที่แจ้งและผู้ที่แจ้งข้อมูลเราด้วย"
คุณฐิติวรดา ยังเผยเพิ่มเติมว่า ทางศูนย์ CDC ยังไปร่วมมือกับภาคประชาชน ในสังคมออนไลน์ อย่างเพจหมาเฝ้าบ้าน ซึ่งเราจะไปเกาะติดสถานการณ์เกาะติดข้อมูลว่าเค้ามีการแจ้งข้อมูลมาเป็นแบบนี้ เมื่อเอามาตรวจสอบ เราก็แจ้งไปยังพื้นที่ ซึ่งเราไม่ได้รอให้ประชาชนหรือใครๆ มาแจ้งเราโดยตรง แต่เราเกาะติดตามเพจหรือสังคมออนไลน์ โซเชียล หรือข่าวใดๆ ด้วยตัวเอง แล้วก็มามอนิเตอร์มาประมวลผลแล้ว ก็แจ้งไปยังพื้นที่ให้ตรวจสอบเรื่องนี้
"หมาเฝ้าบ้านหรือว่าต้องแฉต่างๆ คุยกันเลยว่าถ้ามีอะไรแจ้งเรามาเลย เพราะมีบางข้อมูลที่เค้าลงในสื่ออย่างเปิดเผยไม่ได้แต่เค้าจะแจ้งเราในรายละเอียด ก็ทำให้รวดเร็วยิ่งขึ้นแล้วพอเราไปลงพื้นที่และบอกไปที่เพจเค้าก็จะมีการแจ้งทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านกับผู้ที่ให้ข้อมูลเค้าเหมือนกัน เพราะว่าที่สำคัญผู้แจ้งเบาะแสะเราจะปกปิดไม่เปิดเผยว่าเค้าเป็นใคร เค้าก็ต้องรู้แหละเบาะแสที่เค้าได้รับแจ้งหน่วยงานเอาไปทำทันทีมีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสของเราว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ละเลย หรือว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อสิ่งที่เค้าแจ้งข้อมูลบาะแสมาให้"
เมื่อถามว่า หลังจากนี้ตั้งเป้าพัฒนาศูนย์ CDC หรือว่าตั้งเป้าเรื่องผลงานต่อไปในอนาคตอย่างไรบ้าง คุณฐิติวรดา กล่าวว่า เป้าเราคือเราอยากอาศัยให้อยากที่บอกค่ะ เป็นประตูสู่ความร่วมมือทุกๆภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบเหมือนกัน แล้วก็ในส่วนของภาคประชาชนหรือภาคเอกชนคือสามารถมาใช้งานในศูนย์ CDC นี้ได้ ไม่ใช่แค่แจ้งหรือเบาะแสข้อมูลอย่างเดียว คือในส่วนของการให้ข้อมูลการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐไม่ว่าจะมีการดำเนินโครงการต่างๆ ในพื้นที่ไหนใช้งบประมาณเท่าไหร่ ในศูนย์ CDC เราจะพัฒนาระบบที่คุณสามารถเข้ามาแล้วกดได้เลยว่าในพื้นที่ อำเภอ ตำบล มีโครงการภาครัฐที่ไปดำเนินการกี่โครงการมีงบประมาณเท่าไหร่
ซึ่งสามารถให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลในการติดตามได้ว่าในส่วนของพื้นที่บ้านเรามีอะไร และที่สำคัญหน่วยงานรัฐที่เค้ามีหน้าที่กำกับดูแลพื้นที่เค้าก็เข้ามาในศูนย์ CDC แล้วก็เข้ามาดูได้ว่าข้อมูลเบาะแสที่เกี่ยวกับพื้นที่ของเค้ามีเยอะมากน้อยแค่ไหน แล้วเป็นของหน่วยงานไหนที่มักจะได้รับการแจ้งเบาะแสว่ามีความเสี่ยงที่จะทุจริตบ่อยๆ เค้าจะได้ไปจับตาเฝ้าระวังหรือว่ากำกับอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ ก็จะเป็นการพัฒนาเป็นความร่วมมือกันโดยแบบบูรณาการทุกภาคส่วน
ส่วนช่องทางในการติดต่อ ป.ป.ช. ได้ 1205 โทรศัพท์ หรือว่าในเว็บไซต์ www.NACC.GO.TH หรือว่าในส่วนของท่านอยากจะไปร้องตามเพจต่างๆ ที่เป็นการร้องเรียนการทุจริตท่านสามารถให้ข้อมูลได้เลย แล้วก็อย่างที่บอกเรามีเจ้าหน้าที่คอยมอนิเตอร์ และคอยนำข้อมูลของท่านมาวิเคราะห์ถึงแม้ท่านจะไม่ได้แจ้ง ป.ป.ช. โดยตรงแต่ท่านได้ร้องในสื่อโซเชียล หรือว่าได้แจ้งข่าวต่างๆ ในเกี่ยวกับเพจหรือสังคมออนไลน์ต่างๆ ถ้าเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตไม่ต้องห่วงและจะคอยมอนิเตอร์ในสิ่งที่แจ้งมาแน่นอน