วันที่ 3 ก.ย. 2567 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 วาระที่ 2 ซึ่งพิจารณาแบบรายมาตรา บรรยากาศเป็นไปด้วยความราบเรียบ ยังไม่มีการประท้วงหรือปะทะคารมกันในสภาของทางฝ่ายค้านและรัฐบาล สส.อภิปรายด้วยความเรียบร้อย ส่วนใหญ่มาจากพรรคประชาชนที่ตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการเพิ่มลดงบประมาณที่ไม่คุ้มค่ากับหน่วยรับ
โดยพรรคประชาธิปัตย์ที่ก่อนหน้านี้เคยอภิปรายโจมตีเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต แต่ในวันนี้ สส.ตัวตึง เช่น นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ ที่เคยอภิปรายดุเดือดจนเกิดวาทะ “งบเป็ดง่อย” และ “งบลูกเป็ดขี้เหร่” ก็ไม่ได้ลุกขึ้นอภิปรายเหมือนครั้งก่อนหน้า ขณะที่ผู้ที่เป็นที่ฮือฮาของสื่อมวลชนรัฐสภา ได้แก่ นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่แม้เป็น สส.พรรคร่วมรัฐบาล แต่กลับขออภิปรายตัดลดงบประมาณ และกล่าวตำหนิว่านอกจากกู้แล้ว ยังไม่ชำระหนี้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบผลการลงมติครั้งแรก ในมาตรา 4 ปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า โดยพรรคที่เป็นเอกภาพในการลงมติเห็นชอบได้แก่ พรรคเพื่อไทย , พรรคภูมิใจไทย , พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาชาติ ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ โหวตเห็นชอบ ยกเว้นนายจุติที่ลงมติงดออกเสียง เนื่องจากอภิปรายคัดค้าน
ศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุก 8 ปี “ครูไพบูลย์”ไม่รอการลงโทษ พรากผู้เยาว์ “เอ๋ มิรา”
ส่วนพรรคพลังประชารัฐเสียงแตกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเห็นชอบ 14 คน ซึ่งเป็นกลุ่มก้อนของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ส่วนอีกกลุ่มลงมติไม่เห็นชอบ จำนวน 14 คน และไม่มาลงมติ 12 คน เช่น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มาแสดงตนร่วมเป็นองค์ประชุม ด้านพรรคประชาธิปัตย์ลงมติเห็นชอบ 13 คน มีผู้ที่จุดยืนไม่เห็นด้วยแต่ก็ลงมติเห็นชอบ เช่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ , นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และไม่ลงมติ 12 คน เช่น นายชวน หลีกภัย
ส่วนพรรคไทยสร้างไทย พรรคการเมืองฝ่ายค้านที่ก่อนหน้านี้เคยโหวตสวนทางนั้น ปรากฏว่า ลงมติเห็นชอบ 3 คน จากสส.ทั้งหมด 6 คน ได้แก่ นางสุภาพร สลับศรี , นายหรั่ง ธุระพล และนายอดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ ที่มีพฤติการณ์โหวตให้ฝั่งรัฐบาลมาโดยตลอด