เลขาธิการ กกต. เผยคำร้องยุบ "พท.-พปชร" รวมกว่า 10 เรื่อง!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. เผยคำร้องยุบ "พท.-พปชร" รวมกว่า 10 เรื่อง ยัน กกต.กำลังเร่งรัดตรวจคุณสมบัติ "สว.หมอเกศ"

วันที่ 28 ก.ย.2567 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงคำร้องยุบพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ ว่า ขณะนี้มี 10 กว่าคำร้อง มีทั้งเรื่องขอให้ยุบพรรค ขอให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนของสำนักงานที่จะรวบรวมข้อเท็จจริง หากเป็นเรื่องการยุบพรรค ในขั้นตอนเป็นหน้าที่ของนายทะเบียน ส่วนเรื่องพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีเป็นเรื่องของสำนักงานกกต.

เลขาธิการ กกต. สำนักงาน กกต.
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ซึ่งเบื้องต้นมีบางเรื่องที่ไม่รับดำเนินการ เหตุเพราะคำร้องนั้นไม่มีลักษณะเป็นคำร้อง มีลักษณะตั้งเป็นคำถามว่าใช่หรือไม่ หรือเป็นการตั้งข้อสังเกต ซึ่งไม่มีข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของคำร้อง คำร้องต้องบอกว่าเขาทำผิดอะไร ผิดในมาตราใด เสมือนการนำข่าวจากในหนังสือพิมพ์มาถามกกต.

นายแสวง กล่าวอีกว่า ทางสำนักงาน กกต. หาข้อเท็จจริงในระดับหนึ่งก่อนที่จะสั่งว่าจะรับไว้ดำเนินการ หรือไม่รับไว้ดำเนินการ ส่วนที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ ไม่สามารถบอกได้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ต้องดูว่าเรื่องนั้นได้ข้อเท็จจริงว่าอย่างไร และกฎหมายกำหนดว่าอย่างไร ซึ่งในทั้ง 10 คำร้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และบางคำร้องไม่รับไว้ดำเนินการ เพราะมีลักษณะพร้อมคำถามและการตั้งข้อสังเกต 

นายแสวง ย้ำว่าคำร้องทั้งหมดจะไม่ล่าช้า และไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าตีตกคำร้องของใครไปบ้าง ซึ่งในแแสวงย้ำว่าต้องการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ทางการเมือง โดยพยายามผ่อนปรนมากที่สุด ตามระเบียบ ได้มีลักษณะของคำร้อง ว่าต้องประกอบด้วยชื่อผู้ร้อง การกล่าวหาฐานความผิด และข้อเท็จจริง แม้บางคำร้องจะไม่มีสิ่งเหล่านี้แต่เราก็นำมาตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย แต่เมื่อไปต่อไม่ได้ก็ไม่สามารถรับไว้ดำเนินการได้ โดยใน 10 คำร้องที่นื่นเข้ามา มี 2 คำร้องที่ไม่ได้รับไว้พิจารณา

นอกจากนี้ นายแสวง ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการเร่งรัดให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า กกต.ก็ได้เร่งรัดอยู่ เพราะเข้าใจความรู้สึกของสังคม ซึ่งวันนี้ค้องพูดกันตรงๆว่า ประชาชนไปสนใจเรื่องอื่นและลืมคดีนี้ไปแล้ว ซึ่งอยากให้เข้าใจกระบวนการการทำงาน พร้อมยกตัวอย่างกรณีนายสมชาย เล่งหลัก สว.ที่ต้องคำพิพากษา ถูกตัดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี ในข้อหารู้เห็นเป็นใจให้บุคคลจัดเตรียมเงินเพื่อจะให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนอาจจะคิดว่าหลุดสว.ไปแล้ว แต่ในกระบวนการต้องมี กรณีเกิดเหตุแบบนี้ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงต้องมีกระบวนการมารองรับว่า พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ประธานวุฒิสภาจึงต้องเลื่อนลำดับถัดไป นี่คือกระบวนการให้ความเป็นธรรม ทั้งผู้ถูกกล่าวหาและผู้กล่างหา บางครั้งเราต้องอดทนกับเรื่องแบบนี้

ทั้งนี้ ทางกกต.ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา เพราะวันที่สว.คนนี้สมัคร มีคุณสมบัติครบแต่ระหว่างดำรงตำแหน่ง สว.ศาลตัดสินว่ามีลักษณะต้องห้าม ดังนั้นจึงมีประเด็นว่าต้องใช้มาตรา82 สมาชิกเข้าชื่อตามจำนวนและส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ และในส่วนของกกต. หากพบ ว่ามีลักษณะต้องห้ามหรือไม่มีคุณสมบัติ กกต.สามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญได้เลย แต่สามารถเลือกใช้ว่าจะใช้ มาตรา 82 หรือ มาตรา 63 ซึ่งทั้งสองมาตรามีลักษณะคล้ายกันแต่ในมาตรา 63 ณ วันที่สมัครมีคุณสมบัติครบ ไม่ได้ปิดบัง แต่ในระหว่างที่สู้คดีศาลตัดสินให้หลุดจึงต้องมาดูข้อกฎหมายว่าควรจะเดินช่องทางไหน เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการดำเนินคดี ซึ่งสำนักกฎหมายอยู่ระหว่างทำเรื่องเสนอมายังคณะกรรมการการเลือกตั้งคาดว่าน่าจะเสนอเข้ามาแล้ว

ส่วนเรื่องน.ส.เกศกมล ยังอยู่ในขั้นของการดำเนินการของพนักงานสอบสวน ที่ยังไม่สิ้นกระแสความ ทางกกต.ก็ได้เร่งรัดแทบทุกสัปดาห์ ซึ่งทำอะไรไม่ได้เพราะ เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ