เชื่อ "ครม.อิ๊งค์" ไม่มีฮันนีมูน ขาด "ทักษิณ" เสี่ยงสะเทือนทั้งรัฐบาล

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วิเคราะห์ "ครม.อิ๊งค์" หลังโปรดเกล้าฯ เชื่อไม่มีฮันนีมูน รวมตัวกันเพราะกลัว "การเมืองรุ่นใหม่" ขาด "ทักษิณ" เสี่ยงทำสะเทือนทั้งรัฐบาล

เมื่อช่วงสายวันที่ 4 กันยายน 2567 ที่มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง "ครม.อิ๊งค์" เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งการแต่งตั้งในครั้งนี้มาพร้อมกับคำถามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทิศทางการดำเนินงานของรัฐบาลจะเป็นอย่างไรต่อไป ยุทธศาสตร์ในการเดินหน้า หรือการจัดวางตำแหน่งต่าง ๆ มีความหมายในเชิงอำนาจหรือเชิงนโยบายอย่างไร หรือจะมีอุปสรรคมากน้อยเพียงใด

คอนเทนต์แนะนำ
นายกฯ นำครม.ชุดใหม่ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 ก.ย.นี้

 

ภาพนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พล.ท.พงศกร รอดชมภู ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการเข้มช่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พล.ท.พงศกร รอดชมภู ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการเข้มช่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ร่วมพูดคุยกับ PPTV ในรายการเข้มข่าวเย็น ช่วงคุยข้ามช็อต Exclusive Talk พร้อมวิเคราะห์ในประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

"ครม.อิ๊งค์" รวมตัวเพราะกลัวการเมืองรุ่นใหม่ คาดต่อไปจะมีปัญหามาก

นายสุรนันทน์ กล่าวว่า บริบททางการเมืองตั้งแต่ช่วง 20 กว่าปีก่อนตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตรนั้นเปลี่ยนไป ซึ่งในช่วงปี 2540 เกิด 2 เหตุการณ์ คือมีรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับประชาชน และวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง แต่สามารถผ่านพ้นไปได้ เพราะบริบทการเมืองนิ่ง แต่ในปัจจุบัน ระบบการเมืองไม่นิ่ง เศรษฐกิจก็มีปัญหา

แม้จะสามารถเทียบกันได้ แต่แท้จริงแล้วเป็นคนละบริบทกัน และการเมืองวันนี้ผิดกับสมัยรัฐบาลนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เนื่องจากปัจจุบันเป็นรัฐบาลผสม และอยู่ในซีกระบบอุปถัมภ์อย่างชัดเจน รัฐบาลผสมในสมัยก่อนแม้จะเป็นประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ แต่มีการแสดงบทบาทให้เห็นชัดว่าเข้ามาเพื่ออะไร

แต่สำหรับรัฐบาลนี้ เป็นการผสมที่เข้ามาแบบดิบมาก คือ ไม่ใช่ว่ามีข้อตกลงระหว่างพรรค เช่น ทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์ มีกลไกผู้ใหญ่ในพรรคต่างกรรมต่างวาระที่มีความแตกแยกภายในพรรค เหมือนกับล่มสลาย กลายเป็นระบบอุปถัมภ์เหมือนพรรคอื่น ๆ

ซึ่งตนเชื่อว่าความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือในตัวพรรคเพื่อไทยที่เป็นหัวเรือใหญ่จัดตั้งรัฐบาลนั้น หมดลงไปแล้วตั้งแต่ที่พรรคเพื่อไทยหักกับพรรคก้าวไกล จึงทำให้รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายออกมาได้เลย หรือแม้แต่ข้าราชการพนักงานราชการก็ไม่มีความเชื่อมั่น

พนักงานญี่ปุ่นพึ่งพา “บริษัทรับจ้างลาออก” กันมากขึ้น

นายสุรนันทน์ กล่าวต่อว่า การบริหารราชการ ขับเคลื่อนองคาพยพให้เดินหน้าเพื่อผลักดันนโยบายนั้น มองว่าจะมีปัญหามาก ดูยังไม่สง่างามจากการแตกหักเพื่อให้ได้คะแนน และความน่าเชื่อถือยังไม่มี คงต้องฟังนโยบายที่แถลงและให้โอกาสในการทำงาน แต่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องยอมรับว่าขณะนี้เครดิตติดลบ จะทำให้เครดิตเท่าตัวได้ต้องละเอียด ถ้า 321 เสียงไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ก็จบ แต่จบอย่างไรอีกเรื่องหนึ่ง

ด้าน พล.ท.พงศกร กล่าวว่า เป็นการแย่งขั้วกัน 2 ฝ่าย ระหว่างการเมืองแบบเก่าและการเมืองรุ่นใหม่ที่ถูกมองว่าน่ากลัว ซึ่งฝ่ายขั้วเก่ากลัวอำนาจของฝ่ายขั้วใหม่ จึงมารวมตัวกัน และไม่ได้รวมตัวกันเพราะเข้ากันแต่แรก แต่รวมตัวกันเพราะความจำเป็น เพราะรู้สึกกลัวพรรคก้าวไกล หรือแม้กระทั่งพรรคอนาคตใหม่ หลังจากนั้นจะมีการแตกหักก็เป็นเรื่องธรรมดา

เมื่อเกิดรัฐบาบผสมขึ้น ประชาชนก็สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน จึงมีความคิดที่ว่าถ้าจะอยู่ในยาวนานจริงต้องมีเสียงเยอะ พอเสียงเยอะก็ต้องเล่นหนักบ้าง หักกันแรงบ้าง หรือบางทีก็ต้องมองข้ามสัญญาสุภาพบุรุษ หรือการเดินการเมืองตามครรลองคลองธรรมบ้าง คนที่เคยมีบุญคุณต่อกันก็สามารถหักหลังกันได้

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะความกลัว กลัวว่าการเลือกตั้งครั้งถัดไปจะอยู่ไม่ได้ถ้ายังมีพรรคแบบพรรครุ่นใหม่ เพราะฉะนั้นนักการเมืองที่มีเครือข่ายใหญ่ ๆ ก็ต้องมารวมตัวกัน แม้ไม่ได้เป็นผืนเดียวกันก็ตาม

พล.ท.พงศกร กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้เป็นตัวบ่อนทำลายระบบการเมืองไทย ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกว่านการเมืองไม่สามารถไว้ใจได้ ไม่ควรเชื่อนักการเมือง การเมืองนั้นตลบแตลงปลิ้นปล้อน หลอกลวง หักหลังแม้กระทั่งพวกเดียวกันเอง เช่นนี้แล้วประชาชนจะสามารถวางใจใครได้

ภาพพล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

เชื่อ "ครม.อิ๊งค์" ถูกตรวจสอบ ไม่มีฮันนีมูน

นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ฝ่ายที่เล่นเกมการเมืองแบบมีระบบอุปถัมภ์แบบเดิม พ่อเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ให้ลุกเป็น ลูกเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ให้พ่อเป็น สิ่งนั้นจะทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจได้ เช่น หากเป็นข้าราชการ ถ้ารู้ว่ารัฐมนตรีคนนี้ไม่ใช่ตัวจริง และมีการสั่งมาจากที่อื่นให้ทำเรื่อง เซ็นเอกสารต่าง ๆ จะเกิดคำถามตามมาว่า อำนาจอยู่ที่ใคร หรือหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ข้าราชการติดคุก แต่นักการเมืองลอยตัวแล้ว

นายสุรนันทน์ เชื่อว่า รัฐบาลแบบบนี้ต้องถูกตรวจสอบอย่างแน่นอน ไม่มีฮันนีมูน ทุกวันนี้ก็ถูกร้องเรียนเพียบแล้ว เพราะฉะนั้นการสร้างความเชื่อมั่นจึงเป็นโจทย์ใหญ่ของพรรคเพื่อไทย และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยยังสามารถปรับตัวได้อยู่ เพราะมีประสบการณ์เยอะ

บริหารบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องของเด็กฝึกหัด 6 เดือนแรกคือช่วงตัดสิน

พล.ท.พงศกร กล่าวว่า การเมืองหรือการบริหารราชการไม่ใช่เรื่องของเด็กฝึกหัด ไม่ใช่เด็กหัดขับขี่รถ อันตรายมาก ต้องฝึกฝนต้องผ่านอะไรมาพอสมควร ตนมองว่านางสาวแพทองธารมาเร็วไปนิดหนึ่ง รออีกสัก 2 ปีกำลังดี ฝึกงานในรัฐบาล ฝึกงานในภาคสภาให้เรียบร้อยก่อน หรือกระทั่งนายเศรษฐาเองก็ไปเร็วนิดหนึ่ง แม้จะเป็นไฟลต์บังคับก็ตาม

สิ่งที่รัฐบาลนี้ต้องมองต่อไปคือ จะขับเคลื่อนทิศทางกันอย่างไร เนื่องจากนโยบายแต่ละพรรคในขณะนี้ขัดกันในตัว ไม่มีการโฟกัส พอไม่โฟกัสก็ต้องมีนโยบายที่กว้าง พอมีนโยบายที่กว้างแล้ว ก็จะไม่มีผลงาน ไม่รู้ว่าจะทำอะไร เพราะมีให้ทำหลายอย่าง

นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดความบาดหมางได้ด้วย เพราะแนวคิดตั้งแต่ต้นที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พอไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อจะตัดสินใจในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง จะเกิดการขัดกันโดยธรรมชาติ พอขัดกันแล้วก็อาจทะเลาะกัน หรือไม่ก็ดึงการดำเนินการให้ช้าบ้าง ไปทางอื่นบ้าง หรือสอดไส้บ้าง เป็นต้น

ด้าน นายสุรนันทน์ กล่าวว่า รัฐมนตรีมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของประชาชนอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ต้องมีการจัดสรรผลประโยชน์เรื่องต่าง ๆ ระหว่างกัน แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผลประโยชน์ในส่วนนี้จะเริ่มมีความขัดแย้ง จากนโยบายที่มีปัญหา เช่น กัญชา กาสิโน และอีกหลายเรื่อง

ทว่าจะมองยาวไม่ได้ ต้องดู 6 เดือนแรกก่อน ซึ่งถือเป็น 6 เดือนที่วิกฤติ ถ้าไม่สามารถตั้งหลักใน 6 เดือนนี้ได้ เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะล่มสลายลงไปมากกว่านี้ วันนี้มีสัญญาณจากหลากหลายนักวิชาการว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ถือว่าอยู่ในจุดที่หัวเลี้ยวหัวต่อมาก ๆ ยังไม่ต้องคิดถึงภาวะสงครามทั่วไป และการบีบคั้นของมหาอำนาจต่าง ๆ ต่อประเทศไทย

วันนี้เศรษฐกิจไทยไม่สามารถขับเคลื่อนเองได้เลย เมื่อขับเคลื่อนเองไม่ได้ งบประมาณปี 2568 ยังต้องกู้อีก จนกู้เต็มเพดาน และจะนำมาแจก ไม่ลงทุน น้ำท่วมน้ำหลากมา จะเห็นว่ามีปัญหามากมาย

นายสุรนันทน์ กล่าวว่า หากนโยบายต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงไม่ชัดเจน และต้องเป็นยุทธศาสตร์เดียวกัน คือ นโยบายความมั่นคงทั้งทางการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ จะต้องเดินไปด้วยกัน แต่ถ้าไม่เดินไปด้วยกัน จะกลายเป็นต้นทุนราคาแพง ทรัพยากรถูกดูดออกไปเรื่อย ๆ ก็จะพัง รวมถึงการจัดการทรัพยากรของกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ นางสาวแพทองธารต้องจัดการให้ได้ ถ้ายังเป็นเช่นนี้อยู่ เชื่อว่ารัฐบาลนี้เหนื่อย

ภาพนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รายการเข้มข่าวเย็น Exclusive Talk
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

"ครม.อิ๊งค์" ขาด "ทักษิณ" เสี่ยงสะเทือนทั้งรัฐบาล

พล.ท.พงศกร มองว่า กฎหมายคืออาวุธที่น่ากลัวที่สุดสำหรับรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งกฎหมายที่ใกล้เคียงที่สุดและเร็วที่สุดคือ เรื่องชั้น 14 ที่ให้นายทักษิณ ออกมาจากราชทัณฑ์ เนื่องจากเงื่อนไขการออกจากราชทัณฑ์เพื่อมาพักโทษชั่วคราวคือ ต้องเป็นคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงปรากฏคำว่าเอ็นเปื่อยยุ่ย ถ้าถูกจับได้ว่าจริง ๆ แล้วช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งหลังออกมาแล้วเดินปร๋อ จะถือว่าน่าสงสัย

และหากตรวจสอบได้ว่าออกมาจากราชทัณฑ์โดยไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะโดนหมด และนายทักษิณจะต้องกลับเข้าเรือนจำ และกระบวนการนี้เร็วมาก หากมีหลักฐานครบสามารถจบได้เลย

นอกจากนี้ หากนายทักษิณถูกจับเข้าเรือนจำ จะทำให้รัฐบาลสั่นสะเทือน เพราะคนจัดดีลไม่อยู่ ทำให้ไม่รู้ว่าจะต้องจัดการอย่างไร และกระทบต่อนางสาวแพทองธารโดยตรง

ด้าน นายสุรนันทน์ กล่าวว่า ประชาชนวันนี้มีความรู้สึกว่า มีอภิสิทธิ์ชนกลุ่มหนึ่งที่ได้ทุกอย่าง ไม่ต้องติดคุก ไม่ต้องโดนอะไร เช่นกรณีของ บอส อยู่วิทยา ซึ่งความรู้สึกนี้ได้ประทับอยู่กับรัฐบาลนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความยุติธรรม ทำไมคนนี้ได้ ทำไมลูกฉันต้องติดคุก

ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีวิกฤตระบบราชการ ที่มีข้าราชการไปเอาที่ดินชาวบ้าน ได้ทุนท้องถิ่นบ้าง แต่ทุกวันนี้กลายเป็นวิกฤตของนักการเมือง ที่คนมีความรู้สึกว่า การเป็นนักการเมือง เมื่อมีอำนาจ จะสามารถทำอะไรก็ได้ แล้วความยุติธรรมของประชาชนอยู่ที่ไหน? นับเป็นปัญหาความรู้สึกในใจของประชาชน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ