เรียกได้ว่าแม้จะยอมถอยเรื่องแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราในกรอบจริยธรรมแล้ว และวันนี้ทั้งวันคนของพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ แต่ล่าสุดผลพวงจากการออกตัวแรงจะแก้รัฐธรรมนูญ ก็ทำให้นักร้องทำงาน
โดยนายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมายและอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร) เปิดเผยว่า สส.เพื่อไทย กว่าร้อยคนต้องผวา ถูกร้องถอดถอนออกจากตำแหน่งเพราะกระทำการขัดผลประโยชน์ ผิดรัฐธรรมนูญ
เหตุผลอะไรที่ทำให้เราสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน และจะแก้ไขอย่างไร ?
นายไพศาล โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “Paisal Puechmongkol” แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมือง เปิดเผยว่า จากการเปิดเผยของนายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่า ในสัปดาห์นี้ จะมีผู้ไปยื่นคำร้องต่อ กกต. เกี่ยวกับกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย กว่า 100 คน ได้เข้าชื่อกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตรา ในเรื่องจริยธรรมและคุณสมบัติของ สส. และรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่า เป็นการจงใจทำผิดต่อรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตนเอง และขัดกับผลประโยชน์ของชาติ เพราะขณะนี้ ได้มีการร้องขอให้ยุบพรรคเพื่อไทย และถอดถอน สส.พรรคเพื่อไทย หลายกรณี
การที่ สส.พรรคเพื่อไทย กว่าร้อยคนเข้าชื่อกัน เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องจริยธรรมและคุณสมบัติ สส. และรัฐมนตรี จึงเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง มีความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์และขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงจะมีการร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบไต่สวนและยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ถอดถอน สส. ทั้งหมดที่เข้าชื่อแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าวกว่าร้อยคนนั้นด้วย
กรณีเรื่อง แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเรื่องจริยธรรม นี้ มีเสียงคัดค้านมากมาย ดังนั้นที่มีการเริ่มต้นว่าพรรคร่วมรัฐบาล จะเป็นเจ้าภาพในการยื่นขอแก้ไขนั้น จึงต้องเลิกล้มไป แต่กลายเป็นว่า สส.พรรคเพื่อไทย กว่า 100 คน เป็นผู้เข้าชื่อกันในนาม สส. เอง ซึ่ง ถือได้ว่าเป็นการกระทำการผลประโยชน์และผิดรัฐธรรมนูญด้วย จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการอกสั่นขวัญผวาขึ้น
ทีมข่าวจึงติดต่อสอบถามไปยัง นายไทกร ต้นเรื่องที่นายไพศาลอ้างถึง นายไทกร ยืนยันว่า ตัวเองทราบข้อมูลว่ามีผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายกลุ่มหนึ่ง ที่เห็นว่าการกระทำของ สส.พรรคเพื่อไทย ที่ลงนามในญัตติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์ เทียบเคียงกับกรณีที่เกิดขึ้นสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เสนอแก้รัฐธรรมนูญให้วุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง สามารถลงสมัครซ้ำได้อีก ซึ่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง
จึงเริ่มมีการร่างคำร้องไว้ก่อนและรอดูท่าทีของพรรคเพื่อไทยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ โดยนายไทกร ขอไม่เปิดเผยว่าเป็นนักร้องคนไหน แต่ยืนยันว่า เป็นทนายความเจ้าเก่า โดยอาจจะยื่นให้สอบ สส.พรรคประชาชน ในเรื่องเดียวกันด้วย
นายไทกร ยังเทียบเคียงกรณีนี้ กับกรณีที่ สส.อดีตพรรคก้าวไกล 44 คน เคยลงชื่อเสนอแก้ไข ม.112 ซึ่งหลังจากศาลมีคำวินิจฉัยว่าการหาเสียงแก้ไขมาตรานี้เป็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครอง ก็เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่ต้องดำเนินคดี ซึ่งแม้กรณีพรรคเพื่อไทยจะมีแกนนำหลายคนออกมาประกาศถอยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราแล้ว แต่ในทางนิตินัย ทราบว่า สส.กว่า 100 คนของพรรค ได้ลงชื่อท้ายญัตติที่จะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งรวมถึงหมวดจริยธรรม แล้วส่งให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เท่ากับว่ามีการกระทำผิดเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือเพียงหากมีการนำไปพิจารณาในสภาฯ ซึ่งคาดว่าเป็นวันที่ 15 ตุลาคม ก็จะถือว่าความผิดสำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์
นายไทกร ระบุอีกว่า ส่วนตัวหวังดีกับพรรคเพื่อไทย จึงเตือนว่าควรจะถอนญัตติออกมา ก่อนที่จะมีการพิจารณาในวันที่ 15 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าศาลจะพิจารณาจากเจตนา แม้ถอนญัตติออกมาแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับศาลที่จะพิจารณาว่าการลงชื่อเสนอแก้รัฐธรรมนูญนั้น ส่อเจตนาอย่างไร อาจจะตีความเข้าข้างหรือไม่เข้าข้างพรรคเพื่อไทยก็ได้ แต่แนะนำให้พรรคเพื่อไทยไปถอนญัตติก่อน จะได้ไม่มีปัญหาตามมา
นายไทกร ระบุอีกว่า หากพรรคเพื่อไทยอยากจะแก้รัฐธรรมนูญจริง ตนเองแนะนำให้แก้ไขทั้งฉบับโดยยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 โดยแก้ผ่าน สสร. และการทำประชามติ มองว่าอยากแก้อะไรก็ควรจะให้ประชาชนเป็นคนแก้ ไม่ใช่ สส.ไปแก้เอง